โบสถ์อัครเทวดามิคาโบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ประเพณีแห่ดาวช่วงเทศกาลคริสต์มาส พิพิธภัณฑ์ชุมชน และผลิตภัณฑ์จากฝีมือชาวบ้าน
ชื่อ "หนองซ่งแย้" มาจากชื่อของหนองน้ำในบริเวณนั้น โดยมีความหมายว่า "ที่อยู่ของแย้" (แย้) ซึ่งเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว เดิมชุมชนนี้มีชื่อเรียกว่า "บ้านหนองซ่งแย้" ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อเป็น "บ้านซ่งแย้" ในภายหลัง
โบสถ์อัครเทวดามิคาโบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ประเพณีแห่ดาวช่วงเทศกาลคริสต์มาส พิพิธภัณฑ์ชุมชน และผลิตภัณฑ์จากฝีมือชาวบ้าน
บ้านหนองซ่งแย้ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร เป็นหมู่บ้านเก่าแก่อีกหมู่บ้านหนึ่ง สำหรับประวัติความเป็นมาของหมู่บ้านนั้นได้มาจากคำบอกเล่าสืบทอดต่อกันมาของคนแก่ในหมู่บ้าน หลักฐานปี พ.ศ. ในการเริ่มตั้งถิ่นฐานของหมู่บ้านยังไม่ปรากฏแน่ชัด ทราบแต่เพียงว่า เดิมหมู่บ้านแห่งนี้ได้มีผู้คนพยายามตั้งหมู่บ้านขึ้นหลายครั้ง โดยกลุ่มที่อพยพเข้ามาตั้งหมู่บ้านได้ตั้งหมู่บ้านว่า "บ้านเก่าเสินเทิน" (ตั้งอยู่บริเวณโรงเรียนบ้านหนองซ่งแย้ปัจจุบัน) แต่คนในกลุ่มนี้ก็อาศัยอยู่ไม่นาน เนื่องจากมีเหตุอาเพศหลายอย่างโดยตอนนั้นมีความเชื่อเกิดจากการกระทำของผี ทำให้ผู้คนล้มป่วยและตายอยู่เป็นประจำ จึงได้พากันอพยพหนีไปอยู่ถิ่นใหม่ หลังจากนั้นอีกไม่นานได้มีผู้อพยพจากถิ่นอื่นเข้ามาตั้งหมู่บ้านขึ้นอีก ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า "บ้านหนองซ่งแย้" การตั้งชื่อหมู่บ้านนี้อาจเนื่องจากบริเวณที่ตั้งหมู่บ้านอยู่ใกล้หนองน้ำที่เรียกกันว่า "หนองซ่งแย้" จึงมีการตั้งชื่อหมู่บ้านให้สอดคล้องกับชื่อเรียกของหนองน้ำ แต่คนกลุ่มนี้ก็อยู่ไม่ได้นานก็ต้องอพยพทิ้งไปเหมือนกลุ่มแรกเพราะทนต่อโรคภัยไข้เจ็บทำให้ผู้คนล้มป่วยตายเป็นจำนวนมาก ประกอบกับมีโจรผู้ร้ายชุกชุมถึงแม้จะมีการอพยพหนีโรคร้ายและโจรผู้ร้ายแต่ก็ยังมีกลุ่มคนที่พยายามอพยพเข้ามาอยู่อีกหลายครั้ง
ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณทำเลดังกล่าวเป็นพื้นที่อุดมสมบูรณ์ มีแหล่งน้ำหลายแห่งเหมาะสำหรับการประกอบอาชีพจากหลักฐานการเปิดวันคาทอลิกบ้านหนองซ่งแย้ในปี พ.ศ. 2452 ระบุว่าในปี พ.ศ. 2451 ได้มีกลุ่มคนได้อพยพเข้ามาตั้งหมู่บ้านที่บ้านหนองซ่งแย้อีก นำโดยนายมหาธิราชและนายอินทวงศ์ ได้อพยพมาตั้งหมู่บ้านโดยให้บริเวณระหว่างหนองม่วง กับหนองค่าย (บริเวณคุ้มบ้านใต้ปัจจุบัน) โดยกลุ่มนี้มีการเชื่อว่าตกอยู่ใต้อำนาจผีร้าย (ผีปอบ) เมื่ออพยพมาอยู่บ้านนี้ไม่นาน จึงได้ข่าวเรื่องศาสนาคริสต์ ซึ่งบาทหลวงฝรั่ง เดชาแวลและอัมโบรซิเอ โดยขณะนั้นประจำอยู่วัดบ้านเซซ่ง อำเภอป่าติ้ว จึงได้เดินทางมาขอพบบาทหลวงฝรั่ง และต้องการแสดงเจตนาอยากเข้าศาสนาคริสต์ด้วย เพื่อจะได้พ้นจากอำนาจของผีร้าย และได้เชิญบาทหลวงให้เดินทางมาดูหมู่บ้านหนองซ่งแย้ด้วย ซึ่งบาทหลวงก็ได้เดินทางมาพักที่บ้านซ่งแย้ด้วย เห็นว่าหมู่บ้านมีทำเลเหมาะสมที่มีความอุดมสมบูรณ์ จึงขอให้ชาวบ้านจัดสร้างโรงสวดขึ้น และบาทหลวงก็ได้แวะเวียนมาเยี่ยมหมู่บ้านแห่งนี้เป็นครั้งคราว แต่ละครั้งจะพักที่โรงสวด (วัด) ประมาณ 4-5 วัน เพื่อสอนคำสอนของศาสนาคริสต์ ราษฎรในหมู่บ้านหลายครอบครัวหันมานับถือศาสนาคริสต์ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และไม่ปรากฏว่าเกิดเหตุอาเพศใด ๆ จากอำนาจของผีร้ายเลย ข่าวคราวความเชื่อเรื่องบาทหลวงฝรั่งปราบผีร้ายได้ จึงได้แพร่ขยายอย่างรวดเร็วทำให้ผู้คนจากท้องถิ่นอื่นอพยพเข้ามาสมทบเรื่อย ๆ จนเป็นหมู่บ้านหนองซ่งแย้มีผู้ใหญ่บ้าน
บ้านหนองซ่งแย้ หมู่ 2 มีอาณาเขตติดต่อหมู่บ้านใกล้เคียงได้แก่ หมู่บ้านหนองสนม บ้านดอนหวานบ้านเอราวัณ บ้านคำเตย บ้านป่าตาว การคมนาคมติดต่อท้องที่อื่นมีความสะดวกเพราะเป็นหมู่บ้านที่อยู่ติดกับทางหลวงของแผ่นดิน ตั้งอยู่พื้นที่ราบลุ่ม มีห้วยหนองคลองบึงหลายแห่ง เช่น หนองค่าย บึงลาดควาย ห้วยลำโพง หนองกุดแคน หนองแก่นท้าวน้อย หนองกาดำ สภาพพื้นดินเป็นดินร่วนและดินร่วนปนทราย มีความอุดมสมบูรณ์ดีประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์และมีส่วนน้อยที่นับถือศาสนาพุทธ ดังนั้นด้านศาสนาจะมีโบสถ์คาทอลิก 1 แห่งคือโบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกและเป็นแหล่งท่องเที่ยว 1 ในจังหวัดยโสธร ส่วนทางด้านการศึกษาจะมีโรงเรียนเอกชน โดยการอุปถัมภ์ของคริสต์ศาสนา 1 แห่ง ถึงแม้จะมีการแยกกันนับถือศาสนาแต่ความสัมพันธ์ในชุมชนก็ยังมีความสมัครสมานสามัคคีกันเป็นอย่างดีและมีนายบุญมา ทานะเวช เป็นผู้ใหญ่บ้านในปัจจุบัน
อาณาเขตติดต่อ
- ทิศเหนือ จรดบ้านหนองสนม ตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร
- ทิศใต้ จรดบ้านโนนม่วง (หมู่ 7) ตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร
- ทิศตะวันออก จรดบ้านซ่งแย้เหนือ (หมู่ 9) ตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร
- ทิศตะวันตก จรดบ้านเอราวัณ ตำบลกุดชุม อำเภอกุดชุม จังหวัดยโสธร
ขนาดพื้นที่/แผนที่ตั้งชุมชน
พื้นที่ทั้งหมด 6,378 ไร่ พื้นที่ทำกิน 1,609 ไร่ จากตัวจังหวัดยโสธร ใช้ทางหลวงหมายเลข 2169 อยู่เลย อำเภอกุดชุม ซึ่งเป็นแหล่งขายเนื้อวัวและลูกชิ้นที่มีชื่อเสียง ไปประมาณ 7-8 กิโลเมตร ถึงบ้านหนองซ่งแย้ หมู่ 2 และจะเห็นป้ายทางซ้ายมือ คือซุ้มประตูทางเข้าโบสถ์อยู่ริมถนน เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 100 เมตร ก็จะถึงโบสถ์ไม้แห่งนี้
จากข้อมูลสถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎรพื้นที่ จังหวัดยโสธร อำเภอไทยเจริญ ตำบลคำเตยข้อมูลเดือน พฤศจิกายน 2568 มีจำนวนประชากรทั้ง 704 คน แบ่งเป็นชายจำนวน 346 คน และแบ่งเป็นหญิงจำนวน 358 คน
ชุมชนบ้านซ่งแย้ เป็นชุมชนที่ก่อร่างสร้างตัวจากครอบครัวชาวคริสต์ที่อพยพมาตั้งรกรากในพื้นที่ป่าทึบเมื่อกว่า 100 ปีก่อน ทำให้รากฐานทางสังคมถูกยึดโยงด้วยสายสัมพันธ์ทางความเชื่อที่เข้มแข็งภายใต้การนำของบาทหลวงและผู้นำทางศาสนา โดยมี วัดอัครเทวดามีคาแอล หรือโบสถ์ไม้ขนาดใหญ่เป็นสัญลักษณ์ทางจิตวิญญาณและศูนย์กลางการปกครองภายในชุมชนโดยพฤตินัย สังคมบ้านซ่งแย้จึงมีวัฒนธรรมที่คงเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ได้สูง แต่ขณะเดียวกันก็อยู่ร่วมกับชาวพุทธในพื้นที่รอบข้างได้อย่างกลมกลืน
การรวมกลุ่มในชุมชนสะท้อนถึงระบบอุปถัมภ์และความสามัคคีที่โดดเด่น โดยเฉพาะการรวมกลุ่มเพื่อสาธารณกุศลและกิจกรรมทางศาสนา เช่น คณะกรรมการวัดที่ทำหน้าที่คล้ายสภาชุมชนคอยดูแลสารทุกข์สุกดิบของสมาชิก นอกจากนี้ยังมีกลุ่มเครือข่ายวิสาหกิจที่เกิดขึ้นตามความจำเป็นทางเศรษฐกิจ เช่น การรวมตัวกันของชาวบ้านเพื่อผลิต "โคมดาว" และงานฝีมือที่ใช้ในเทศกาลแห่ดาว ซึ่งถือเป็นกลุ่มอาชีพเชิงวัฒนธรรมที่ผูกพันกับความศรัทธา ไม่ใช่แค่เพื่อรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการธำรงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของบรรพบุรุษ
ในส่วนของกลุ่มอาชีพ ประชากรส่วนใหญ่ยังคงมีวิถีชีวิตแบบเกษตรกรรมพึ่งพาธรรมชาติ โดยมีอาชีพหลักคือการทำนาและปลูกพืชไร่ตามฤดูกาล แต่สิ่งที่ทำให้บ้านซ่งแย้แตกต่างจากชุมชนเกษตรทั่วไปในอีสาน คือการขยับตัวเข้าสู่การเป็น "ชุมชนท่องเที่ยวเชิงศรัทธาและวัฒนธรรม" อย่างเต็มรูปแบบ อาชีพของชาวบ้านจึงมีความหลากหลายมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา มีการเกิดกลุ่มผู้ให้บริการนำเที่ยวในชุมชน กลุ่มจำหน่ายสินค้าที่ระลึก และกลุ่มโฮมสเตย์ที่บริหารจัดการโดยคนในพื้นที่ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวของ องค์การบริหารส่วนตำบลคำเตย ที่พยายามยกระดับให้ซ่งแย้เป็นจุดหมายปลายทางสำคัญของจังหวัดยโสธรตลอด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลคริสต์มาสที่ระบบเศรษฐกิจและกลุ่มอาชีพทั้งหมดจะหลอมรวมเข้าด้วยกันเพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบครับ
ปฏิทินชุมชนของชุมชนบ้านหนองซ่งแย้ จังหวัดยโสธร มุ่งเน้นกิจกรรมทางวัฒนธรรมและศาสนาเป็นหลัก โดยมีไฮไลท์สำคัญคือ ประเพณีแห่ดาว ในช่วงคริสต์มาส (วันที่ 25 ธันวาคม) ซึ่งเป็นประเพณีเฉลิมฉลองคริสต์ศาสนิกชนที่มีการจัดขบวนแห่ดาว และประดับตกแต่งด้วยดาวนับหมื่นดวงทั่วชุมชน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสำคัญอื่น ๆ เช่น พิธีสมรสหมู่แบบคาทอลิก ในช่วงวันวาเลนไทน์ (14 กุมภาพันธ์) ที่โบสถ์อัครเทวดามิคาแอล ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของชุมชนแห่งนี้
ปฏิทินกิจกรรมชุมชนบ้านซ่งแย้ตลอดทั้งปี
|
เดือน (ตามจันทรคติอีสาน) |
เดือน (ตามปฏิทินสากลโดยประมาณ) |
งานประเพณี/กิจกรรม |
| เดือนอ้าย | ธันวาคม/มกราคม | บุญเข้ากรรม: พระสงฆ์เข้ากรรมปริวาสกรรม ชาวบ้านมีกิจกรรมทำบุญที่วัด |
| เดือนยี่ | มกราคม/กุมภาพันธ์ | บุญคูณลาน: ทำบุญที่ลานนวดข้าวหลังเก็บเกี่ยว เพื่อความเป็นสิริมงคล |
| เดือนสาม | กุมภาพันธ์/มีนาคม | บุญข้าวจี่: ชาวบ้านนำข้าวเหนียวปั้นจี่ไฟ ทาไข่หรือน้ำอ้อยไปถวายพระสงฆ์ในวันมาฆบูชา |
| เดือนสี่ | มีนาคม/เมษายน | บุญผะเหวด (พระเวสสันดร): ฟังเทศน์มหาชาติ |
| เดือนห้า | เมษายน/พฤษภาคม | บุญสงกรานต์ (บุญฮดสรง): สรงน้ำพระพุทธรูป รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ |
| เดือนหก | พฤษภาคม/มิถุนายน | บุญบั้งไฟ: งานประเพณีขอฝนที่ยิ่งใหญ่ โดยชาวบ้านทั้งชาวพุทธและคริสต์ร่วมกันจัดงาน |
| เดือนเจ็ด | มิถุนายน/กรกฎาคม | บุญซำฮะ (บุญชำระ/เบิกบ้าน): พิธีปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายออกจากหมู่บ้าน |
| เดือนแปด | กรกฎาคม/สิงหาคม | บุญเข้าพรรษา: เป็นช่วงเวลาที่พระสงฆ์จำพรรษาตลอด 3 เดือน ชาวบ้านจะร่วมกันถวายเทียนพรรษาและงดเว้นอบายมุข |
| เดือนเก้า | สิงหาคม/กันยายน | บุญข้าวประดับดิน: นำอาหารคาวหวานห่อใบตองไปวางไว้ตามพื้นดินหรือใต้ต้นไม้ เพื่ออุทิศให้ผู้ล่วงลับ |
| เดือนสิบ | กันยายน/ตุลาคม | บุญข้าวสาก: ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ญาติผู้ล่วงลับ โดยมีการจับสลากถวายภัตตาหาร |
| เดือนสิบเอ็ด | ตุลาคม/พฤศจิกายน | บุญออกพรรษา: ทำบุญตักบาตรเทโว และกิจกรรมไหลเรือไฟในบางพื้นที่ |
| เดือนสิบสอง | พฤศจิกายน/ธันวาคม | บุญกฐิน: ทอดถวายผ้ากฐินแด่พระสงฆ์ที่จำพรรษาครบไตรมาส และอาจมีบุญลอยกระทง/แข่งเรือ |
| ปฏิทินสากล | 23 - 25 ธันวาคม | งานประเพณีแห่ดาวคริสต์มาส: กิจกรรมเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสอย่างยิ่งใหญ่ประจำปีของชุมชน |
บาทหลวงเดชาแนล (Father Dechanel) และ บาทหลวงออมโบรซีโอ (Father Ambroise) สองบุคคลนี้เป็นบุคคลสำคัญ และเป็นมิชชันนารีชาวฝรั่งเศสสองรูปแรกที่เดินทางมาถึงพื้นที่ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 และมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือชาวบ้าน 5 ครอบครัวแรก ที่หนีภัยจากการถูกกล่าวหาว่าเป็น "ผีปอบ" บาทหลวงทั้งสองได้ช่วยขับไล่สิ่งที่ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นผีปอบ ทำให้ครอบครัวเหล่านั้นศรัทธาและเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก และนำไปสู่การก่อตั้งประชาคมคริสต์และสร้าง วัดอัครเทวดามิคาแอล ซึ่งเป็นโบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยในเวลาต่อมา
โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ อยู่ที่บ้านหนองซ่งแย้ หมู่ 2 ตำบลคำเตย อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร เป็นโบสถ์ไม้ของคริสต์ศาสนาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและมีอายุถึง 100 ปี โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้ มีชื่อเต็ม ๆ ว่า "วัดอัครเทวดามีคาแอล" ที่มีโบสถ์ไม้หลังใหญ่ตั้งอยู่อย่างโดดเด่นเป็นสง่า ซึ่งทั้งหมดทำมาจากไม้เนื้อแข็ง ซึ่งชาวบ้านพากันรวบรวมไม้และลงมือก่อสร้างด้วยกัน โดยลงมือสร้างปี ค.ศ. 1947 ตัวโบสถ์รูปทรงที่สร้างขึ้นมีลักษณะแบบศิลปะไทย กว้าง 16 เมตร ยาว 57 เมตร จัดเป็นโบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยใช้แผ่นไม้เป็นแป้นมุงหลังคา 80,000 แผ่น ใช้เสาขนาดต่าง ๆ กันถึง 360 ต้น ส่วนใหญ่เป็นเสาไม้เต็งเสาในแถวกลางมีขนาดใหญ่ยาวที่สุดมี 260 ต้น สูงจากพื้นดินกว่า 10 เมตร พื้นแผ่นกระดานเป็นไม้แดงและไม้ตะเคียนขนาดใหญ่ ม้านั่งไม้จุคนได้กว่าพันคน ระฆังโบสถ์มีเส้นผ่าศูนย์กลางเกือบ 2 ฟุต อยู่ในหอระฆังสูงที่สร้างแบบหอระฆังตามวัดไทยทั่วไป แต่แปลกตรงที่แยกต่างหากจากโบสถ์
จากพลังแห่งศรัทธาอันแรงกล้าของคริสต์ชนที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างโบสถ์ไม้ขนาดใหญ่ที่สุดนั้น ในปัจจุบันโบสถ์แห่งนี้สามารถบรรจุคนได้มากกว่า 500 คน โบสถ์แห่งนี้เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ดูเรียบง่ายแต่มีความสงบและงดงาม ภายในบริเวณวัด ยังมีเรือนไทยอยู่ข้าง ๆ โบสถ์มีความสวยงดงามในปฏิมากรรมแบบไทยเราและล้วนสร้างจากไม้ทั้งหมด และตกแต่ง ต้นไม้สวยงาม ร่มรื่น และยังมีต้นไม้พูดได้ไว้เตือนสติสอนใจหากใครได้มาชมโบสถ์ไม้ที่ใหญ่ที่สุดที่นี่ แล้วละก็จะได้สัมผัสถึงศรัทธาอันแรงกล้าของพระผู้เป็นเจ้าและชาวบ้านซ่งแย้ ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างโบสถ์คริสต์ไม้หลังใหญ่ที่สุด หลังนี้ขึ้นนับแต่อดีตกาลมากว่า 100 ปี และถือได้ว่าเป็นมรดกสืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้ และถือเป็นศาสนาสถานที่มีเอกลักษณ์และมีความสำคัญ เป็นสมบัติอันทรงคุณค่า ที่นี่จะมีจัดกิจกรรมงานพิธีสมรสหมู่ตามแบบคาทอลิก ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ (วันวาเลนไทน์) ของทุก ๆ ปีด้วย โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมความสวยงามแปลกตาของโบสถ์แห่งนี้ ได้ทุกวันไม่มีวันหยุด
ภาษาหลักที่ใช้สื่อสารกันในชุมชนบ้านซ่งแย้ คือ ภาษาอีสาน หรือ ภาษาลาวอีสาน ซึ่งเป็นภาษาถิ่นที่ใช้กันโดยทั่วไปในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เนื่องจากจังหวัดยโสธรตั้งอยู่ในภาคอีสานด้วยบริบทของชุมชนที่มีทั้งชาวพุทธและชาวคริสต์อาศัยอยู่ร่วมกัน ภาษาที่ใช้จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงภาษาถิ่นเท่านั้น
- ภาษาไทยมาตรฐาน : ใช้ในการติดต่อราชการ การศึกษา และในพิธีกรรมทางศาสนาบางอย่าง รวมถึงใช้สื่อสารกับบุคคลภายนอกชุมชน
- ภาษาฝรั่งเศส (ในกลุ่มคริสต์ศาสนิกชน) : มีการใช้ภาษาฝรั่งเศสในชุมชนคริสต์ศาสนิกชนในอดีต เนื่องจากมิชชันนารีคณะแรกที่เข้ามาเผยแผ่ศาสนาเป็นชาวฝรั่งเศส อาสนวิหารอัครเทวดามีคาเอลที่บ้านซ่งแย้จึงมีอิทธิพลทางวัฒนธรรมฝรั่งเศสอยู่บ้าง แต่ปัจจุบันการใช้ภาษาฝรั่งเศสในชีวิตประจำวันลดน้อยลงไปมาก และมักจะพบเห็นได้ในพิธีกรรมทางศาสนาหรือป้ายจารึกทางประวัติศาสตร์เท่านั้น
การเปลี่ยนแปลงจากสังคมเกษตรกรรมดั้งเดิมไปสู่เศรษฐกิจที่หลากหลายมากขึ้น รวมถึงการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว (เช่น งานประเพณีแห่ดาวช่วงคริสต์มาส) ส่งผลต่อโครงสร้างทางสังคมและวิถีการดำเนินชีวิตแบบเดิม ความต้องการและการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเศรษฐกิจรูปแบบใหม่อาจเข้ามาแทนที่การมีส่วนร่วมในกิจกรรมชุมชนแบบดั้งเดิม
สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัดยโสธร. (10 พฤศจิกายน 2565). บ้านหนองซ่งแย้ หมู่ที่ 2 อำเภอไทยเจริญ. สืบค้นเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2568, จาก https://cddportal.cdd.go.th/portal/
MOC Agri Mart. (ม.ป.ป.). บ้านซ่งแย้ หรือ วัดอัครเทวดามิคาแอล. สืบค้นเมื่อ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2568, จาก https://www.mocagrimart.com/th/info/
องค์การบริหารส่วนจังหวัดยโสธร อำเภอเมืองยโสธร จังหวัดยโสธร. (ม.ป.ป.). โบสถ์คริสต์บ้านซ่งแย้. สืบค้นเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2568, จาก https://www.yst-pao.go.th/public/
พงศธรณ์ ตันเจริญ. (15 พฤษภาคม 2567). ผีเป้า ผีปอบ ประวัติศาสตร์บ้านซ่งแย้ อะไรทำให้คนอีสานเปลี่ยนความเชื่อ จากศาสนาผีเป็นศาสนาคริสต์. สืบค้นเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2568, จาก https://theisaanrecord.co/author/phongsathon-tancharoen/
สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดยโสธร. (21 ธันวาคม 2566). ชาวบ้านซ่งแย้ อำเภอไทยเจริญ จังหวัดยโสธร ประดับตกแต่งดวงดาว เตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยว ในงานประเพณีแห่ดาวเทศกาลคริสต์มาส 23-25 ธันวาคม 2566. สืบค้นเมื่อ 18 พฤศจิกายน 2568, จาก https://radioyasothon.prd.go.th/th/content/