น้ำตกแก่งโพธิ์ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงาม มีน้ำไหลตลอดปี ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ ร่มรื่น และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการตั้งแคมป์
ความเป็นมาของชื่อชุมชนยังไม่ถูกกล่าวถึงอย่างละเอียด แต่การรวมกันของคำว่า "นา" และ "หินกอง" อาจสื่อถึงลักษณะภูมิประเทศที่เต็มไปด้วยหิน
น้ำตกแก่งโพธิ์ เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงาม มีน้ำไหลตลอดปี ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ ร่มรื่น และมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ เป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับการตั้งแคมป์
ประวัติศาสตร์ของบ้านนาหินกองเริ่มต้นจากกลุ่มคนเล็ก ๆ ที่เรียกตนเองว่า "บรู" ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีถิ่นฐานเดิมอยู่แถบบริเวณสองฝั่งแม่น้ำโขง โดยเฉพาะในพื้นที่แขวงสะหวันนะเขต แขวงสาละวัน และแขวงอัตตะปือ ของประเทศลาวในปัจจุบัน คำว่า "บรู" ในภาษาดั้งเดิมมีความหมายตรงตัวว่า "ภูเขา" หรือ "คนที่อยู่กับป่าเขา" บรรพบุรุษของชาวนาหินกองเริ่มอพยพข้ามฝั่งโขงเข้ามาสู่ประเทศไทยในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการปรับเปลี่ยนเขตแดนและการเคลื่อนย้ายประชากรครั้งใหญ่ กลุ่มคนเหล่านี้ได้เดินทางรอนแรมลัดเลาะตามแนวเทือกเขาภูพาน จนกระทั่งมาพบกับชัยภูมิที่มีความอุดมสมบูรณ์ในแง่ของแหล่งน้ำและผืนป่า จึงได้ตกลงใจปักหลักฐานสร้างบ้านเรือนขึ้นในพื้นที่ที่กลายเป็นตำบลกกตูม
ในเวลาต่อมาที่มาของชื่อหมู่บ้านและสภาพภูมิศาสตร์ในอดีตสภาพพื้นที่ของบ้านนาหินกองในยุคบุกเบิกนั้นเต็มไปด้วยความท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นพื้นที่หุบเขาที่เต็มไปด้วยก้อนหินขนาดน้อยใหญ่กระจายอยู่ทั่วไปตามธรรมชาติ เมื่อบรรพบุรุษเริ่มทำการหักร้างถางพงเพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับทำนาปลูกข้าว พวกเขาต้องใช้ความมานะอุตสาหะอย่างมหาศาลในการขุดถอนและเคลื่อนย้ายก้อนหินเหล่านั้นออกจากที่นา แล้วนำมาวางสุมรวมกันไว้เป็นกอง ๆ ตามคันนาหรือริมขอบที่ทำกิน สภาพการณ์ที่ปรากฏภาพการทำนาท่ามกลางกองหินที่ถูกรวบรวมไว้เช่นนี้เอง จึงกลายเป็นที่มาของชื่อหมู่บ้านนาหินกอง ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงชื่อเรียกสถานที่ แต่เป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความอดทนและการต่อสู้เพื่อสร้างพื้นที่ทำกินของบรรพชนรุ่นแรกยุคแห่งอุดมการณ์และการสู้รบในเขตภูพาน
ในหน้าประวัติศาสตร์สมัยใหม่ ช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2500 ถึงต้นปี พ.ศ. 2520 บ้านนาหินกองไม่ได้เป็นเพียงหมู่บ้านเกษตรกรรมอันเงียบสงบ แต่ได้กลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในยุคสงครามเย็น เนื่องจากตำบลกกตูมมีภูมิประเทศเป็นป่าทึบและภูเขาสลับซับซ้อน จึงถูกใช้เป็นฐานที่มั่นและเขตเคลื่อนไหวหลักของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ในเขตงานภูพาน ชาวบ้านในยุคนั้นต้องใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งระหว่างอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน พื้นที่นี้กลายเป็นเขตสีแดงที่มีการปะทะกันทางอาวุธอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งความทรงจำในยุคนี้ได้ฝังรากลึกอยู่ในประวัติศาสตร์ชุมชน ทั้งในแง่ของความสูญเสียและการเรียนรู้ที่จะปรับตัวเพื่อความอยู่รอด จนกระทั่งสถานการณ์คลี่คลายลงนำไปสู่การวางอาวุธและหันหน้ามาร่วมกันพัฒนาท้องถิ่น
ชุมชนบ้านนาหินกองตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาและโอบล้อมด้วยผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ในเขตตำบลกกตูม โดยสภาพทางภูมิศาสตร์เป็นพื้นที่ลาดชันสลับกับที่ราบลุ่ม สภาพแวดล้อมโดยรวมมีความเขียวขจีตลอดทั้งปีเนื่องจากตั้งอยู่ในเขตพื้นที่โครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทำให้มีระบบจัดการน้ำและอ่างเก็บน้ำที่ช่วยหล่อเลี้ยงวิถีเกษตรกรรมอินทรีย์ของชาวบ้านอย่างทั่วถึง
อาณาเขตชุมชนติดต่อ
- ทิศเหนือ ติดต่อกับ บ้านแก่งนาง (หมู่ 7, 11, 13) และพื้นที่ป่าไม้ในเขต โครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบนฯ
- ทิศใต้ ติดต่อกับพื้นที่แนวเทือกเขาและป่าชุมชน ซึ่งเชื่อมต่อไปยัง ตำบลบ้านเหล่า และตำบลบ้านค้อ ในอำเภอคำชะอี
- ทิศตะวันออก เชื่อมต่อกับชุมชนในเขต ตำบลพังแดง อำเภอดงหลวง
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับเขตอำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยเฉพาะพื้นที่ ตำบลหนองผือ และตำบลกุดปลาค้าว
ใจกลางชุมชนเป็นที่ตั้งของวัดบ้านนาหินกองและโรงเรียนบ้านนาหินกองซึ่งเป็นศูนย์กลางในการทำกิจกรรมทางวัฒนธรรมและประเพณีความเชื่อ พื้นที่โดยรอบบ้านเรือนถูกปรับเปลี่ยนเป็นไร่นาสวนผสมตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ มีกระแสลมพัดผ่านตลอดเวลาเนื่องจากตั้งอยู่ในแนวเทือกเขาภูพาน ทำให้มีอากาศเย็นสบายและมีความชื้นสัมพัทธ์สูงโดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวและฤดูฝน ส่งผลให้สภาพแวดล้อมในชุมชนมีความสงบเงียบและสะท้อนถึงวิถีชีวิตที่พึ่งพาอาศัยธรรมชาติอย่างใกล้ชิด
จากข้อมูลสถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎรพื้นที่ชุมชนบ้านนาหินกอง หมู่ที่ 8 ข้อมูลเดือน พฤศจิกายน 2568 มีจำนวนประชากรทั้งหมด 747 คนแบ่งออกเป็นชายจำนวน 382 คน แบ่งเป็นหญิงจำนวน 365 คน
ชุมชนบ้านนาหินกองมีประชากรส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์บรู ที่มีลักษณะการตั้งถิ่นฐานแบบเกาะกลุ่มตามสายตระกูล โดยประชากรในหมู่บ้านมีความสัมพันธ์กันอย่างแนบแน่นผ่านระบบเครือญาติที่เป็นโครงสร้างทางสังคมหลักในการดำเนินชีวิต ประชากรเป็นครอบครัวขยายที่สมาชิกหลายรุ่นอาศัยอยู่ในพื้นที่เดียวกันหรือบริเวณใกล้เคียงกัน ทำให้การสืบทอดทางวัฒนธรรมและภาษาพื้นถิ่นยังคงมีความแข็งแรง โดยเฉพาะภาษาบรูที่ใช้สื่อสารกันภายในชุมชนควบคู่กับภาษาไทยอีสาน ระบบเครือญาตินี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการนับลำดับญาติ แต่ยังรวมถึงระบบการปกครองภายในที่ให้ความสำคัญกับอาวุโสและผู้หลักผู้ใหญ่ในตระกูล ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจเรื่องราวต่าง ๆ ของหมู่บ้าน
บรูเนื่องจากบ้านนาหินกองตั้งอยู่ในเขตโครงการพัฒนาลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จึงมีการรวมตัวกันเป็น กลุ่มเครือข่ายเกษตรทฤษฎีใหม่ และกลุ่มเกษตรยังชีพ เพื่อจัดการทรัพยากรน้ำและพัฒนาระบบการเพาะปลูกแบบอินทรีย์ นอกจากนี้ในระดับตำบลยังมี ศูนย์ข้าวชุมชนตำบลกกตูม ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านนาหินกอง หมู่ 8 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และกระจายพันธุ์ข้าวให้แก่สมาชิก
วิถีชีวิตของชาวบ้านนาหินกองดำเนินไปอย่างสอดคล้องกับธรรมชาติและฤดูกาลภายใต้แนวเทือกเขาภูพาน โดยชุมชนจะเริ่มต้นอย่างคึกคักในช่วงฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูกาลแห่งการเพาะปลูก ชาวบ้านจะร่วมกันประกอบพิธีกรรมบอกกล่าวเทวดาและบรรพบุรุษตามความเชื่อของชาวบรูเพื่อขอให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล ก่อนจะเข้าสู่การลงแขกดำนาที่อาศัยแรงงานจากระบบเครือญาติหมุนเวียนกันไปในแต่ละครัวเรือน เมื่อเข้าสู่ช่วงออกพรรษาซึ่งเป็นฤดูเก็บเกี่ยว บรรยากาศในหมู่บ้านจะเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาจากการร่วมแรงร่วมใจเก็บเกี่ยวผลผลิต และตามมาด้วยงานบุญประเพณีตามฮีตสิบสอง เช่น บุญกองข้าว เพื่อเฉลิมฉลองผลผลิตและแสดงความกตัญญูต่อแม่โพสพ ในช่วงฤดูแล้งที่ว่างเว้นจากการทำนา ชาวบ้านจะปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตเข้าสู่การหาของป่าและทำการเกษตรอินทรีย์ริมน้ำ รวมถึงการรวมกลุ่มกันทำงานหัตถกรรมและทอผ้าอยู่ใต้ถุนเรือนร่วมกับชุมชนศรีถาวรพนา หมู่ที่ 12 เพื่อสร้างรายได้เสริมและรักษาภูมิปัญญาดั้งเดิม และชาวนาหินกองยังคงรักษาอัตลักษณ์ "บรู" ไว้ได้อย่างเหนียวแน่น ทั้งการแต่งกายด้วยผ้าทอพื้นเมือง และประเพณีความเชื่อเรื่อง ผีบรรพบุรุษและผีป่าผีเขาสิ่งที่เป็นจุดเด่นที่สุดคือ "ระบำหยอดข้าว" ซึ่งเป็นการร่ายรำที่จำลองขั้นตอนการทำนาบนภูเขา (นาไร่) เริ่มตั้งแต่การขุดหลุมไปจนถึงการหยอดเมล็ดพันธุ์ ซึ่งในปัจจุบันได้รับการส่งเสริมให้เป็นศิลปะการแสดงประจำท้องถิ่นของชาวบ้านนาหินกอง
ทุนชุมชนที่โดดเด่นและเป็นรากฐานสำคัญของบ้านนาหินกองคือ ระบบชลประทานและพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน ซึ่งเป็นผลจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ชุมชนมีอ่างเก็บน้ำและเหมืองฝายที่ช่วยกระจายน้ำสู่พื้นที่การเกษตรอย่างทั่วถึง ส่งผลให้ที่ดินมีความอุดมสมบูรณ์และสามารถทำการเกษตรได้ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ ชุมชนยังมีป่าชุมชนที่ได้รับการดูแลร่วมกันอย่างเป็นระบบ เป็นแหล่งอาหารและสมุนไพรที่ชาวบ้านสามารถนำมาใช้ประโยชน์ทั้งเพื่อการบริโภคและสร้างรายได้ในครัวเรือน ขณะเดียวกันทุนทางวัฒนธรรม เช่น การรำหยอดข้าวของกลุ่มชาติพันธุ์บรู ได้รับการพัฒนาเป็นกิจกรรมและผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยว รวมถึงผ้าทอพื้นเมืองที่มีลวดลายเฉพาะตัวซึ่งกลายเป็นสินค้า (OTOP) เป็นทุนในการสร้างรายได้เสริมและเสริมความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนโดยรวม
ชุมชนบ้านนาหินกอง ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์บรู ดังนั้น ภาษาหลักที่ใช้ในชุมชนคือ ภาษาบรู ซึ่งเป็นภาษาท้องถิ่นของกลุ่มชาติพันธุ์นี้ นอกจากภาษาบรูแล้ว เนื่องจากจังหวัดมุกดาหารมีกลุ่มชาติพันธุ์หลากหลายและมีการติดต่อสื่อสารกัน ภาษาที่ใช้กันทั่วไปในพื้นที่ใกล้เคียงและอาจมีการใช้ในชุมชนด้วย ได้แก่ ภาษาไทยอีสาน (ภาษาลาวอีสาน) ซึ่งเป็นภาษาหลักที่ใช้ในภาคอีสานโดยทั่วไป และภาษาไทยใช้ในการติดต่อราชการและการศึกษา
จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้บ้านนาหินกองพัฒนาอย่างก้าวกระโดดคือการเข้ามาของ โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ซึ่งทรงเล็งเห็นถึงความยากลำบากของราษฎรในพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำและที่ดินทำกิน โครงการนี้ได้เข้ามาจัดการระบบชลประทาน สร้างอ่างเก็บน้ำ และส่งเสริมการเกษตรอย่างเป็นระบบ ทำให้ชาวบ้านนาหินกองเปลี่ยนจากการทำนาแบบยังชีพมาเป็นการทำเกษตรผสมผสานและการปลูกพืชเศรษฐกิจ รวมถึงการจัดตั้งเครือข่ายอนุรักษ์ป่าต้นน้ำที่ชาวบ้านมีส่วนร่วมอย่างเข้มแข็ง
พิฆเนศ อิศรมงคลรักษ์. (2556). อัตลักษณ์เชิงเลขาศิลป์ 8 กลุ่มชาติพันธุ์ในแถบลุ่มแม่น้ำโขง กรณีศึกษาจังหวัดมุกดาหาร. สืบค้นเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568, จาก https://sure.su.ac.th/
กองการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร. (2565). ฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่นและปราชญ์ชาวบ้านจังหวัดมุกดาหาร. สืบค้นเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568, จาก https://www.mukdahanpao.go.th/
ศูนย์ข้อมูลกลางวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม. (2564). ระบำหยอดข้าว ชนเผ่าข่า หรือ บรู บ้านนาหินกอง ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร. สืบค้นเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568, จาก http://www.m-culture.in.th/album/
เทศบาลตำบลกกตูม. (ม.ป.ป.). สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น. สืบค้นเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568, จาก https://www.kktum.go.th/
สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.). (ม.ป.ป.). โครงการ พัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. สืบค้นเมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568, จาก https://km.rdpb.go.th/Project/
นิพนธ์ พ่อนามแดง และคณะ. (2559). โครงการการเรียนรู้ของคนภูเพื่อการทำเกษตรอินทรีย์ในเขตพื้นที่ชลประทาน พื้นที่บ้านปากช่อง และนาหินกอง ตำบลกกตูม อำเภอดงหลวง จังหวัดมุกดาหาร: รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์. สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม.