Advance search

ปราสาทช่างปี่ซึ่งเป็นอโรคยศาลหรือโรงพยาบาลสมัยโบราณสมัยขอมโบราณ และเป็นโบราณสถานที่สำคัญ และยังมีบารายใหญ่ที่ใช้กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคมาตั้งแต่สมัยโบราณ

หมู่ที่ 1
บ้านช่างปี่
ช่างปี่
ศีขรภูมิ
สุรินทร์
อบต.ช่างปี่ โทร. 0 4455 8765
เขมิสุดา สุดารัตน์
20 พ.ย. 2025
เขมิสุดา สุดารัตน์
1 ธ.ค. 2025
บ้านช่างปี่

"ช่างปี่" ตามชื่อของหมู่บ้าน ซึ่งตามคำบอกเล่าของชาวบ้าน สันนิษฐานว่าอาจเคยเป็นแหล่งที่มีช่างฝีมือในการประดิษฐ์ปี่หรือเครื่องดนตรีพื้นบ้าน


ปราสาทช่างปี่ซึ่งเป็นอโรคยศาลหรือโรงพยาบาลสมัยโบราณสมัยขอมโบราณ และเป็นโบราณสถานที่สำคัญ และยังมีบารายใหญ่ที่ใช้กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรและอุปโภคมาตั้งแต่สมัยโบราณ

บ้านช่างปี่
หมู่ที่ 1
ช่างปี่
ศีขรภูมิ
สุรินทร์
32110
14.929942962415568
103.70285319764356
องค์การบริหารส่วนตำบลช่างปี่

ชุมชนบ้านช่างปี่ ต.ช่างปี่ อ.ศีขรภูมิ จ.สุรินทร์ อดีตนั้นเคยเป็นแหล่งชุมชนของเขมรโบราณ จากการสำรวจเท่าที่พบแหล่งโบราณสถานที่สำคัญในชุมชน คือ องค์ปราสาทที่เป็นรูปแบบการสร้างโดยอารยธรรมขอมโบราณ มีนามปราสาทเป็นที่รู้จักนั้น ช่างปี ซึ่งเป็นภาษาเขมรเรียกว่า ปราสาทเจียงเปีย เป็นสถาปัตยกรรมแบบขอมโบราณ โดยสันนิษฐานว่าได้ก่อสร้างมาในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ราวต้นพุทธศตวรรษที่ 18 เป็นโบราณสถานที่ก่อสร้างรุ่นราวคราวเดียวกันกับปราสาทศีขรภูมิ และปราสาทหินพิมาย ปราสาทช่างปี เป็นอโรคยาศาลา สิ่งก่อสร้างนั้นประกอบด้วยองค์ปราสาทสี่เหลี่ยมจัตุรัส ก่อด้วยศิลาแลง หินทราย มีมุมทางทิศ ศาลา ตะวันออกเฉียงใต้มีอาคารขนาดเล็กรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เรียกว่า บรรณาลัย มีกำแพงล้อมรอบ ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ปรากฏมีสระน้ำพื้นสระปูด้วยศิลาแลง มีน้ำใสสะอาดและเต็มตลอดทั้ง ในความหมายว่า อโรคยาศาลา นั้นหมายถึง สถานอันเป็นที่รักษาพยาบาล รักษาตัวของคนเจ็บป่วย ผู้รักษาจะมีความสามารถด้านการแพทย์แผนโบราณและตัวยามาจากเมืองใหญ่ คือ เมืองนครวัดในราชอาณาจักรกัมพูชา เมืองพิมาย เมืองละโว้ ภายในองค์ปราสาทจะประดิษฐานพระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร แต่การไว้สำหรับการสักการบูชา และกระทำพิธีกรรมทางศาสนา จะมีรูปเคารพที่สำคัญในการรักษาเยียวยาโรค นั้นคือพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา รูปเคารพนี้มีความเชื่อว่าเพียงสัมผัสรูปประติมากรของพระองค์ก็จะหายป่วยได้ ปัจจุบันชุมชนโบราณแห่งนี้มีชาวบ้านอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น เนื่องจากมีแหล่งน้ำที่มีมาแต่โบราณ 

ที่ตั้งหมู่บ้านช่างปี่ หมู่ที่ 1 บ้านช่างปี่ ตำบลช่างปี่ อำเภอศีขรภูมิจังหวัด สุรินทร์ ตั้งอยู่ทิศตะวันตกของอำเภอศีขรภูมิ ตามทางหลวงแผ่นดิน 226 ช่วงกิโลเมตรที่ 24 มาตามทางหลวงชนบทสุรินทร์ 3021 ตามเส้น ทางหลวงชนบท บ้านกระโดนค้อถึงบ้านช่างปี่รวมระยะทางห่างจากอำเภอศีขรภูมิประมาณ 15 กิโลเมตร ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกศาลากลาง จังหวัดสุรินทร์ ตามแนวทางหลวงแผ่นดิน 226 ช่วงกิโลเมตรที่ 19 ลงมาตามทางหลวงชนบท แยกบ้านพม่าถึงบ้านช่างปี่รวมระยะทางห่างจากจังหวัดสุรินทร์ประมาณ 25 กิโลเมตร บ้านช่างปี่ มีลักษณะเป็นเนินดิน ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 450 เมตร ตัวแหล่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 153 เมตร สำหรับพื้นที่โดยรอบ ซึ่งเป็นทุ่งนามีความสูง จากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 151 เมตร บนพื้นที่แหล่งในปัจจุบันนี้เป็นที่ตั้งของบ้านเรือนราษฎร โรงเรียนบ้านช่างปี่และวัดบ้านช่างปี่ ทางด้านเหนือของบ้านช่างปี่มี "อ่างเก็บน้ำบ้านช่างปี่" ซึ่งเป็นสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาด 370×580 เมตร วางตัวยาวตามแนวทิศตะวันออกและตะวันตก สันนิษฐานว่าอาจสร้างขึ้นเนื่องใน วัฒนธรรมเขมร โดยอ่างเก็บน้ำบ้านช่างปี่จะรับน้ำจาก "ห้วยกุด" ที่ไหลมาทางด้านทิศตะวันตก ของอ่างเก็บน้ำ และบารายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำ ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ก่อนที่จะไหลไปรวมกันกับ "ห้วยน้ำขุ่น" และบ้านนาสวนมีลักษณะเป็น เนินดินเตี้ย ๆ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 300 เมตร ตัวแหล่งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปาน กลางประมาณ 153 เมตร บนพื้นที่แหล่งในปัจจุบันเป็นที่ตั้งของบ้านเรือนราษฎร

จากข้อมูลสถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร จังหวัดสุรินทร์ อำเภอศีขรภูมิ ตำบลช่างปี่ ประจำเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2568 พบว่า ชุมชนบ้านช่างปี่ หมู่ที่ 1 มีประชากรทั้งหมด 916 คน แบ่งเป็นชาย 434 คน และหญิง 482 คน รวมจำนวน 243 ครัวเรือน โครงสร้างประชากรสะท้อนให้เห็นว่าชุมชนยังคงมีขนาดกลาง และมีการตั้งถิ่นฐานอย่างต่อเนื่องในพื้นที่เดิมมาเป็นระยะเวลายาวนาน

ประชากรส่วนใหญ่ของบ้านช่างปี่เป็นชาวไทยเขมรพื้นเมืองดั้งเดิม ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นที่นี้มาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย มีความเชื่อกันว่าบริเวณหมู่บ้านเคยเป็นแหล่งชุมชนของชาวเขมรโบราณ เนื่องจากมีโบราณสถานและการค้นพบโบราณวัตถุจำนวนมากในพื้นที่ ต่อมาได้มีการอพยพของผู้คนจากถิ่นอื่นเข้ามาอยู่อาศัย ทำให้เกิดการผสมผสานทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่น แต่ยังคงรักษาอัตลักษณ์ความเป็นไทยเขมรไว้ได้อย่างชัดเจน

คนในชุมชนบ้านช่างปี่มักเรียกตนเองว่า “ขแมร์ลือ” ซึ่งหมายถึงเขมรบน เพื่อแสดงถึงอัตลักษณ์ของกลุ่ม และใช้คำว่า “ขแมร์กร็อม” เรียกชาวเขมรที่อาศัยอยู่ในประเทศกัมพูชา คำเรียกดังกล่าวสะท้อนระบบการรับรู้และการจัดจำแนกกลุ่มชาติพันธุ์ตามภูมิประเทศและประสบการณ์ทางประวัติศาสตร์ร่วมกันของคนในชุมชน

ในด้านระบบเครือญาติ บ้านช่างปี่มีลักษณะเป็นชุมชนเครือญาติที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันในระดับครอบครัวขยาย สมาชิกในชุมชนส่วนใหญ่มีความเกี่ยวดองทางสายเลือดหรือการสมรส เชื่อมโยงกันเป็นเครือข่ายตระกูลขนาดใหญ่ นามสกุลที่พบเป็นกลุ่มตระกูลสำคัญในชุมชน ได้แก่ แสงงาม หล่อแหลม ทองหล่อ โต๊ะงาม และกองแก้ว ซึ่งตระกูลเหล่านี้มีบทบาทในการตั้งถิ่นฐานและดำรงชีวิตของชุมชนมาอย่างยาวนาน

นอกจากนี้ ยังปรากฏตระกูลที่มีเชื้อสายจีนซึ่งอพยพเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ 5 จำนวน 1 ตระกูล เดิมใช้นามสกุลแซ่จึง และต่อมาเปลี่ยนเป็น “เนตรอุดมสุก” โดยลูกหลานในปัจจุบันได้ผสมผสานกลมกลืนเข้าสู่วิถีชีวิตและวัฒนธรรมไทยเขมรของชุมชนอย่างแนบแน่น ผ่านการสมรสและการดำรงชีวิตร่วมกับคนในพื้นที่

ขแมร์ลือ

ชุมชนบ้านช่างปี่เป็นชุมชนพักอาศัยแบบชนบทเก่าแก่ ตั้งอยู่บนที่ดอนใกล้กับปราสาทช่างปี่ในอำเภอศีขรภูมิ ประชากรมีความผูกพันกับประเพณีและวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สืบทอดมา มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ประกอบด้วยกลุ่มหลัก ๆ ได้แก่ กูย เขมร และลาว โดยแต่ละกลุ่มมีวัฒนธรรมและภาษาถิ่นเป็นของตนเองวัฒนธรรมและประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ มีวัดประจำชุมชนคือวัดบ้านช่างปี่ และมีพิพิธภัณฑ์ชุมชนเพื่อเก็บรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุและเครื่องมือเครื่องใช้ในอดีต 

เศรษฐกิจของชุมชนบ้านช่างปี่พึ่งพาทั้งอาชีพหลักและอาชีพเสริมที่สืบทอดกันมา อาชีพหลัก คือเกษตรกรรมประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม โดยกิจกรรมหลักคือการทำนาข้าว พื้นที่โดยรอบชุมชนเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและมีบาราย (สระน้ำ) ขนาดใหญ่อยู่ทางทิศเหนือเพื่อใช้ประโยชน์ด้านการเกษตร และกลุ่มอาชีพเสริมและหัตถกรรม อย่างเช่นกลุ่มหัตถศิลป์เครื่องปั้นดินเผา เป็นอาชีพเสริมและภูมิปัญญาที่โดดเด่นที่สุดของชุมชน และเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้าน "ช่างปี่" มีการจัดกิจกรรมสืบสานงานปั้นภาชนะดินเผาโดยปราชญ์ชุมชนร่วมกับโรงเรียนในพื้นที่ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้จัดเป็นสินค้า OTOP และของฝากของจังหวัดสุรินทร์ 

กิจกรรมหลักของชุมชนจะเชื่อมโยงกับปราสาทช่างปี่ (อโรคยศาลสมัยขอมโบราณ) และวิถีชีวิตทางศาสนาและวัฒนธรรม

  • เดือนมีนาคม งานสืบสานตำนานปราสาทช่างปี่เป็นงานประจำปีที่สำคัญที่สุดของชุมชน ซึ่งกิจกรรมประกอบ ดังนี้ พิธีบวงสรวงปราสาทช่างปี่, การแสดงรำบวงสรวงจากชาวบ้าน, การแสดงแสง สี เสียงชุด "สืบสานตำนานปราสาทช่างปี่" จุดเด่นคือการชม ปรากฏการณ์มหัศจรรย์แสงอาทิตย์ส่องลอดช่องประตูทุกบานของปราสาท ซึ่งเกิดขึ้นเพียงปีละครั้งในช่วงเย็น  และมีพิธีสะเดาะเคราะห์เสริมสิริมงคล และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน
  • เดือนพฤศจิกายน ประเพณีลอยกระทงจัดขึ้นที่อ่างเก็บน้ำบ้านช่างปี่เป็นประจำทุกปี เพื่อสืบสานประเพณีอันดีงาม

และยังมีฮีตสิบสอง (ประเพณี 12 เดือน) ที่ชุมชนยังคงรักษาประเพณีท้องถิ่นอีสานใต้/เขมรไว้ เช่น ประเพณีแซนโฎนตา หรือ สารทเขมร เป็นประเพณีที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของชาวไทยเชื้อสายเขมรในจังหวัดสุรินทร์ รวมถึงชุมชนบ้านช่างปี่ด้วย ถือเป็น "วันกตัญญู" จะจัดขึ้นใน วันแรม 14 ค่ำ เดือน 10 ของทุกปี โดยลูกหลานที่ไปทำงานที่อื่นจะกลับมารวมตัวกันที่บ้านเกิดเพื่อร่วมพิธีอย่างพร้อมหน้าพร้อมตาเพื่อที่จะแสดงถึงความเคารพและระลึกถึงคุณงามความดีของบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้ว

จะเห็นได้ว่าชุมชนบ้านช่างปี่ยังคงดำรงวิถีชีวิตที่ผูกพันกับฮีตสิบสองครองสิบสี่อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเดือนมีนาคมที่มีการจัด งานสืบสานตำนานปราสาทช่างปี่ ซึ่งเป็นการนำประเพณีท้องถิ่นมาผสมผสานกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว และประเพณีแซนโฎนตาในเดือนสิบ ก็เป็นอีกหนึ่งประเพณีที่แสดงถึงความกตัญญูและความผูกพันของคนในชุมชนต่อบรรพบุรุษได้อย่างชัดเจน

ปราชญ์ชุมชนที่มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟูเครื่องปั้นดินเผาบ้านช่างปี่ คือ นายไพฑูรย์ พินิจทรัพย์ ผู้ทำหน้าที่เป็นแกนนำในการนำภูมิปัญญาโบราณกลับคืนสู่ชุมชน ร่วมกับผู้ใหญ่บ้านในการผลักดันให้คนในพื้นที่หันกลับมาประกอบอาชีพเครื่องปั้นดินเผาจนเกิดผลสำเร็จ โดยมีเป้าหมายเพื่อสืบสานงานศิลปะดินเผาอันทรงคุณค่าของบรรพบุรุษ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีเตาเผาโบราณตั้งอยู่ในหมู่บ้าน

ชุมชนบ้านช่างปี่ ตำบลช่างปี่ อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ มีทุนชุมชนที่สำคัญด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม โดยเฉพาะ "ปราสาทช่างปี่" ซึ่งเป็นโบราณสถานสำคัญของชุมชน

ปราสาทช่างปี่เป็นศาสนสถานในศาสนาพุทธนิกายมหายาน สร้างด้วยศิลาแลงและหินทราย มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 และจัดเป็นอโรคยศาลา หรือศาสนสถานพยาบาลแห่งหนึ่งในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ซึ่งเป็นหนึ่งในจำนวน 102 แห่ง ที่สร้างขึ้นทั่วอาณาจักรขอม โบราณสถานแห่งนี้มีคุณค่าทั้งในเชิงโบราณคดีและความเชื่อทางศาสนา โดยเป็นศูนย์รวมความศรัทธาของคนในชุมชนต่อพระไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา

ในปัจจุบัน ชุมชนบ้านช่างปี่ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดงานประเพณีสืบสานตำนานปราสาทช่างปี่อย่างต่อเนื่อง เพื่ออนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ส่งเสริมการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของจังหวัดสุรินทร์

ชุมชนบ้านช่างปี่ จังหวัดสุรินทร์ มีการใช้ภาษาหลักสองภาษาในการสื่อสาร 

  1. ภาษาเขมรสุรินทร์ เป็นภาษาหลักที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในชุมชน เนื่องจากจังหวัดสุรินทร์มีประชากรเชื้อสายเขมรอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ภาษาเขมรถิ่นไทยมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากภาษาเขมรมาตรฐานของประเทศกัมพูชา
  2. ภาษาไทยอีสาน (ภาษาลาว) มีการใช้ในบางส่วนของชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมจากภาคอีสานตอนกลาง 

นอกจากนี้ ในชีวิตประจำวันและการติดต่องานราชการ ประชาชนทุกคนสามารถใช้ภาษากลางได้เป็นอย่างดี


การฟื้นฟูงานเครื่องปั้นดินเผาบ้านช่างปี่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของคนในชุมชนที่ต้องการสืบสานภูมิปัญญาโบราณของบรรพบุรุษ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมีเตาเผาโบราณตั้งอยู่ในหมู่บ้าน ความร่วมแรงร่วมใจของชาวบ้านและผู้นำท้องถิ่นทำให้การรื้อฟื้นงานศิลปหัตถกรรมดินเผากลับมาเป็นที่รู้จักและเป็นอาชีพเสริมของคนในพื้นที่อีกครั้ง ความพยายามฟื้นฟูดังกล่าวได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วน ทั้งหน่วยงานท้องถิ่น โรงเรียน และประชาชน ที่เล็งเห็นคุณค่าขององค์ความรู้ด้านเครื่องปั้นดินเผา และต้องการให้เกิดการส่งต่อไปสู่เยาวชนในชุมชน การนำความรู้เรื่องการปั้นดินเผาเข้าไปบูรณาการในกระบวนการเรียนการสอนจึงเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการมีส่วนร่วม ที่ช่วยให้นักเรียนได้เรียนรู้และซึมซับอัตลักษณ์ท้องถิ่น รวมทั้งสามารถนำทักษะดังกล่าวไปพัฒนาเป็นอาชีพในอนาคตได้ โรงเรียนบ้านช่างปี่ได้นำองค์ความรู้เรื่องเครื่องปั้นดินเผาใส่ไว้ในรายวิชาวิทยาศาสตร์และวิชาท้องถิ่น โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ทุกวันจันทร์ช่วงบ่าย ที่ศูนย์การเรียนรู้ปั้นหม้อ เพื่อเปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง การดำเนินงานนี้สะท้อนถึงการมีส่วนร่วมของทั้งชุมชนในการอนุรักษ์ สืบสาน และพัฒนาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมให้คงอยู่ต่อไป

กำลังอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล

กองจัดการสิ่งแวดล้อมธรรมชาติและศิลปกรรม. (14 สิงหาคม 2565). ชุมชนโบราณบ้านช่างปี่. สืบค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2568, จาก https://culturalenvi.onep.go.th/site/detail/6137 

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสุรินทร์. (12 กันยายน 2568). จังหวัดสุรินทร์เดินหน้าพัฒนาศักยภาพเส้นทางท่องเที่ยวโดยชุมชน (Surin Community Tourism Open House) ปี 2568 เน้น 4 ชุมชนต้นแบบ : จรัส ช่างปี่ ขุนไชยทอง และ เชียงสง สู่การท่องเที่ยวยั่งยืน. สืบค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2568, จาก https://surin.prd.go.th/th/content/ 

องค์การบริหารส่วนตำบลช่างปี่. (ม.ป.ป.). ประวัติความเป็นมา องค์การบริหารส่วนตำบลช่างปี่. สืบค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2568, จาก https://changpi.go.th/public/

พระมหาสมพาน ชาคโร, พระธรรมโมลี, พระมหาวิศิต ธีรวํโส, กฤษนันท์ แสงมาศ และยโสธารา ศิริภาประภากร. (2560). การจัดการแหล่งโบราณคดีในพื้นที่ปราสาทช่างปี่ อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์. วารสารวิชาการธรรมทรรศน์, 17(3), 311-320. สืบค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2568, จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/dhammathas/

กฤษฎา สุนทร. (2568). อบต.ช่างปี่ เชิญเที่ยวงานสืบสานตำนานปราสาทช่างปี่ ประจำปี 2568 ระหว่างวันที่ 5-7 มีนาคม 2568. สืบค้นเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568, จาก https://thainews.prd.go.th/thainews/ 

กรมประชาสัมพันธ์. (3 มิถุนายน 2566). ตำบลช่างปี อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ จัดงานสืบสานประเพณี ตะวันลอดช่องบานประตู ปราสาทช่างปี่. สืบค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2568, จาก https://www.prd.go.th/th/content/ 

องค์การบริหารส่วนตำบลช่างปี่. (ม.ป.ป.). ผลิตภัณฑ์ชุมชน. สืบค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2568, จาก https://changpi.go.th/public/ 

พระธรรมโมลี และ ยโสธารา ศิริภาประภาก. (2564). ประเพณีการแห่พระเจ้าหมอของชุมชนโบราณพันปี่ปราสาทช่างปี่บ้านช่างปี่ ตำบลช่างปี่ อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์สืบค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2568, จาก https://so06.tci-thaijo.org/ 

มรดกวัฒนธรรมจังหวัดสุรินทร์. (2566). ปราสาทช่างปี่. สืบค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2568, จาก https://surinch.srru.ac.th/ 

สำนักศิลปากรที่ 10 นครราชสีมา. (ม.ป.ป.). ปราสาทช่างปี่ ตำบลช่างปี่ อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์. สืบค้นเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2568, จาก https://www.finearts.go.th/  

อบต.ช่างปี่ โทร. 0 4455 8765