Advance search

บ้านดงคอนมีเอกลักษณ์ด้านโบราณคดีโดดเด่น จากร่องรอยสมัยทวารวดีและโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์วัดโคกดอกไม้ ที่บอกเล่าความรุ่งเรืองและวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต

หมู่ที่ 3
ดงคอน
ดงคอน
สรรคบุรี
ชัยนาท
ทต.ดงคอน โทร. 0 5641 0839
พลอยวรินทร์ พงค์รัตน์
25 พ.ย. 2025
พลอยวรินทร์ พงค์รัตน์
12 ธ.ค. 2025
บ้านดงคอน

ตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมา "ดงคอน" เคยเป็นเมืองเก่า ซึ่งมีหลักฐานจากการพบเครื่องลายครามและวัตถุโบราณ ต่อมาพื้นที่ดังกล่าวร้างลงและกลายเป็นป่าดงทึบ ผู้คนที่ต้องเดินผ่านบริเวณนี้มักใช้การเดินเท้า และไม่สามารถหาบสัมภาระแบบสองข้างได้เพราะกิ่งไม้รกทึบ จึงต้องใช้ "คอน" หรือไม้พาดบ่าแขวนของเพียงด้านเดียวเพื่อให้เดินฝ่าป่าได้สะดวก เรื่องนี้เกิดขึ้นจนเป็นลักษณะเด่นของการสัญจรในพื้นที่ และเมื่อมีคนถามว่าจะไปที่ใด ก็มักตอบว่า "ไปดงคอน" จนกลายเป็นชื่อเรียกติดปากและสืบทอดเป็นชื่อของตำบลดงคอนมาจนถึงปัจจุบัน


ชุมชนชนบท

บ้านดงคอนมีเอกลักษณ์ด้านโบราณคดีโดดเด่น จากร่องรอยสมัยทวารวดีและโบราณวัตถุในพิพิธภัณฑ์วัดโคกดอกไม้ ที่บอกเล่าความรุ่งเรืองและวิถีชีวิตของผู้คนในอดีต

ดงคอน
หมู่ที่ 3
ดงคอน
สรรคบุรี
ชัยนาท
17140
15.023781027069113
100.15841356639017
เทศบาลตำบลดงคอน

บ้านดงคอนเป็นชุมชนเก่าแก่ที่มีพัฒนาการทางวัฒนธรรมต่อเนื่องยาวนานตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ สะท้อนผ่านโบราณวัตถุและหลักฐานทางโบราณคดีจำนวนมากที่พบในพื้นที่ โดยเฉพาะร่องรอยคูน้ำคันดินที่ปรากฏจากภาพถ่ายทางอากาศ ซึ่งมีลักษณะตรงกับผังเมืองสมัยทวารวดี นอกจากนี้ บ้านดงคอนยังตั้งอยู่ในเครือข่ายชุมชนโบราณเดียวกับแหล่งสำคัญใกล้เคียง ได้แก่ บ้านดอนกระเบื้องและเตาเผาแม่น้ำน้อย ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง จึงไม่น่าแปลกใจที่ในพื้นที่บ้านดงคอนจะพบหลักฐานโบราณคดีของสมัยทวารวดีอย่างหนาแน่น

ในช่วง พ.ศ. 2500 เมื่อมีการตัดถนนและเปิดพื้นที่ทำไร่อ้อย ได้มีการพบโบราณวัตถุจำนวนมากจากใต้พื้นดิน แต่ส่วนใหญ่ถูกนำไปขาย สูญหาย หรือไม่ได้รับการเก็บรักษาอย่างเป็นระบบ

ต่อมา พ.ศ. 2517 มีนักโบราณคดีเดินทางมาสำรวจ และบันทึกว่าบ้านดงคอนเป็นส่วนหนึ่งของบ้านเมืองในวัฒนธรรมทวารวดี ส่งผลให้ประวัติศาสตร์ของพื้นที่เริ่มถูกมองเห็นชัดเจนขึ้นและได้รับความสนใจในเชิงวิชาการมากขึ้น

โดยการรวบรวมโบราณวัตถุในชุมชนเริ่มเป็นรูปธรรมเมื่อพระครูวิจิตรชยานุรักษ์ (หลวงพ่อพร้า) เจ้าอาวาสวัดโคกดอกไม้ เห็นคุณค่าของหลักฐานเหล่านี้และก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ขนาดเล็กขึ้นภายในวัด เพื่อเก็บรักษาและนำเสนอเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ท้องถิ่น รวมถึงสิ่งของที่สะท้อนวิถีชีวิตในอดีต อย่างไรก็ตาม พิพิธภัณฑ์ไม่ค่อยเปิดให้ชมเป็นประจำเนื่องจากเคยเกิดเหตุลักขโมย ทำให้ของสำคัญบางส่วนถูกนำไปเก็บรักษาเป็นพิเศษ

อีกทั้งวัดโคกดอกไม้เองเป็นจุดศูนย์กลางทางวัฒนธรรม การศึกษา และประเพณีของชุมชน ในส่วนของเจดีย์และวิหารบนเนินดินที่เชื่อกันว่ามีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา รวมถึงโรงลิเกไม้เก่าแก่ซึ่งเป็นหลักฐานองค์ความรู้ด้านศิลปะการแสดงพื้นบ้าน แม้ปัจจุบันอาจถูกปรับปรุงพื้นที่ ทำให้โครงสร้างดั้งเดิมเสี่ยงต่อการถูกรื้อถอน

ในมิติของประวัติศาสตร์ชุมชนยุคใหม่ บ้านดงคอนตั้งอยู่ติดลำยายคลีซึ่งไหลลงสู่แม่น้ำน้อยและเชื่อมต่อแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้ชุมชนในอดีตเป็นตลาดน้ำและแหล่งค้าขายที่มีความคึกคัก นอกจากนี้ยังมีเรื่องเล่าพื้นบ้าน เช่น การที่บ้านดงคอนเคยเป็นที่กบดานของ "เสือฝ้าย" และโจรร้ายยุคหนึ่ง เพราะเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของวัดโคกดอกไม้ และท้ายที่สุดถูกปราบโดยขุนพันธ์ 

ปัจจุบัน หากมีผู้สนใจต้องการเข้าชมพิพิธภัณฑ์หรือศึกษาวัฒนธรรมท้องถิ่น ยังสามารถติดต่อวัดโคกดอกไม้เพื่อเข้าชมได้ ซึ่งพิพิธภัณฑ์และพื้นที่วัดยังคงเป็นศูนย์รวมเรื่องเล่า ความทรงจำ และมรดกวัฒนธรรมของชุมชนบ้านดงคอนจนถึงปัจจุบัน

ชุมชนบ้านดงคอน ตั้งอยู่ในเทศบาลตำบลดงคอน อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท โดยหมู่บ้านดงคอนแต่ดั้งเดิม อยู่ในบริเวณหมู่ที่ 1-4 มีวัดโดกดอกไม้เป็นศูนย์กลาง เรียงรายด้วยบ้านพักอาศัยค่อนข้างหนาแน่น ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่บ้านมีคูน้ำคันดินในสมัยวัฒนธรรมทวารวดีรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามุมมน ขนาดกว้างยาวประมาณ 750 x 550 เมตร คูเมืองมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 20 เมตร ด้านหนึ่งขุดเพิ่มขึ้นจากลำน้ำธรรมชาติ ชาวบ้านเรียกว่า คลองน้ำเขียว

อาณาเขตติดต่อ

  • ทิศเหนือ ติดต่อกับ เทศบาลตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี
  • ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลโคกช้าง ตำบลปากน้ำ อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี
  • ทิศตะวันออก ติดต่อกับ เทศบาลตำบลบางขุด อำเภอสรรคบุรี
  • ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลวังไก่เถื่อน อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท และตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท

ภูมิประเทศ

ชุมชนบ้านดงคอน ตั้งอยู่ในเทศบาลตำบลคงคอน มีพื้นที่อยู่ในเขตที่ราบลุ่มภาคกลางตอนบน พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบ โดยมีคลองชลประทาน 1 ขวา เป็นแหล่งน้ำที่สำคัญในการทำการเกษตรกรรม และมีเส้นทางคมนาคมสายหลัก คือ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3184 และทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3251

ภูมิอากาศ

  • ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ เดือนกุมภาพันธ์ ถึง เดือนพฤษภาคม
  • ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่ เดือนมิถุนายน ถึง เดือนตุลาคม
  • ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนมกราคม

จากข้อมูล สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร สำนักบริหารการทะเบียน กรมปกครอง ในพื้นที่ จังหวัดชัยนาท อำเภอสรรคบุรี ตำบลดงคอน หมู่ที่ 3 บ้านดงคอน ในพฤศจิกายน 2568 พบว่า ชุมชนบ้านดงคอน (หมู่ที่ 3) มีประชากรทั้งหมดจำนวน 718 คน แบ่งเป็นชาย 336 คน และหญิง 382 คน

บ้านดงคอนมีโครงสร้างสังคมที่ยึดโยงกับวิถีเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ซึ่งเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญของพื้นที่ รองลงมาคือการทำไร่อ้อย ทำสวน และการค้าขายรายย่อย ชุมชนยังมีการรวมกลุ่มอาชีพที่หลากหลาย เช่น กลุ่มทำนาแบบประสานงานแปลงใหญ่ กลุ่มไร่อ้อย กลุ่มแม่บ้านแปรรูปผลผลิต และกลุ่มผู้ปลูกพืชผสมผสาน เพื่อเสริมรายได้และจัดการผลผลิตร่วมกัน

ในด้านองค์กรชุมชน บ้านดงคอนมีทั้งผู้นำท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนตำบลดงคอน รวมถึงคณะกรรมการหมู่บ้านและกลุ่มอาสาสมัครต่าง ๆ เช่น อสม. และกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งล้วนมีบทบาทดูแลสวัสดิการ การเกษตร และพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ร่วมกัน โครงสร้างเหล่านี้ช่วยให้ชุมชนมีระบบประสานงานที่เข้มแข็ง และสนับสนุนการพัฒนาทางเศรษฐกิจควบคู่ไปกับความเป็นอยู่ของครัวเรือนอย่างสมดุล

ในรอบปีชุมชนบ้านดงคอนมีวิถีชีวิตทางวัฒนธรรม และวิถีชีวิตทางเศรษฐกิจ ดังต่อไปนี้

วิถีชีวิตทางวัฒนธรรม

วิถีวัฒนธรรมของบ้านดงคอนดำเนินตามจังหวะปี ที่เริ่มจากการทำบุญปีใหม่ในเดือนมกราคม ก่อนเข้าสู่ประเพณีสงกรานต์เดือนเมษายน ซึ่งชาวบ้านจะร่วมลอยกระทงรอบอุโบสถที่ล้อมด้วยคลองสี่เหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ของวัดโคกดอกไม้ กลางปีเป็นช่วงของการทำบุญเข้าพรรษาออกพรรษา ในเดือนกรกฎาคมและตุลาคม ตามด้วยงานกฐินช่วงปลายปี วิถีประเพณีเหล่านี้ช่วยหล่อหลอมความสามัคคีและเชื่อมโยงผู้คนกับศาสนาและวิถีเกษตรกรรมตลอดทั้งปี

วิถีชีวิตทางเศรษฐกิจ

วิถีชีวิตของชุมชนบ้านดงคอนผูกพันอย่างแนบแน่นกับฤดูกาลเกษตรกรรม ซึ่งเป็นอาชีพหลักของคนส่วนใหญ่ โดยปฏิทินชุมชนมักหมุนตามรอบการทำนาปี จะเริ่มตั้งแต่การเตรียมดินในช่วงต้นฤดูฝน การดำนาในเดือนมิถุนายนจนถึงเดือนกรกฎาคม และการเก็บเกี่ยวในช่วงปลายปี ขณะที่พื้นที่ไร่อ้อยและสวนผลไม้ก็มีรอบการดูแลตัดแต่งและเก็บเกี่ยวที่สอดคล้องตามฤดูกาล ช่วยเสริมรายได้ให้ครัวเรือนทั้งปี

หลวงพ่อพร้า (พระครูวิจิตรชยานุรักษ์)

เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2466 ท่านอุปสมบท ณ วัดโคกดอกไม้ พ.ศ. 2486 โดยได้รับฉายาว่า อตฺตสนฺโต แปลว่า "ผู้มีตนอันสงบแล้ว" ต่อมาในปี พ.ศ. 2491 หลังพระอธิการโห้ลาสิกขา หลวงพ่อพร้าได้รับการคัดเลือกเป็นเจ้าอาวาสวัดโคกดอกไม้ และได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะตำบลดงคอน ด้วยวัยเพียง 25 ปี

ตลอดการปกครองวัด ท่านเป็นผู้นำที่เคร่งครัด มีระเบียบวินัย พูดจริง ทำจริง และเป็นที่เคารพนับถือของชุมชนทุกคน ท่านได้ก่อตั้ง กองทุนการศึกษา เพื่อสนับสนุนเด็กยากจนและพระภิกษุสามเณรที่มีความตั้งใจเรียน โดยส่งเสริมการศึกษาในกรุงเทพฯ พร้อมสนับสนุนด้านอุปโภคบริโภคอย่างต่อเนื่อง

จากข้อมูลดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงบทบาทของท่านในฐานะผู้นำทางศาสนา ผู้นำชุมชน และปราชญ์ท้องถิ่นผู้สร้างทุนทางสังคมและวัฒนธรรมของบ้านดงคอน

ทุนวัฒนธรรมหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น

วัดโคกดอกไม้

ตั้งอยู่หมู่ 3 ตำบลดงคอน อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท ครอบคลุมพื้นที่ 18 ไร่ 3 งาน 70 ตารางวา เป็นศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรมของชุมชนบ้านดงคอน วัดได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2461 และผูกพัทธสีมาเมื่อวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2464 พระอุโบสถสร้างในปี พ.ศ. 2461 โดยหลวงพ่อโต วัดวิหารทอง เป็นประธานการก่อสร้าง

วัดโคกดอกไม้มีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตและความร่วมมือทางสังคมของชุมชน เนื่องจากเป็นศูนย์กลางในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา กิจกรรมบุญร่วมของชาวบ้าน และเป็นจุดนัดพบของพระสงฆ์จากวัดอื่นในพื้นที่ โดยชุมชนใช้วัดเป็นสถานที่รวมกลุ่ม ทำบุญ และประกอบกิจกรรมประเพณีต่าง ๆ เช่น การลอยกระทงในคลองสี่เหลี่ยมรอบอุโบสถ ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์และจุดดึงดูดของชุมชนในช่วงเทศกาล

ชื่อ "วัดโคกดอกไม้" สะท้อนวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่น และประเพณี ระเพณีการจัดประกวดดอกไม้ไฟซึ่งวัดโคกมักได้รับรางวัลเป็นประจำ วัดยังมีสถาปัตยกรรมและสิ่งก่อสร้างที่สำคัญ เช่น วิหาร เจดีย์บนเนินดิน โบสถ์ล้อมคลอง และโรงลิเกไม้ ซึ่งสะท้อนทั้งความเชื่อทางศาสนาและศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นบ้านดงคอน

พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นบ้านดงคอน ตั้งอยู่ภายในวัดโคกดอกไม้ ทำหน้าที่รวบรวมและจัดแสดงโบราณวัตถุ สิ่งของพื้นบ้าน และเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของชุมชน เช่น เครื่องปั้นดินเผา โอ่งสังคโลก เครื่องมือหิน หีบพระธรรม กระเบื้องโบราณ และไม้นวดงวงตาล ซึ่งสะท้อนวิถีชีวิตเกษตรกรรม รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นด้านการทำเครื่องมือและอุปกรณ์พื้นบ้าน พิพิธภัณฑ์จึงถือเป็นทุนวัฒนธรรมสำคัญของชุมชน เพราะช่วยสะสมและสืบทอดความรู้ทางประวัติศาสตร์ ศิลปกรรม และวิถีชีวิตของคนดงคอนให้คนรุ่นหลังเข้าถึงได้โดยตรง

อาคารพิพิธภัณฑ์แบ่งเป็นสองส่วน คือ ห้องสมุดสำหรับการศึกษานอกโรงเรียน และพื้นที่จัดแสดงโบราณวัตถุ แม้จะมีขนาดเล็กและเปิดเข้าชมตามนัดหมาย แต่การจัดแสดงเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชน ผ่านการบริจาคสิ่งของจากชาวบ้าน การใช้ภาพถ่าย แผนที่ และแบบจำลองอธิบายเรื่องราวทางโบราณคดีและตำนานท้องถิ่น เช่น ชื่อเรียกคูน้ำ ลำไชยคลี และวังโบราณต่าง ๆ ทำให้ผู้เข้าชมเข้าใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมบ้านดงคอนได้อย่างลึกซึ้ง

สิ่งของที่จัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ยังสะท้อนภูมิปัญญาการใช้ทรัพยากรท้องถิ่น เช่น อุปกรณ์ทำนาโดยใช้ควาย ระหัดวิดน้ำ เครื่องมือดักสัตว์ เครื่องมือในการทอผ้าและทำขนมพื้นบ้าน การรักษาและจัดแสดงโบราณวัตถุเหล่านี้ไม่เพียงช่วยถ่ายทอดความรู้ แต่ยังสร้างความภาคภูมิใจในมรดกวัฒนธรรม และเป็นเครื่องมือสำคัญในการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นของบ้านดงคอนต่อไป

ภาษาพูด : ภาษาไทยกลาง

ภาษาเขียน : ไทย

กำลังอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล
กำลังอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล

กรมการปกครอง สำนักบริหารการทะเบียน สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร(รายเดือน). (2568). สถิติจำนวนประชากร. https://stat.bora.dopa.go.th/stat/

เทศบาลตำบลดงคอน. (ม.ป.ป.). ประวัติความเป็นมา. https://www.dongkhon.go.th/history-rev2

ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร. (2555). พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นบ้านดงคอน วัดโคกดอกไม้. ฐานข้อมูลพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทย. https://db.sac.or.th/museum/

วลัยลักษณ์ ทรงศิริ. (1 มีนาคม 2553). พิพิธภัณฑ์ในหมู่บ้าน” เก็บอดีตจากบ้านดงคอน อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท. https://lek-prapai.org/home/

tongn005. (ม.ป.ป.). ประวัติของหลวงพ่อพร้า. https://www.watkositaram.com/forum/index

ทต.ดงคอน โทร. 0 5641 0839