บ้านนาแซง เป็นชุมชนที่มีความโดดเด่นด้านภูมิปัญญาการทอเสื่อกก ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมที่สืบทอดมาอย่างยาวนานและยังคงสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน
เมื่อปี พ.ศ. 2405 ได้มีพ่อค้าใหญ่ชื่อ ขุนหมื่นหน้า ได้เดินทางมาค้าขายผ่านบริเวณนี้และเล็งเห็นว่าภูมิประเทศแห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์เหมาะที่จะใช้เป็นที่ประกอบอาชีพ จึงได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า "กุดนาแซง" แต่ตำบลกุดนาแซงสันนิษฐานว่า ชื่อหมู่บ้านกุดนาแซง ตั้งตามภูมิประเทศที่ตั้งถิ่นฐาน เนื่องจากบริเวณดังกล่าว มีแหล่งน้ำล้อมรอบ และมีต้นหญ้าแซงขึ้นอยู่มากมาย ต่อมาจึงได้เปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็น "นาแซง" จนกลายเป็นชื่อหมู่บ้านมาจนถึงปัจจุบัน
บ้านนาแซง เป็นชุมชนที่มีความโดดเด่นด้านภูมิปัญญาการทอเสื่อกก ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมที่สืบทอดมาอย่างยาวนานและยังคงสร้างรายได้ให้กับคนในชุมชน
บ้านนาแซง ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2405 โดยมีพ่อค้าใหญ่ชื่อ ขุนหมื่นหน้า ได้เดินทางมาจากบ้านโพนทราย อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี โดยได้เดินทางมาค้าขายผ่านบริเวณนี้จึงเห็นว่าภูมิประเทศบริเวณพื้นที่แห่งนี้มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การประกอบอาชีพ จึงได้กลับไปชักชวนญาติพี่น้องจำนวน 5 ครัวเรือน เพื่อมาตั้งถิ่นฐานและได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่า "กุดนาแซง" แต่ตำบลกุดนาแซงสันนิษฐานว่า ชื่อหมู่บ้านกุดนาแซงนั้นตั้งตามภูมิประเทศที่ตั้งถิ่นฐาน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีแหล่งน้ำล้อมรอบ และมีต้นหญ้าแซงขึ้นอยู่มากมายจึงได้มีการเปลี่ยนชื่อหมู่บ้านเป็น "นาแซง" และต่อมาจึงได้เปลี่ยนชื่อตำบลกุดนาแซงเป็น ตำบลนาแซง โดยตำบลนาแซงได้ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2428 โดยมีขุนทรง แซงเดช เป็นกำนันคนแรก เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2448 ตำบลนาแซงขึ้นตรงกับอำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ และต่อมาในปี พ.ศ. 2460 ก็ได้โอนขึ้นตรงกับอำเภอโพนทอง มณฑลร้อยเอ็ด และต่อมาในปี พ.ศ. 2468 ก็ได้โอนขึ้นตรงกับอำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด มาจนถึงปัจจุบัน
บ้านนาแซง ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลนาแซงซึ่งมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มเหมาะแก่การทำการเกษตร สภาพภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นที่ราบลุ่มเหมาะแก่การเพาะปลูก และมีแม่น้ำที่สำคัญไหลผ่าน คือ แม่น้ำยัง ที่เอื้อต่อการทำเกษตรกรรมของชาวบ้านในชุมชน
ลักษณะภูมิอากาศ บ้านนาแซงมีลักษณะภูมิอากาศ โดยแบ่งฤดูกาลตามลักษณะอากาศของประเทศไทย แบ่งเป็น 3 ฤดู ได้แก่
- ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงกลางเดือนเมษายน อากาศร้อนและร้อนจัดที่สุดในเดือนมีนาคมและเมษายน เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบทำให้อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงง่าย ฤดูร้อนจะร้อนมาก และบางครั้งจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น
- ฤดูฝน แบ่งออกเป็นสองช่วง คือ ช่วงแรกเริ่มปลายเดือนเมษายนถึงกรกฎาคม จะเกิดฝน เนื่องจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนช่วงหลังจะเริ่มตั้งแต่เดือนสิงหาคมถึงเดือนตุลาคมจะมีฝน เนื่องจากอิทธิพลของร่องความกดอากาศต่ำและพายุจากทะเลจีนใต้
- ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์ เป็นผลมาจากอิทธิพลลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดจากประเทศจีนเข้าปกคลุมประเทศไทย ทำให้อุณหภูมิทั่วไปลดลงและมีอากาศเย็น เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นที่ราบ ในฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด
บ้านนาแซง (หมู่ที่ 1, หมู่ที่ 2, หมู่ที่ 11 และหมู่ที่ 13) มีจำนวนประชากรทั้งหมด 1,524 คน โดยจำแนกเป็นเพศชายจำนวน 712 คน และเพศหญิงจำนวน 812 คน และมีครัวเรือนทั้งหมดจำนวน 461 ครัวเรือน
| หมู่ที่ | ประชากรเพศชาย (คน) | ประชากรเพศหญิง (คน) | รวม (คน) | จำนวนครัวเรือน (ครัวเรือน) |
| 1 | 170 | 181 | 351 | 102 |
| 2 | 163 | 195 | 358 | 111 |
| 11 | 192 | 245 | 437 | 144 |
| 13 | 187 | 191 | 378 | 104 |
ที่มา : สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ข้อมูล ณ พฤศจิกายน 2568
ประชากรบ้านนาแซง โดยส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ได้แก่ การทำนา การทำสวน ยางพารา อ้อย มันสำปะหลัง เลี้ยงสัตว์ และการประกอบอาชีพที่ต้องพึ่งพาธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ อาชีพภาคนอกการเกษตรกรรม ได้แก่ การรับจ้างและการค้าขาย ซึ่งการรับจ้างเป็นการรับจ้างแรงงานภายในตำบลและตำบลใกล้เคียง สำหรับการค้าขายเป็นไปตามลักษณะการค้าขายของเบ็ดเตล็ดภายในหมู่บ้าน หรือรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรภายในตำบล และตำบลใกล้เคียงมาจำหน่าย
วิสาหกิจชุมชนบ้านนาแซง คือ น้ำพริกปลาแห้งนาแซง โดยน้ำพริกปลาแห้งนาแซงเกิดจากกลุ่มแม่บ้านในหมู่บ้านนาแซง ตำบลนาแซง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ที่ต้องการทำน้ำพริกเพื่อหารายได้เสริม จึงเกิดการรวมตัวกันเป็น "กลุ่มน้ำพริกปลาแห้งนาแซง" นอกจากนั้นยังได้รับความร่วมมือกับนักศึกษาคณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ที่มาร่วมกันผลิตน้ำพริกปลาแห้งที่มีชื่อว่า "น้ำพริกนาแซง" เพื่อเป็นการสร้างรายได้และเพิ่มมูลค่าให้เกิดขึ้นภายในชุมชน โดยน้ำพริกปลาแห้งนาแซงไม่มีส่วนผสมของปลาร้า มีรสชาติโดดเด่นเฉพาะตัว มีกลิ่นหอมจากปลาแห้งที่ผ่านการย่างจากเตาถ่าน เหมาะสำหรับผู้ที่แพ้ปลาร้าและน้ำพริกปลาแห้งยังสามารถเก็บได้นานโดยการใช้นวัตกรรมการถนอมอาหารด้วยกรรมวิธีเครื่องซีลสุญญากาศ ซึ่งเป็นตัวช่วยในการยืดอายุอาหาร
หากท่านใดสนใจสามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 06 5738 5483 แม่ญวน สุทธิประภา (ประธานกลุ่มน้ำพริกปลาแห้งบ้านนาแซง) หรือที่เพจเฟซบุ๊ค วิสาหกิจชุมชนบ้านนาแซง
บ้านนาแซง ตำบลนาแซง มีงานประเพณีและงานประจำปีที่ยังคงอนุรักษ์ไว้และปฏิบัติสืบต่อกันมา ดังนี้
- งานประเพณีบุญบั้งไฟไหว้เจ้าปู่โนนเผด
- งานประเพณีวันสงกรานต์
- งานประเพณีวันลอยกระทง
- งานประเพณีวันวิสาขบูชาและสรงน้ำพระธาตุบุพโพ
- งานประเพณีบุญเดือนหกไหว้ปู่ตาท่าเสียว
- งานประเพณีออกกพรรษาและกวนข้าวทิพย์
บ้านนาแซงมีสินค้าพื้นเมืองและของที่ระลึก ซึ่งเป็นสินค้า OTOP ของชุมชน โดยชาวบ้านได้ผลิตสินค้าพื้นเมืองไว้เพื่อใช้เองและจำหน่ายเป็นรายได้ ได้แก่ การทอเสื่อจากต้นกก การจักสานของใช้ในครัวเรือนด้วยไม้ไผ่ การทอพรมเช็ดเท้า เป็นต้น สินค้าเหล่านี้ถือเป็นอีกหนึ่งทุนชุมชนด้านเศรษฐกิจ และยังเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชน
ชาวบ้านส่วนใหญ่ใช้ภาษาถิ่น คือ ภาษาอีสาน ในการสื่อสารชีวิตประจำวัน
วิสาหกิจชุมชนบ้านนาแซง. (2567). แนะนำผลิตภัณฑ์จากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านนาแซง อร่อย สะอาด ปลอดภัย. สืบค้นเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2568, จาก https://www.facebook.com/profile.php?id
สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง. (2568). สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร(รายเดือน). สืบค้นเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2568, จาก https://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statMONTH/
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด. (2568). จังหวัดร้อยเอ็ด ประเมินหมู่บ้านหัตถกรรมดีเด่น 2 ชุมชน เพื่อชิงรางวัล หม่อมงามจิตต์ บุรฉัตร ปี 2568. สืบค้นเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2568, จาก https://roiet.prd.go.th/th/content/category/detail/
เทศบาลตำบลนาแซง. (2566). ประวัติความเป็นมา. สืบค้นเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2568, จาก https://www.nazangroiet.go.th/index.php
เทศบาลตำบลนาแซง. (2566). แผนพัฒนาท้องถิ่น 2566 - 2570. สืบค้นเมื่อ 19 พฤศจิกายน 2568, จาก https://www.nazangroiet.go.th/index.php/