เที่ยวแม่ลัว ถิ่นลั๊วะแดนเมี้ยง แหล่งน้ำออกรู ดูถ้ำผาด่าน น้ำตกซาววา หลังคาเมืองแพร่
ตั้งชื่อชุมชนตามการตั้งถิ่นฐานเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ "แม่ลัวะ" ซึ่งเป็นกลุ่มคนดั้งเดิมที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ต่อมาชื่อเรียกได้มีการปรับเปลี่ยนตามการใช้ภาษาและการเรียกของคนในท้องถิ่น จนกลายเป็นคำว่า "บ้านแม่ลัว" ในปัจจุบัน
เที่ยวแม่ลัว ถิ่นลั๊วะแดนเมี้ยง แหล่งน้ำออกรู ดูถ้ำผาด่าน น้ำตกซาววา หลังคาเมืองแพร่
บ้านแม่ลัวสันนิษฐานว่าเคยเป็นถิ่นฐานดั้งเดิมของชาวลัวะ ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมที่ตั้งถิ่นฐานอยู่ในดินแดนล้านนามาตั้งแต่สมัยโบราณ ต่อมาชาวลัวะได้อพยพออกจากพื้นที่ดังกล่าว โดยไม่มีหลักฐานที่ระบุช่วงเวลาและสาเหตุของการย้ายถิ่นอย่างชัดเจน ทั้งนี้คาดว่ากลุ่มชาติพันธุ์ดังกล่าวอาจเคลื่อนย้ายขึ้นไปทางทิศเหนือ และไปตั้งถิ่นฐานบริเวณที่ราบเชิงดอยในพื้นที่จังหวัดน่าน ซึ่งมีเขตติดต่อกับจังหวัดแพร่ และถือเป็นแหล่งอยู่อาศัยสำคัญของชาวลัวะในประเทศไทย
ภายหลังจากการอพยพของชาวลัวะประมาณ 100 ปี ได้มีชาวบ้านจากพื้นที่ราบย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณบ้านแม่ลัว และยังคงเรียกชื่อหมู่บ้านตามชื่อของกลุ่มชาติพันธุ์ดั้งเดิมว่า "แม่ลัวะ" ต่อมามีการปรับรูปคำให้สั้นลงตามการใช้ภาษาในท้องถิ่น จนกลายเป็น "แม่ลัว" และใช้เป็นชื่อหมู่บ้านมาจนถึงปัจจุบัน โดยในปัจจุบันบ้านแม่ลัวแบ่งการปกครองออกเป็น 2 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 4 และหมู่ที่ 6
ชุมชนบ้านแม่ลัวตั้งอยู่ในตำบลป่าแดง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ อยู่ภายใต้เขตการปกครองขององค์การบริหารส่วนตำบลป่าแดง โดยอยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองแพร่ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 30 กิโลเมตร และตั้งอยู่ไม่ไกลจาก "พระธาตุช่อแฮ" ซึ่งเป็นปูชนียสถานสำคัญของจังหวัดแพร่ ลักษณะภูมิประเทศของพื้นที่ เมื่อมองจากที่ราบจะเห็นแนวเทือกเขาทอดยาวอยู่ทางทิศตะวันออก มีรูปร่างคล้ายช้างนอนหมอบ ชาวบ้านจึงเรียกภูเขาลูกนี้ว่า "ดอยช้างผาด่าน" ซึ่งเป็นบริเวณที่ตั้งของชุมชนบ้านแม่ลัวในปัจจุบัน พื้นที่หมู่บ้านตั้งอยู่ในหุบเขาที่มีภูมิประเทศค่อนข้างสลับซับซ้อน และมีภูเขาสูงโอบล้อมอยู่โดยรอบ ส่งผลให้ชุมชนแห่งนี้เป็นพื้นที่ตั้งถิ่นฐานของบ้านแม่ลัว
การเดินทางเข้าสู่บ้านแม่ลัวเริ่มต้นจากตัวเมืองแพร่ โดยสามารถเดินทางได้ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ใช้เส้นทางถนนหมายเลข 1101 หรือ 4010 จากนั้นเชื่อมเข้าสู่ถนนหมายเลข 1024 มุ่งหน้าไปทางเดียวกับบ้านนาคูหา และเลี้ยวขวาเข้าถนนหมายเลข 4036 ซึ่งเป็นเส้นทางเข้าสู่ชุมชน โดยจะต้องเดินทางต่อไปอีกประมาณ 9 กิโลเมตร ผ่านถนนคอนกรีตขนาดค่อนข้างแคบที่มีลักษณะคดเคี้ยวไปตามไหล่เขา จึงจะถึงชุมชนบ้านแม่ลัว
ลักษณะภูมิอากาศของพื้นที่ในหมู่บ้านเป็นภูมิอากาศร้อนชื้นประกอบด้วย 3 ฤดู ดังนี้
- ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมไปจนถึงประมาณกลางเดือนพฤษภาคม แม้จะเป็นช่วงเวลาที่ค่อนข้างสั้น แต่มีสภาพอากาศร้อนจัด โดยเฉพาะในช่วงเดือนเมษายนซึ่งมักมีอุณหภูมิสูงที่สุด ทั้งนี้เมื่อเริ่มเข้าสู่ช่วงที่มีฝนตก อุณหภูมิของอากาศจะค่อย ๆ ลดลง โดยในบางปีอุณหภูมิสูงสุดอาจสูงถึงประมาณ 40 องศาเซลเซียส
- ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่ประมาณเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนตุลาคม โดยมีปริมาณฝนตกชุกมากที่สุดในช่วงเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายน
- ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่ประมาณเดือนตุลาคมไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ โดยช่วงที่มีอากาศหนาวจัดมากที่สุดคือระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคม ทั้งนี้ในบางปีอุณหภูมิอาจลดต่ำกว่า 10 องศาเซลเซียส
ในปัจจุบัน ชุมชนบ้านแม่ลัวมีสถานศึกษาในชุมชน ได้แก่ โรงเรียนบ้านแม่ลัว (วิริยะราษฎร์สงเคราะห์) เปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแพร่ เขต 1
ด้านสาธารณูปโภค ในเขตพื้นที่การปกครองขององค์การบริหารส่วนตำบลป่าแดง ประชาชนในหมู่บ้านมีไฟฟ้าใช้ครบทุกหลังคาเรือน สำหรับระบบน้ำอุปโภคบริโภค เนื่องจากชุมชนบ้านแม่ลัวตั้งอยู่บนพื้นที่สูงบริเวณภูเขา จึงมีการใช้ระบบประปาภูเขาเป็นแหล่งน้ำหลัก ร่วมกับการเก็บกักน้ำฝนและการใช้น้ำจากบ่อน้ำตื้น เพื่อกระจายน้ำสำหรับการอุปโภคบริโภคให้แก่ครัวเรือนภายในชุมชน
ด้านสาธารณสุข ชุมชนมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านแม่ลัว ตั้งอยู่หมู่ที่ 6
ข้อมูลจากสถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร (รายเดือน) สำนักบริหารการทะเบียน กรมปกครอง รายงานจำนวนประชากร ข้อมูลเดือนตุลาคม 2568 ดังตารางต่อไปนี้
| หมู่ที่ | ชื่อหมู่บ้าน | ชาย | หญิง | จำนวนประชากรทั้งหมด | จำนวนครัวเรือน |
| 4 | บ้านแม่ลัว | 174 | 136 | 310 | 186 |
| 6 | บ้านแม่ลัว | 82 | 80 | 162 | 118 |
ชาวบ้านแม่ลัวส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหลักด้านการเกษตร โดยพืชเศรษฐกิจสำคัญของชุมชน ได้แก่ เมี่ยง (ชาวบ้านออกเสียงว่า "เมี้ยง") กาแฟ หม่อน และเจียวกู่หลาน โดยเฉพาะการปลูกเมี่ยงและการหมักเมี่ยงซึ่งถือเป็นพืชหลักของชุมชน กระบวนการผลิตเมี่ยงดำเนินการผ่านการหมักตามภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่อง และยังมีการปลูกพืชผักและผลไม้ปลอดสารพิษเพื่อการบริโภคและจำหน่ายภายในชุมชน ทั้งนี้ ชุมชนบ้านแม่ลัวได้มีการรวมกลุ่มของคนในชุมชนเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น โดยนำผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปและสร้างมูลค่าเพิ่ม เช่น ชาเจียวกู่หลาน และเมี่ยงหมัก
นอกจากนี้ อาชีพที่มีความโดดเด่นและแตกต่างจากพื้นที่อื่นของบ้านแม่ลัว คือ การปลูกกาแฟที่ปลอดสารเคมี โดยอาศัยสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของชุมชนที่เอื้อต่อการเพาะปลูก ทำให้กาแฟบ้านแม่ลัวมีคุณภาพดี เพื่อจำหน่ายสู่ตลาดภายนอก และสามารถนำมาแปรรูปเพื่อสร้างรายได้ให้แก่ชุมชน โดยชาวบ้านยังคงให้ความสำคัญกับการปลูกเมี่ยงซึ่งถือเป็นอาชีพหลักและเป็นวิถีการดำรงชีวิตเอกลักษณ์ของชุมชน
ผู้นำชุมชน
- นางสาวพัชรินทร์ เตชา ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4
- นายเอกพงษ์ ทะฤาษี ดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6
ทุนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น
ชาวบ้านได้มีการอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นของชุมชน อาทิ การทำชาเจียวกู่หลาน การปลูกเมี่ยง และการหมักเมี่ยง ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่ได้รับการถ่ายทอดและสืบทอดต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิต ภูมิปัญญา และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนได้อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ชุมชนบ้านแม่ลัวมีวัดเป็นศูนย์กลางทางจิตใจของคนในชุมชน รวมทั้งเป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมทางศาสนาและวัฒนธรรมร่วมกันของชาวบ้าน โดยในแต่ละหมู่บ้านมีวัดประจำหมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ที่ 4 วัดมงคลรัตนคีรี (สำนักสงฆ์) และหมู่ที่ 6 วัดจอมเขา (สำนักสงฆ์)
ทุนทรัพยากรธรรมชาติ
พื้นที่ป่าไม้ของชุมชนมีสภาพป่าที่ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ และเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารสำคัญของพื้นที่ ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง และป่าดิบเขา ภายในป่ามีพันธุ์ไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ รวมทั้งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหลากหลายชนิด
นอกจากนี้ ชุมชนบ้านแม่ลัวยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญ คือ "ดอยช้างผาด่าน" ซึ่งเป็นสถานที่ที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินลัดเลาะตามเส้นทางขึ้นสู่ยอดเขา เพื่อสัมผัสทิวทัศน์ที่สวยงามและอากาศที่บริสุทธิ์เย็นสบายตลอดทั้งปี จึงได้รับการเปรียบเปรยว่าเป็น "หลังคาเมืองแพร่"
ทุนเศรษฐกิจ
บ้านพักโฮมสเตย์บ้านแม่ลัว เป็นแหล่งที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาพักผ่อนและสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชน โดยเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นและสัมผัสบรรยากาศธรรมชาติของชุมชนอย่างใกล้ชิด ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ชุมชนบ้านแม่ลัว และก่อให้เกิดรายได้แก่คนในชุมชน
ชาวบ้านส่วนใหญ่ใช้ภาษาพื้นเมืองเป็นภาษาถิ่นในการสื่อสารภายในชุมชน และใช้ภาษาไทยกลางเป็นภาษาหลักในการติดต่อสื่อสารทั่วไป
ชาวบ้านแม่ลัวประสบปัญหาความไม่มั่นคงด้านที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย เนื่องจากพื้นที่บางส่วนของชุมชนตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ก๋อน–แม่สาย แม้ว่าชุมชนจะตั้งถิ่นฐานอยู่มาก่อนการประกาศเขตป่าสงวนดังกล่าวก็ตาม อย่างไรก็ตาม ด้วยลักษณะพื้นที่ที่เป็นภูเขาและพื้นที่ป่า ทำให้ชาวบ้านไม่มีเอกสารสิทธิ์รองรับการครอบครองที่ดินอย่างเป็นทางการ
ปัจจุบันบ้านแม่ลัวเป็นหนึ่งในพื้นที่ของจังหวัดแพร่ที่อยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินตามแนวทางของคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ทั้งในระดับชาติและระดับจังหวัด โดยชาวบ้านได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ในการสำรวจและจัดเก็บข้อมูลที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย เพื่อกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบต่อไป
แม่ก๋อน-แม่สาย
อาชีพการปลูกเมี่ยงและการทำเมี่ยงของชาวบ้านแม่ลัวมีแนวโน้มลดลงและอาจเสี่ยงต่อการสูญหายในอนาคต เนื่องจากคนรุ่นใหม่นิยมบริโภคเมี่ยงลดลง ประกอบกับพื้นที่ชุมชนตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ก๋อน-แม่สาย ส่งผลให้การประกอบอาชีพดังกล่าวมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น การเก็บฟืนเพื่อนำมาใช้ในกระบวนการนึ่งเมี่ยง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีจากเจ้าหน้าที่
นอกจากนี้ ชุมชนยังประสบปัญหาความไม่มั่นคงด้านที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัย เนื่องจากไม่มีเอกสารสิทธิ์รองรับการครอบครองที่ดินอย่างชัดเจน ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลกระทบต่อการดำรงอยู่และการสืบสานอาชีพการปลูกและทำเมี่ยงของชุมชนในระยะยาวอย่างมีนัยสำคัญ
องค์การบริหารส่วนตำบลป่าแดง. (ม.ป.ป.). แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2561-2565). https://www.padang.go.th/vision-rev2
สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน. (2564). เรื่องเล่าจากชุมชน (1) วิถีคน-วิถีเมี่ยงที่ ‘บ้านแม่ลัว’ จ.แพร่. https://web.codi.or.th/
Kapook. (ม.ป.ป.). บ้านแม่ลัว จ.แพร่ หมู่บ้านเล็กๆ ในหุบเขา ชุมชนคนทำเมี่ยงและปลูกกาแฟ. https://travel.kapook.com/