Advance search

ตลาดมูโนะตลาดชายแดนที่มีชีวิตชีวา ศูนย์กลางการค้าที่สำคัญมานานกว่า 300 ปี เป็นที่นิยมของทั้งคนไทยและต่างชาติ (มาเลเซีย) และมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน 

หมู่ที่ 1
มูโนะ
มูโนะ
สุไหงโก-ลก
นราธิวาส
อบต.มูโนะ โทร. 0 7362 1020-2
เขมิสุดา สุดารัตน์
21 พ.ย. 2025
เขมิสุดา สุดารัตน์
28 พ.ย. 2025
บ้านมูโนะ

คำว่า "บ้านมูโนะ" ตั้งชื่อหมู่บ้านตามลักษณะของต้นไม้ยืนต้นชนิดหนึ่ง ซึ่งภาษายาวีท้องถิ่นเรียกว่า "โปโฮงกาแจมูโนะ" กาแจมูโนะ เป็นไม้ยืนต้นมีลำต้นสูง ขนาดลำต้นยืนสูงเพียงต้นเดียวเท่านั้นในบริเวณนั้น ลักษณะเป็นไม้เนื้อแข็ง เปลือกลำต้นสีดำ มีผลกลมขนาดนิ้วก้อย ผลสุกจะเป็นสีเหลือง รสเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ เด็ก ๆ ชอบกิน ส่วนใบดูแล้วคล้าย ๆ กับใบของถั่วฝักยาว


ชุมชนชนบท

ตลาดมูโนะตลาดชายแดนที่มีชีวิตชีวา ศูนย์กลางการค้าที่สำคัญมานานกว่า 300 ปี เป็นที่นิยมของทั้งคนไทยและต่างชาติ (มาเลเซีย) และมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมศาสนาอิสลาม ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชุมชน 

มูโนะ
หมู่ที่ 1
มูโนะ
สุไหงโก-ลก
นราธิวาส
96120
6.073428129301592
102.03508322224798
องค์การบริหารส่วนตำบลมูโนะ

ตลาดมูโนะ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ โรงเกลือชายแดนใต้ และ ตลาดนานาชาติ เป็นพื้นที่ที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 300 ปี เดิมทีบริเวณตลาดมูโนะ หมู่ที่ 1 เป็นพื้นที่รกร้าง มีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มคล้ายแอ่งกระทะ ต่อมาได้มีผู้อพยพจากชายแดนประเทศมาเลเซียเข้ามาบุกเบิก สร้างบ้านเรือนขึ้นเพียงไม่กี่หลัง ก่อนจะขยายจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะพื้นที่แห่งนี้ตั้งอยู่ติดลำน้ำที่ทำหน้าที่เป็นเขตแดนระหว่างประเทศ จึงเหมาะแก่การตั้งถิ่นฐานและการค้าขาย ชาวบ้านที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานได้พบต้นไม้ชนิดหนึ่งชื่อว่า "กาแจมูโนะ" ตามคำบอกเล่าของผู้เฒ่าผู้แก่ "กาแจ" แปลว่า ต้นถั่ว ส่วน "มูโนะ" แปลว่า ใหญ่ เมื่อนำมารวมกันหมายถึง ต้นถั่วใหญ่ ต่อมาคำว่า "กาแจมูโนะ" ค่อย ๆ ถูกเรียกเพี้ยน จนเหลือเพียงคำว่า "มูโนะ" ซึ่งกลายเป็นชื่อหมู่บ้านและพื้นที่ที่ใช้กันมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากการตั้งถิ่นฐานแล้ว มูโนะยังเติบโตควบคู่ไปกับวิถีชีวิตและวัฒนธรรมในพื้นที่ชายแดนที่หลากหลาย กระทั่งในปี พ.ศ. 2419 โต๊ะครูรอซาลี บิน ยาลาลุดดีน จากประเทศอินโดนีเซีย ได้เดินทางเข้ามาเผยแผ่ศาสนาอิสลาม และก่อตั้ง มัสยิดดารุสสาลาม ขึ้น ทำให้ชุมชนมูโนะกลายเป็นศูนย์กลางการศึกษาด้านศาสนาที่สำคัญ ผู้คนจากหลายพื้นที่ รวมถึงจากอินโดนีเซียและมาเลเซีย ต่างเดินทางเข้ามาศึกษาหาความรู้ จนทำให้ตลาดมูโนะเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งค้าขายและชุมชนพหุวัฒนธรรมที่คึกคักริมชายแดนจนถึงปัจจุบัน

ตั้งอยู่ห่างจากตัว อ.สุไหงโก-ลก ประมาณ 10 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นที่ราบเชิงเขาลาดเอียง ติดกับแม่น้ำสุไหงโก-ลก พื้นที่ชุมชนจะอยู่กันไม่หนาแน่น แต่กระจุกเป็นกลุ่ม ๆ บางพื้นที่โดยเฉพาะในเขตตลาดมูโนะ และหมู่ที่ 1 บ้านมูโนะ มีพื้นที่ 1,885 ไร่ ของตำบลมูโนะ

อาณาเขต

  • ทิศเหนือ จดกับ หมู่ที่ 2 บ้านลูโบะลือซง ตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส
  • ทิศใต้ จดกับ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย และตำบลปาเสมัส อำเภอสุไหงโก-ลก
  • ทิศตะวันตก จดกับ หมู่ที่ 5 บ้านบูเก๊ะ ตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส
  • ทิศตะวันออก จดกับ รัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย

ตลาดมูโนะ เป็นตลาดชายแดน เปิดทุกวันเป็นอีกแหล่งจับจ่ายซื้อของที่เป็นที่นิยมของทั้งนักช้อปมาเลเซีย และประเทศไทย เพราะสินค้าราคาถูกมากมาย และยังมี "ขนมหัวเราะ" ของดีตลาดมูโนะ ขนมลูกกลม ๆ มีรอยแยก 4 แฉก บ้างก็เรียก ขนมหินแตก, ขนมยิ้มเสน่ห์ มีกลิ่นหอมน่ากิน เนื้อสัมผัสคล้ายกับขนมบ้าบิ่น ขนมหัวเราะเป็นขนมโบราณที่หากินได้ยาก แต่หาได้ง่ายที่ตลาดมูโนะ 

จากข้อมูลสถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร พื้นที่ จังหวัดนราธิวาส อำเภอสุไหงโกลก ตำบลมูโนะ หมู่ที่ 1 มูโนะ ข้อมูลเดือน พฤศจิกายน 2568 มีจำนวนประชากรทั้งหมด 2,715 คน แบ่งเป็นชายจำนวน 1,319 คน และแบ่งเป็นหญิงจำนวน 1,396 คน ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมลายูดั้งเดิมที่สืบทอดเชื้อสายและวัฒนธรรมมาจากแหลมมลายู และยึดถือศาสนาอิสลามเป็นรากฐานในการดำเนินชีวิต ชุมชนบ้านมูโนะมีลักษณะเด่นจากการเป็นครอบครัวขยายที่สมาชิกในครอบครัวมักอาศัยอยู่ร่วมกันหรือใกล้ชิดกันในพื้นที่เดียวกัน ความสัมพันธ์ของคนในชุมชนไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่สายเลือดภายในหมู่บ้านเท่านั้น แต่ยังมีความเชื่อมโยงข้ามพรมแดนไปยังญาติพี่น้องในประเทศมาเลเซีย เนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ติดชายแดน ทำให้เกิดเครือข่ายทางสังคมและเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง ระบบนี้ยังส่งผลให้ผู้นำทางศาสนาและผู้อาวุโสมีบทบาทสำคัญในการเป็นที่ปรึกษาและผู้ประนีประนอมในเรื่องต่าง ๆ ภายในชุมชน

โครงสร้างทางสังคมของ ชุมชนบ้านมูโนะ มีลักษณะเป็นสังคมที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น โดยประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไทยมุสลิมที่ยึดโยงวิถีชีวิตเข้ากับหลักศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด โครงสร้างการปกครองภายในยังคงให้ความสำคัญกับสถาบันครอบครัวและผู้นำทางศาสนา โดยมี มัสยิดดารุสซาลาม เป็นศูนย์กลางในการทำกิจกรรมทางสังคมและจิตวิญญาณ ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างเครือญาติในลักษณะสังคมปฐมภูมิก่อให้เกิดระบบความช่วยเหลือเกื้อกูลกันอย่างสูง ซึ่งเห็นได้ชัดจากเหตุการณ์วิกฤตที่ชุมชนเผชิญในช่วงที่ผ่านมาซึ่งมีการรวมตัวของเครือข่ายสวัสดิการชุมชนและองค์กรชุมชนเพื่อฟื้นฟูที่อยู่อาศัยและสภาพจิตใจของสมาชิกในพื้นที่

ในมิติด้านกลุ่มชุมชน บ้านมูโนะมีการรวมกลุ่มที่หลากหลายเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในระดับฐานราก โดยมีการจัดตั้ง กลุ่มวิสาหกิจชุมชน และกลุ่มอาชีพสตรีเพื่อยกระดับรายได้และทักษะฝีมือ การรวมกลุ่มเหล่านี้มักได้รับการสนับสนุนจาก องค์การบริหารส่วนตำบลมูโนะ และหน่วยงานภาครัฐเพื่อสร้างความเข้มแข็งในการจัดการตนเอง นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเยาวชนและกลุ่มอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่พยายามสืบสานตำนานและชื่อเรียกขานของชุมชนที่มาจากต้นไม้ "กาแจมูโนะ" เพื่อรักษาอัตลักษณ์ของหมู่บ้านให้คงอยู่

สำหรับกลุ่มอาชีพในปัจจุบัน วิถีเศรษฐกิจของบ้านมูโนะมีความหลากหลายแต่ยังคงอิงอยู่กับทรัพยากรท้องถิ่นเป็นสำคัญ โดยอาชีพหลักคือ เกษตรกรรม ทั้งการทำนาและสวนยางพารา รวมถึงการเลี้ยงสัตว์ตามโครงการหมู่บ้านปศุสัตว์เกษตรมูโนะที่มีการจัดสรรพื้นที่แปลงหญ้ารวมสำหรับการปศุสัตว์อย่างเป็นระบบ นอกเหนือจากเกษตรกรรมแล้ว ด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้ชายแดนไทย-มาเลเซีย ประชากรบางส่วนจึงประกอบอาชีพ พาณิชยกรรมและการค้าขายชายแดน ซึ่งเป็นแหล่งรายได้สำคัญที่กระตุ้นเศรษฐกิจในตลาดมูโนะ อีกทั้งยังมีกลุ่มอาชีพบริการและงานฝีมือที่เกิดขึ้นจากการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรและการพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงวัฒนธรรมเพื่อรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจในพื้นที่       

ส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามที่ถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เช่นการแต่งกายที่ต้องให้ถูกต้องตามหลักศาสนา มีพิธีถือศีลอดหรือ "ปอซอ" ในเดือน 9 ของปีฮิจเราะห์ศักราช และ ฮารีรายอ 2 ครั้ง คือวันอีดิลฟิตรี และ วันอิดิลอัฎฮา

ศาสนาและศิลปวัฒนธรรม

เอกลักษณ์อันโดดเด่น ทางภาษาและวัฒนธรรมท้องถิ่น โดยประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม เอกลักษณ์ที่สำคัญของประชากรในแถบนี้ คือ 

1.การแต่งกาย ไม่มีเครื่องแบบที่แน่นอน แต่ต้องแต่งกายให้สุภาพ ไม่เปิดเผยส่วนใดของร่างกายที่ยั่วยวนอารมณ์ทางเพศของทั้งชายและหญิง โดยส่วนใหญ่ผู้ชายนิยมนุ่งโสร่งหรือกางเกงขายาว สวมเสื้อแขนยาว ถึงข้อมือและสวมหมวกกาปีเยาะ ส่วนผู้หญิงก็จะสวมเสื้อแขนยาวถึงข้อมือและนุ่งผ้าคลุมถึงข้อเท้าตามข้อบัญญัติศาสนา

2.พิธีถือศีลอด (ถือบวช) หรือในภาษายาวีเรียกว่า "ปอซอ" จะถือปฏิบัติในเดือน "รอมฎอน" หรือเดือนที่ 9 ของปีฮิจเราะห์ศักราช ชาวไทยที่นับถือศาสนาอิสลามทุกคน จะถือศีลอดเป็นเวลา 1 เดือน โดยจะงดเว้นจากสิ่งอบายมุขทั้งหลาย ทั้งทางกาย วาจา และใจ ตั้งแต่รุ่งอรุณจนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดิน ทั้งนี้เพื่อให้ชาวมุสลิมได้รู้สึกถึงภาวะการอดกลั้น และให้รู้สึกถึงสภาพของผู้ที่ยากจน เป็นต้น

3.การเข้าสุนัต เป็นหลักการของศาสนาอิสลาม ที่ถือหลักความสะอาด คือ การขริบหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศชาย ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วจะกระทำแก่เด็กชายที่มีอายุระหว่าง 6-12 ปี ภาษาถิ่นเรียกว่า "มาโซะยาวี"

4.ฮารีรายอ ในรอบปีฮิจเราะห์ศักราช จะมีวันรายอ 2 ครั้ง คือ

4.1 วันอีดิลฟิตรี คือวันเฉลิมฉลองในศาสนาอิสลาม (หลังการออกบวช) โดยจะมีกิจกรรมต่าง ๆ เช่น แต่งกายให้สะอาดเรียบร้อย ร่วมกันทำพิธีละหมาดที่มัสยิด เยี่ยมเยียนญาติพี่น้อง เป็นต้น ซึ่งจะตรงกับวันที่ 1 เดือน "เชาวาล" เดือนที่ 10 ของปีฮิจเราะห์ศักราช

4.2 วันอิดิลอัฎฮา คือวันเฉลิมฉลองในศาสนาอิสลามอีกครั้งหนึ่ง โดยจะมีการการเชือดสัตว์พลี (กุรบาน) และเลี้ยงอาหารให้แก่ผู้ยากจน หรือญาติมิตร หลังจากได้ทำพิธีละหมาดในตอนเช้าแล้ว จะตรงกับวันที่ 10 ซุลฮิจญะห์ เดือนที่ 12 ของปีฮิจเราะห์ศักราช

5.ขนบธรรมเนียมการเคารพ ชาวมุสลิมเมื่อพบปะกันก็จะกล่าว "อัสลามูอาลัยกูม" (ขอความสันติจงมีแด่ท่าน) และมีการรับว่า "วาอาลัยกูมมุสลาม" (ความสันติจงมีแด่ท่านเช่นกัน) และยื่นมือสัมผัสกัน (ซาลาม)

ศิลปการแสดงพื้นบ้าน

1.ซีละ คือ ศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัว ที่มีลักษณะคล้ายมวยไทย และมีลักษณะคล้ายมวยปล้ำ รวมกัน (มีการแตะ ถีบ ต่อย และมีการปล้ำให้ล้มกันด้วย)

2.กรือโต๊ะ เป็นชื่อกลอง มีลักษณะคล้ายโอ่ง ทำจากไม้เนื้อแข็ง มีแผ่นไม้ประกอบ ใช้ไม้หุ้มยางนำมาตี กรือโต๊ะหรือกลองหุ้ม จะใช้ตีในงานพิธีสำคัญ ๆ ที่จัดขึ้นภายในหมู่บ้าน หรือต้อนรับแขกเมืองที่เข้ามาเยี่ยมเยือนในพื้นที่ หรือตีแจ้งข่าวสารไปยังหมู่บ้านข้างเคียงเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้น ปัจจุบันยังนำมาตีประชัน แข่งขันระหว่างหมู่บ้าน

กิจกรรมชุมชน

  • กิจกรรมรำลึกเหตุการณ์สำคัญ : มีการจัดกิจกรรมรำลึกครบรอบ 1 ปี เหตุการณ์โกดังเก็บดอกไม้เพลิงระเบิดในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2567 ซึ่งรวมถึงพิธีละหมาดอายัตและขอดุอาร์เพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ประชาชน
  • กิจกรรมเกี่ยวกับขยะรีไซเคิล : มีกิจกรรมการรับซื้อ - ขายขยะรีไซเคิล และการรณรงค์สร้างความเข้าใจเรื่องการคัดแยกขยะเพื่อสร้างรายได้คืนสู่ชุมชน ซึ่งอาจเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นประจำ
  • กิจกรรมวัฒนธรรมท้องถิ่น : ชุมชนบ้านมูโนะมีตำนานและวัฒนธรรมท้องถิ่น เช่น ขนมหัวเราะ ซึ่งอาจมีการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องในเทศกาลต่าง ๆ

ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ขึ้นชื่อของชาวมูโนะ

ด้านหัตถกรรม ได้แก่ การทำกรงนก และ การทำไม้คั้นกะทิ เป็นการสร้างมูลค่าให้ผลิตภัณฑ์ เนื่องจากประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และ ชาวมาเลเซียนิยมเลี้ยงนกเขาชวา ทำให้กรงนกเป็นสินค้าที่มีความนิยมในพื้นที่ ส่วนไม้คั้นน้ำกะทิ เป็นภูมิปัญญาชาวบ้านในพื้นที่ ต.มูโนะ ใช้เป็นที่ทุ่นแรงและเวลาในการคั้นกะทิที่เป็นที่นิยมในพื้นที่ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 

ด้านศิลปกรรม ได้แก่ การเล่นกรือโต๊ะ เป็นการละเล่นโบราณ ไม่มีหลักฐานระบุแน่ชัดใครเป็นคนคิดขึ้นมา นิยมเล่นกันในคืนเดือนหงายหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวในนาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพราะอากาศไม่ร้อนและบรรยากาศชวนให้สนุกสนาน นอกจากนี้ ยังนิยมเล่นกันในงานฉลอง งานเทศกาล หรืองานในวันสำคัญอื่น ๆ 

ด้านอาหาร ได้แก่ การทำตูปะ (ข้าวต้มใบกะพ้อ) และ ขนมอาเก๊าะ เป็นอาหารว่างอย่างหนึ่งทางตอนใต้ของไทย และยังงพบในบรูไนอินโดนีเซีย, มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และ สิงคโปร์ อีกด้วย ในวันตรุษหรือวันฮารีรายอของชาวมุสลิมใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ชาวบ้านที่ทำงานต่างถิ่นจะนิยมอยู่บ้านล่วงหน้าวันรายอ อย่างน้อย 1 วัน ซึ่งถือว่าเป็นวันทำตูปะนอกจากนั้นยังมี ขนมอาเก๊าะ ขนมพื้นเมืองของมุสลิม 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยส่วนใหญ่จะทำขายในช่วงเดือนรอมฏอน (เดือนถือศีลอดของมุสลิม) เป็นอาหารภูมิปัญญาท้องถิ่นอีกด้วย

1.นายรีเป็น ยาเซ็ง องค์ความรู้ด้านภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม มีความรู้เรื่องการทํากรงนก ตั้งแต่ทรงสี่เหลี่ยมธรรมดาจนถึงกรงนกสวยงาม สามารถวาดลวดลาย และแกะสลักชิ้นไม้เป็นลวดลายต่าง ๆ แล้วนํามาประกอบเป็นกรงนก หรือนำไปตกแต่งบ้าน ผลงานที่ผ่านมา เป็นวิทยากรบรรยายและสาธิตการทํากรงนก ตามโครงการอนุรักษ์ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น เข้าร่วมจัดบูทให้ความรู้บรรยายและสาธิตการทํากรง ตามงานต่าง ๆ เช่น โครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ศาสนา และศิลปวัฒนธรรม กิจกรรมพหุวัฒนธรรมอําเภอสุไหงโก-ลก "ของดีบ้านฉัน" ณ สวนสิรินธร อ.สุไหงโก-ลก 

ทุนทางสังคม ชุมชนบ้านมูโนะมีความเข้มแข็งในเรื่องของระบบเครือญาติและความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคนในชุมชนที่พร้อมช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการรวมใจของชาวบ้านให้สามารถลุกขึ้นมาแก้ไขปัญหาและกำหนดทิศทางชีวิตของชุมชนได้ด้วยตนเอง องค์ความรู้ ภูมิปัญญา และวัฒนธรรมดั้งเดิมของชุมชนก็ถือเป็นทุนทางปัญญาที่สำคัญอีกประการหนึ่ง

ทุนทางธรรมชาติ ชุมชนมีที่ตั้งอยู่บริเวณที่ลุ่มชายฝั่งแม่น้ำสุไหงโก-ลก และมีพื้นที่บางส่วนติดกับป่าพรุโต๊ะแดง ซึ่งเป็นทรัพยากรที่ดินและน้ำที่สำคัญสำหรับการประกอบอาชีพเกษตรกรรมและการใช้ชีวิตของคนในพื้นที่

ในชุมชนบ้านมูโนะ หมู่ที่ 1 ตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ประชาชนใช้การสื่อสารที่สะท้อนถึงอัตลักษณ์วัฒนธรรมชายแดนใต้ โดยมีภาษาหลักและภาษาเสริมที่ใช้ในชีวิตประจำวัน 
  • ภาษามลายูถิ่น (ภาษายาวี) : เป็นภาษาหลักที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ใช้สื่อสารกันภายในครอบครัวและระหว่างคนในชุมชน ภาษาที่ใช้จะมีสำเนียงเฉพาะตัวที่เรียกว่า ภาษามลายูปัตตานี หรือที่ชาวบ้านมักเรียกว่าภาษายาวี ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของวัฒนธรรมในพื้นที่ เห็นได้ชัดจากการตั้งชื่อหมู่บ้านที่มาจากคำว่า "โปโฮงกาแจมูโนะ" ในภาษามลายูท้องถิ่น
  • ภาษาไทย : ใช้เป็นภาษาราชการในการติดต่อกับหน่วยงานรัฐและการเรียนการสอนในโรงเรียน นอกจากนี้ยังใช้ในการสื่อสารกับผู้ที่มาจากต่างถิ่นหรือในการทำธุรกิจที่ตลาดมูโนะ ซึ่งเป็นตลาดชายแดนที่สำคัญ
  • ภาษาอาหรับ : มีการใช้ในมิติทางศาสนาอิสลามสำหรับการอ่านคัมภีร์อัลกุรอานและการประกอบศาสนพิธีต่าง ๆ ภายในมัสยิดหรือสถาบันการศึกษาทางศาสนา (ปอเนาะ/ตาดีกา)
  • ภาษามลายูกลาง : อาจมีการใช้บ้างในการติดต่อสื่อสารกับชาวมาเลเซีย เนื่องจากพื้นที่บ้านมูโนะตั้งอยู่ติดชายแดนรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ทำให้มีการปฏิสัมพันธ์และค้าขายข้ามพรมแดนกันอย่างใกล้ชิด

ชุมชนชายแดนและการค้า : บ้านมูโนะเป็นตลาดชายแดนที่ติดกับประเทศมาเลเซีย มีแม่น้ำสุไหงโก-ลกเป็นพรมแดนธรรมชาติ ประชาชนส่วนใหญ่นับถือศาสนามุสลิมและมีวิถีชีวิตชุมชนที่เข้มแข็ง การค้าขายบริเวณชายแดนเป็นแหล่งรายได้หลักของชุมชน


เหตุการณ์โกดังพลุระเบิด : เหตุการณ์โกดังเก็บดอกไม้เพลิงระเบิดเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2566 เป็นเหตุการณ์สำคัญที่สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง มีผู้เสียชีวิตและบ้านเรือนเสียหายกว่า 200 หลังคาเรือน เหตุการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่นำไปสู่การฟื้นฟูและวางผังจัดรูปที่ดินใหม่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ


ภัยธรรมชาติน้ำท่วม : ชุมชนยังคงประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ระดับน้ำในคลองมูโนะมักจะล้นตลิ่ง ทำให้ประชาชนต้องเตรียมพร้อมรับมือและอพยพสิ่งของมีค่า

กำลังอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล

ไทยพีบีเอส. (5 ตุลาคม 2566). เปิดประตู "มูโนะ" หมู่บ้านชายแดนใต้ "สุไหงโก-ลก". สืบค้นเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2568, จาก https://www.thaipbs.or.th/news/content/ 

องค์การบริหารส่วนตำบลมูโนะ. (2562). ทะเบียนปราชญ์ชาวบ้าน ภูมิปัญญาท้งอถิ่นตําลมูโนะ. สืบค้นเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2568, จาก http://www.munok.go.th/wp-content/uploads/ 

องค์การบริหารส่วนตำบลมูโนะ. (ม.ป.ป.). สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐานตำบลมูโนะ. สืบค้นเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2568, จาก http://www.munok.go.th/ 

ไทยพีบีเอส. (8 กุมภาพันธ์ 2568). วิถีคนมูโนะ อ.สุไหงโกลก จ.นราธิวาส. สืบค้นเมื่อ 21 พฤศจิกายน 2568, จาก https://www.thaipbs.or.th/program/TheConnect/ 

มติชน. (28 พฤศจิกายน 2567). มูโนะ น้ำล้นตลิ่ง เร่งอพยพประชาชนไปศูนย์ผู้ประสบภัย คาดค่ำนี้ น้ำจากอ.แว้งจะมาสมทบ. มติชน. สืบค้นเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568, จาก https://www.matichon.co.th/region/ 

ประชาไท. (30 กรกฎาคม 2566). โกดังพลุ-ประทัดระเบิดกลางตลาดมูโนะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 66. ประชาไท. สืบค้นเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568, จาก https://prachatai.com/journal/ 

อบต.มูโนะ โทร. 0 7362 1020-2