Advance search

ตำนานพระร่วงและการละเล่นว่าว วิถีชีวิตแบบพอเพียงที่ผสานภูมิปัญญาดั้งเดิม และธรรมชาติที่สงบสวยงาม 

หมู่ที่ 12
บ้านคุกพัฒนา
สารจิตร
ศรีสัชนาลัย
สุโขทัย
อบต.สารจิตร โทร. 0 5567 5100
เขมิสุดา สุดารัตน์
13 พ.ย. 2025
เขมิสุดา สุดารัตน์
2 ธ.ค. 2025
บ้านคุกพัฒนา

มีตำนานเล่าขานสืบต่อกันมาว่า พระร่วงเดินทางมาพบ นางคำ สาวงามประจำหมู่บ้าน ที่กำลังเล่นน้ำที่แก่งหลวง พระร่วงผู้มีวาจาสิทธิ์ได้วิ่งไล่ตามไป แต่วิ่งสะดุดตอล้มลงที่บ้านแสนตอร้องไห้เสียใจจนเสียชีวิตที่บ้านสารจิตร อาการที่พระร่วงนั่งคุกเข่าเป็นที่มาของบ้านคุกนั้นเอง ซึ่งภายหลัง บ้านคุกพัฒนา ได้แยกมาจากบ้านคุก หมู่ที่ 2 ต.สารจิตร อ.เมือง จ.สุโขทัย 


ชุมชนชนบท

ตำนานพระร่วงและการละเล่นว่าว วิถีชีวิตแบบพอเพียงที่ผสานภูมิปัญญาดั้งเดิม และธรรมชาติที่สงบสวยงาม 

บ้านคุกพัฒนา
หมู่ที่ 12
สารจิตร
ศรีสัชนาลัย
สุโขทัย
64130
17.429758904016914
99.72018791141842
องค์การบริหารส่วนตำบลสารจิตร

ประวัติศาสตร์ของชุมชนบ้านคุกพัฒนาเป็นการร่วมกันระหว่างตำนานมุขปาฐะและการจัดการชุมชนสมัยใหม่ ที่ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้โดดเด่นในเขตอำเภอศรีสัชนาลัย โดยรากเหง้าที่เก่าแก่ที่สุดสืบย้อนไปได้ถึงสมัยสุโขทัยผ่านเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับ พระร่วงเจ้า กษัตริย์ผู้มีวาจาสิทธิ์ ตามความเชื่อที่สืบทอดต่อกันมาผ่านปราชญ์ชาวบ้านระบุว่า ชื่อของหมู่บ้านมีที่มาจากเหตุการณ์ในตำนานที่พระร่วงทรงเสด็จผ่านมายังบริเวณนี้แล้วทรงคุกเข่าด้วยความเสียใจหรือทรงทำพิธีสำคัญบางอย่าง ซึ่งเหตุการณ์นี้ได้กลายเป็นหมุดหมายทางประวัติศาสตร์จิตวิญญาณที่ทำให้คนในพื้นที่เรียกขานละแวกนี้ว่า "บ้านคุก" มาอย่างยาวนาน และยังสัมพันธ์กับการที่พระร่วงทรงโปรดการเล่นว่าว จนกลายเป็นมรดกทางวัฒนธรรมการเล่นว่าวพระร่วงที่ชุมชนยังคงอนุรักษ์ไว้เพื่อบูชาขอความอุดมสมบูรณ์ในการเกษตรจนถึงปัจจุบัน 

ในมิติของการก่อร่างสร้างตัวเป็นหมู่บ้านที่เป็นระบบ ชุมชนบ้านคุกพัฒนาแต่เดิมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มหมู่บ้านคุกในตำบลสารจิตร ต่อมาได้มีการขยายตัวและแยกการปกครองออกมาเป็นหมู่บ้านใหม่คือ หมู่ที่ 12 โดยเติมคำว่า "พัฒนา" ต่อท้ายชื่อเดิมเพื่อสื่อถึงความมุ่งมั่นในการสร้างความเจริญที่ยั่งยืน จุดเปลี่ยนสำคัญในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของชุมชนเกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2555 เมื่อมีการจัดตั้ง ชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชน ขึ้นอย่างเป็นทางการภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐอย่าง อพท. และ ธ.ก.ส. การรวมกลุ่มครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการทำธุรกิจท่องเที่ยว แต่เป็นการนำเอาต้นทุนทางสังคมที่มีอยู่เดิม ทั้งระบบเครือญาติที่เหนียวแน่นและภูมิปัญญาการทำเกษตรพอเพียง มาเปลี่ยนเป็นระบบจัดการที่เข้มแข็งผ่านศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและกองทุนหมู่บ้านประวัติศาสตร์ของบ้านคุกพัฒนาจึงไม่ใช่แค่เรื่องของวันเวลาที่ผ่านไป แต่คือการเปลี่ยนผ่านจากหมู่บ้านเกษตรกรรมธรรมดาในเขตเมืองเก่าศรีสัชนาลัย ไปสู่การเป็น "ชุมชนสัจธรรมมีชีวิต" ที่สามารถเชื่อมโยงตำนานโบราณเข้ากับวิถีชีวิตศตวรรษที่ 21 ได้อย่างกลมกลืน ทุกวันนี้เรื่องราวของพระร่วงและการเล่นว่าวยังคงถูกเล่าผ่านเข็มกลัดว่าวขนาดเล็กและกิจกรรมโฮมสเตย์ เพื่อย้ำเตือนถึงเกียรติประวัติและความภูมิใจในถิ่นกำเนิดที่คนในชุมชนร่วมกันสร้างมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน 

ชุมชนบ้านคุกพัฒนาตั้งอยู่ในเขตตำบลสารจิตร อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติค่อนข้างสูง สภาพแวดล้อมส่วนใหญ่รายล้อมไปด้วยทุ่งนาสีเขียวขจีและพื้นที่ราบลุ่มที่เอื้อต่อการทำเกษตรกรรมแบบผสมผสาน

อาณาเขตติดต่อชุมชน

  • ทิศเหนือ ติดต่อกับ บ้านคุกเหนือ (หมู่ที่ 9)
  • ทิศใต้ ติดต่อกับ บ้านคุกใต้ (หมู่ที่ 14)
  • ทิศตะวันออก ติดต่อกับ บ้านสารจิตร (หมู่ที่ 3)
  • ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลหนองอ้อ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักที่จะมุ่งหน้าสู่ตัวอำเภอศรีสัชนาลัย

จากสถิติสถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร พื้นที่ชุมชนบ้านคุกพัฒนา หมู่ที่ 12 ข้อมูลเดือน พฤศจิกายน 2568 มีจำนวนประชากรรวม 720 คน จำแนกเป็นเพศชาย 354 คน และเพศหญิง 366 คน 

โครงสร้างทางสังคมของชุมชนบ้านคุกพัฒนา ขับเคลื่อนด้วยการผสมผสานระหว่างวิถีเกษตรกรรมแบบดั้งเดิมกับการจัดการตนเองอย่างเป็นระบบ โดยมี ศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านคุกพัฒนา เป็นหลักสำคัญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงและการพึ่งพาตนเอง องค์กรนี้ทำหน้าที่เชื่อมโยงชาวบ้านผ่านการบริหารจัดการ กองทุนหมู่บ้าน ที่ช่วยเป็นแหล่งทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ พร้อมทั้งมีคณะกรรมการชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในชุมชน

ในส่วนของกลุ่มอาชีพมีความเข้มแข็งจากการรวมตัวกันตามความถนัด โดยมี กลุ่มวิสาหกิจชุมชนและการท่องเที่ยว เป็นหลักที่เปลี่ยนทรัพยากรท้องถิ่นให้กลายเป็นรายได้ ทั้งจากการจัดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศในทุ่งบัวและการเปิดบ้านพักโฮมสเตย์ ซึ่งทำงานประสานงานกับ กลุ่มเกษตรกร ที่เน้นการปลูกพืชผักพื้นบ้านเพื่อป้อนวัตถุดิบสะอาดปลอดภัยให้กับครัวชุมชน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มหัตถกรรมที่นำงานฝีมือมาสร้างมูลค่าเพิ่ม จนเกิดเป็นโครงสร้างสังคมที่เน้นการช่วยเหลือเกื้อกูลกันแบบ "บวร" (บ้าน วัด โรงเรียน) และมีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องจากหน่วยงานภายนอกอย่าง ธ.ก.ส. ที่เข้ามาช่วยยกระดับศักยภาพของคนในชุมชนให้กลายเป็นต้นแบบของหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงที่ยั่งยืน

อีกทั้งยังมีผลิตภัณฑ์เด่นของชุมชนบ้านคุกพัฒนาที่เกิดจากการนำภูมิปัญญาดั้งเดิมมาประยุกต์ให้เข้ากับยุคสมัย โดยมีสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์และสร้างชื่อเสียงให้กับชุมชนคือ สบู่ถ่านไม้ไผ่ ซึ่งต่อยอดมาจากอาชีพดั้งเดิมของชาวบ้านที่มีความชำนาญในการเผาถ่าน นำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ประทินผิวที่ช่วยดูดซับสิ่งสกปรกและสารพิษบนผิวหน้าและผิวกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกหนึ่งผลงานสะท้อนวัฒนธรรมคือ ว่าวพระร่วงพระลือ ตามตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์ ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมที่มีรูปทรงและลวดลายเฉพาะตัวของจังหวัดสุโขทัย นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ตีมีด ที่ทำด้วยมือด้วยกรรมวิธีแบบฉบับชาวบ้านคุกพัฒนาซึ่งมีความทนทานและเป็นงานช่างฝีมือชั้นครู

วิถีชีวิตของชาวบ้านคุกพัฒนาดำเนินไปตามฤดูกาลและแรงศรัทธาทางศาสนา โดยมีปฏิทินชุมชนที่เริ่มต้นวันใหม่ด้วยการทำบุญตักบาตรและประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ช่วงเช้าตรู่สมาชิกในครัวเรือนจะออกดูแลไร่นาและสวนผักพื้นบ้าน ก่อนจะเข้าสู่การรวมกลุ่มทำกิจกรรมหัตถกรรมหรือแปรรูปผลิตภัณฑ์อย่างการทำสบู่ถ่านไม้ไผ่ในช่วงที่ว่างจากการทำนา ในทุกวันพระและวันสำคัญทางศาสนา ชาวบ้านจะพร้อมใจกันไปรวมตัวที่วัดสารจิตรเพื่อสืบสานประเพณีและปรึกษาหารือเรื่องงานส่วนรวม สะท้อนถึงความผูกพันที่แน่นแฟ้นภายใต้แนวคิด "บวร"

เมื่อเข้าสู่ปฏิทินรายปี กิจกรรมจะคึกคักเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลสำคัญ เช่น ประเพณีสงกรานต์ที่มีการทำบุญและรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ รวมถึงงานประเพณีลอยกระทงที่สอดคล้องกับความเชื่อเรื่องพระร่วง โดยมีการจัดกิจกรรมละเล่นพื้นบ้านและการแข่งว่าวพระร่วงพระลือในช่วงที่ลมหนาวเริ่มพัดผ่าน นอกจากนี้ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว ชุมชนจะปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตมาเป็นการเปิดบ้านรับนักท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ มีการจัดกิจกรรมล่องเรือชมทุ่งบัวและเปิดตลาดน้ำชุมชน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สมาชิกทุกกลุ่มอาชีพจะมารวมตัวกันเพื่อนำเสนออัตลักษณ์ท้องถิ่นและต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองด้วยความอบอุ่น

ปราชญ์ชาวบ้านและบุคคลสำคัญที่มีบทบาทโดดเด่นในการขับเคลื่อนหัตถกรรมและวิถีชุมชนบ้านคุกพัฒนา มีดังนี้

1.นายประดิษฐ์ มีศรี : เป็นบุคคลสำคัญของชุมชนในฐานะ ประธานศูนย์เรียนรู้ชุมชนบ้านคุกพัฒนาและประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านคุกพัฒนา ท่านเป็นผู้นำในการรวบรวมกลุ่มอาชีพและผลักดันให้หมู่บ้านกลายเป็นต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง จนได้รับรางวัลและเกียรติคุณมากมาย เช่น เกษตรกรดีเด่นสาขาไร่นาสวนผสม

2.นางทรรศวรรณ ลิสวน : ปราชญ์ชาวบ้านผู้เชี่ยวชาญและเป็นผู้ถ่ายทอดเรื่องราวตำนานว่าวพระร่วง-พระลือ ท่านมีบทบาทสำคัญในการสืบสานการละเล่นว่าวโบราณของสุโขทัยให้กลับมาเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวที่สร้างชื่อเสียงให้กับบ้านคุกพัฒนา

ชุมชนบ้านคุกพัฒนาเป็นชุมชนที่มีทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะมรดกภูมิปัญญาการทำว่าวพระร่วง ซึ่งสืบทอดกันมาจากบรรพบุรุษจนถึงปัจจุบัน ผ่านความร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน การทำว่าวไม่ได้เป็นเพียงงานฝีมือ แต่เป็นกิจกรรมที่สร้างการมีส่วนร่วมของคนทุกช่วงวัย โดยมีการถ่ายทอดความรู้การทำว่าวให้แก่เด็กและเยาวชน เพื่อให้ภูมิปัญญานี้คงอยู่และไม่สูญหายไปตามกาลเวลา

ว่าวพระร่วงมีเอกลักษณ์สำคัญคือ ลวดลายปลา ซึ่งเป็นลวดลายดั้งเดิมที่สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่จังหวัดสุโขทัย ลวดลายดังกล่าวสะท้อนความผูกพันระหว่างวิถีชีวิตของผู้คนกับทรัพยากรธรรมชาติและความเชื่อของชุมชน นอกจากว่าวพระร่วงแล้วชุมชนยังมีการทำว่าวประเภทอื่น ๆ และมีการจัดประเพณีประกวดว่าวพระร่วงและว่าวพระลือเป็นประจำทุกปี กิจกรรมนี้ช่วยเสริมสร้างความสามัคคีของคนในชุมชนและชุมชนใกล้เคียง อีกทั้งยังเป็นทุนทางวัฒนธรรมที่นำไปสู่การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของพื้นที่ชุมชนบ้านคุกพัฒนา

นอกจากทุนด้านงานหัตถกรรมแล้ว ชุมชนบ้านคุกพัฒนายังมีทุนทางวัฒนธรรมด้านเพลงและการละเล่นพื้นบ้าน ซึ่งมีรากฐานมาจากบรรพบุรุษ โดยมีนางเม็ด ประชัน เป็นผู้สืบสานและเผยแพร่เพลงพื้นบ้านให้กับคนในชุมชน เพลงและการละเล่นเหล่านี้ได้รับการถ่ายทอดมาจากการจดจำคำร้องและทำนองของคนเฒ่าคนแก่ แล้วนำมาปรับใช้ในบริบทของชุมชนบ้านคุกพัฒนา

เพลงและการละเล่นพื้นบ้านถูกนำมาใช้ในงานกิจกรรมและพิธีกรรมต่าง ๆ ของชุมชน โดยเลือกขับร้องให้เหมาะสมกับเทศกาลและโอกาส เพลงที่นิยมในชุมชน ได้แก่ เพลงนางข้อง เพลงนางกัก เพลงลิงลง และเพลงแห่นาค ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิต ความเชื่อ และความสนุกสนานของผู้คน ทุนทางวัฒนธรรมด้านดนตรีและการละเล่นนี้ช่วยสร้างพื้นที่การเรียนรู้ร่วมกัน เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนในชุมชน และเป็นฐานสำคัญในการรักษาอัตลักษณ์ท้องถิ่นให้ยังคงมีชีวิตอยู่

โดยภาพรวมทุนชุมชนของบ้านคุกพัฒนาประกอบด้วยทุนทางภูมิปัญญาการทำว่าว ทุนทางวัฒนธรรมจากเพลงและการละเล่นพื้นบ้าน และทุนทางสังคมจากความร่วมมือของคนในชุมชน ทุนเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงกันและมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างความเข้มแข็ง ความสามัคคี และการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน

ชาวบ้านคุกพัฒนาใช้ ภาษาไทยถิ่นเหนือ (คำเมือง) ประชากรในตำบลสารจิตรและพื้นที่ตอนบนของอำเภอศรีสัชนาลัยส่วนใหญ่ "อู้คำเมือง" หรือพูดภาษาถิ่นเหนือคล้ายกับชาวจังหวัดแพร่และน่าน และภาษาไทยถิ่นสุโขทัยมีการใช้สำเนียงสุโขทัยดั้งเดิมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นสำเนียงเก่าแก่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของภูมิภาคสื่อสาร เนื่องจากตั้งอยู่ในอำเภอศรีสัชนาลัย ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อทางวัฒนธรรม

กำลังอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล
กำลังอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล

ศูนย์เรียนรู้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ ธ.ก.ส.. (ม.ป.ป.). จังหวัดสุโขทัย "ชุมชนบ้านคุกพัฒนา"สืบค้นเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2568, จาก https://rdpb-2.appspot.com/ 

รมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม. (2559). ชุมชนต้นแบบ สืบสานมรดกภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรม สู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์. สืบค้นเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2568, จาก https://book.culture.go.th/

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน. (ม.ป.ป.). มรมส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านคุกพัฒนา. สืบค้นเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2568, จาก https://cbtthailand.dasta.or.th/

องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน. (ม.ป.ป.). บ้านคุกพัฒนา จ.สุโขทัย. สืบค้นเมื่อ 13 พฤศจิกายน 2568, จาก http://agrotourism.doae.go.th/data/

อบต.สารจิตร โทร. 0 5567 5100