"คนเหนือเขื่อน" หรือ ชุมชนปกาเกอะญอ อยู่กลางหุบเขาเหนือเขื่อนภูมิพล โดยมีจุดเด่นด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าที่เข้มแข็ง พร้อมสืบสานประเพณีผูกพันกับธรรมชาติ
สันนิษฐานว่า “อูมฮวม” มีรากมาจากภาษาพื้นบ้านในกลุ่มลาวและภาคเหนือ ซึ่งคำว่า “อูม” หมายถึง ที่ลุ่ม ที่เป็นแอ่งน้ำ ส่วนคำว่า “ฮวม” หมายถึง การรวมตัว การมารวมกันอยู่เป็นกลุ่ม เมื่อนำมารวมกันจึงให้ความหมายว่า “ที่ลุ่มที่ผู้คนมารวมอยู่อาศัยร่วมกัน”
"คนเหนือเขื่อน" หรือ ชุมชนปกาเกอะญอ อยู่กลางหุบเขาเหนือเขื่อนภูมิพล โดยมีจุดเด่นด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าที่เข้มแข็ง พร้อมสืบสานประเพณีผูกพันกับธรรมชาติ
ช่วงปี 2500 รัฐบาลมีนโยบายสร้างเขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่กั้นแม่น้ำปิงในอำเภอสามเงา จังหวัดตาก ซึ่งก็คือ “เขื่อนภูมิพล” ในปัจจุบัน ส่งผลให้ชาวบ้านจำนวนมากที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ถูกเวนคืนและต้องอพยพออกจากถิ่นเดิม ชาวบ้านบางส่วนย้ายไปตั้งถิ่นฐานในจังหวัดอื่น บางส่วนเข้าพักในหมู่บ้านจัดสรรของรัฐ ขณะที่อีกกลุ่มหนึ่งเลือกอพยพขึ้นไปอยู่บนพื้นที่เหนือเขื่อน กลุ่มคนเหล่านี้ถูกเรียกว่า “คนเหนือน้ำ” และหนึ่งในนั้นคือชาวบ้านอูมฮวม
ระยะแรกหลังการอพยพ ชาวบ้านต่างจับจองพื้นที่อยู่อาศัยและทำกินกันแบบกระจัดกระจาย จนกระทั่งช่วงปี พ.ศ. 2540 เมื่อพระอาจารย์สมศักดิ์ หรือ พระครูเขมสุทธิธรรม แห่งวัดเม็งรายมหาราช จังหวัดเชียงราย เดินทางเผยแผ่ศาสนาและได้มาพบชาวบ้านอูมฮวม ท่านเห็นปัญหาการกระจายตัวของชุมชนที่ทำให้การดูแลยากลำบาก ประกอบกับหน่วยงานรัฐมีแผนจัดระเบียบการตั้งถิ่นฐานให้ประชาชนอยู่รวมเป็นกลุ่ม
ด้วยวิสัยทัศน์ของพระครูเขมสุทธิธรรมและทิศทางนโยบายของรัฐ ชาวบ้านจึงร่วมกันหาทำเลใหม่สำหรับตั้งหมู่บ้าน กระทั่งได้เลือกพื้นที่ปัจจุบันซึ่งอุดมด้วยลำธารหลายสาย เหมาะแก่การตั้งถิ่นฐานและทำการเกษตร นับเป็นจุดเริ่มต้นของการรวมตัวเป็น “ชุมชนบ้านอูมฮวม” ในรูปแบบที่เห็นในปัจจุบัน
ลักษณะทางกายภาพ
บริเวณบ้านอูมฮวมตั้งอยู่ท่ามกลางภูเขาสูงสลับซับซ้อนบนเทือกเขาดอยหลวง ซึ่งเป็นแนวธรรมชาติคั่นระหว่างจังหวัดตากและจังหวัดเชียงใหม่ พื้นที่ทั้งหมดราว 50 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 13,250 ไร่ อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ทำให้สภาพป่าโดยรวมยังคงความอุดมสมบูรณ์และเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของลำธารหลายสาย ลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาและเนินสูงที่มีความลาดชันมาก ปกคลุมด้วยป่าไม้ธรรมชาติที่สมบูรณ์
ระบบนิเวศป่าไม้ในพื้นที่ทำหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาสมดุลน้ำ โดยช่วยลดแรงปะทะของเม็ดฝน ป้องกันการกัดเซาะหน้าดิน และรักษาความชุ่มชื้นไม่ให้เสื่อมสลาย เศษไม้และใบไม้ที่ทับถมกันตามพื้นดินยังทำหน้าที่ดูดซับน้ำฝนไว้ ทำให้น้ำค่อยๆ ซึมลงสู่ดินและถูกกักเก็บไว้อย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนจะถูกปลดปล่อยออกสู่ลำธาร ลำห้วยอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี ด้วยเหตุนี้ ป่าไม้บริเวณบ้านอูมฮวมจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงของลุ่มน้ำและวิถีชีวิตของชุมชนโดยรอบ
อาณาเขตติดต่อ
- ทิศเหนือ ติดกับหมู่บ้านผาดำ หรือ ห้วยผาดำ อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก
- ทิศใต้ ติดกับ บ้านห้วยน้ำขาว ตำบลม่อนจอง อำเภออมก๋อย จังหวัด เชียงใหม่
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับบ้านหินลา-นาไฮ ตำบลบ้านนา อำเภอสามเงา จังหวัดตาก
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับตำบลม่อนจอง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่
สภาพอากาศ
โดยทั่วไปมี 3 ฤดู ประกอบไปด้วย
- ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม ถึงเดือนเมษายน อุณหภูมิอยู่ ระหว่าง 21.6-25.5 องศาเซลเซียส
- ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงเดือนกันยายน อุณหภูมิอยู่ ระหว่าง 21.9-28.8 องศาเซลเซียส
- ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงเดือนธันวาคม อุณหภูมิอยู่ระหว่าง 10-15 องศาเซลเซียส
การคมนาคม
การเดินทางเข้าสู่หมู่บ้านอูมฮวมสามารถทำได้ 3 เส้นทางหลัก โดยเชื่อมต่อจากจังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดตาก ดังรายละเอียดต่อไปนี้
- เส้นทางจากจังหวัดเชียงใหม่เริ่มต้นจากบ้านห้วยน้ำขาว อำเภออมก๋อย ผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ใช้เวลาเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ประมาณ 4 ชั่วโมง และรถยนต์ประมาณ 5 ชั่วโมง ลักษณะเส้นทางเป็นถนนดินสลับคอนกรีตตลอดสาย
- เส้นทางจากจังหวัดตาก (อำเภอบ้านตาก)เป็นเส้นทางผ่านอำเภอบ้านตากเข้าสู่หน่วยอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น ใช้เวลาเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ประมาณ 3 ชั่วโมง และรถยนต์ประมาณ 5 ชั่วโมง สภาพถนนเป็นถนนลูกรังสลับทางดิน
- เส้นทางจากจังหวัดตาก (อำเภอสามเงา)เริ่มต้นจากอำเภอสามเงา โดยต้องนั่งเรือข้ามเขื่อนภูมิพล ใช้เวลาประมาณ 40 นาที จากนั้นเดินทางต่อด้วยรถจักรยานยนต์หรือรถยนต์ ใช้เวลารวมประมาณ 5–7 ชั่วโมง ลักษณะถนนเป็นทางดินและลูกรังสลับกันตลอดเส้นทาง
สาธารณูปโภค
- น้ำประปา
น้ำประปาของหมู่บ้านเป็นน้ำประปาภูเขา ในปี พ.ศ. 2550 มีงบประมาณ จากภาครัฐในการสนับสนุนการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคของชุมชน ชุมชนจึงได้ทำการพัฒนาระบบ น้ำประปาของชุมชนขึ้นมา แหล่งน้ำมาจากด้านบนของหมู่บ้าน มีตาน้ำที่มีน้ำไหลตลอดทั้งปี มีการ สร้างฝายกันน้ำเพื่อที่จะกักเก็บน้ำให้สามารถมีใช้ตลอดทั้งปี ต่อท่อประปาออกจากฝ่ายกั้นน้ำ เพื่อส่ง ต่อทุกหลังคาเรือนมีอยู่ในหมู่บ้าน และผ่านระบบกรองน้ำเพื่อทำให้น้ำที ่ไหลมายังชุมชนเป็นน้ำที่ สะอาดสามารถใช้ในการประกอบอาหารได้
- ไฟฟ้า
ในปี พ.ศ. 2555 ในยุคสมัยของรัฐบาลนายกทักษิณ ชินวัตร มีนโยบายใน การพัฒนาพื้นที่ที่ห่างไกลความเจริญและไม่มีไฟฟ้าใช้ ให้ทุกครัวเรือนสามารถเข้าถึงไฟฟ้าได้ จึงได้มี การจัดสรรงบประมาณมายังชุมชนเพื่อทำการติดตั้งแผงโซล่าเซลล์และแบตเตอร์รี่ที ่จะเก็บไฟฟ้าไว้ใช้ ทำให้ทุกชุมชนที่อยู่ในบริเวณนี้ได้รับการเข้าถึงการใช้ไฟฟ้า
- สัญญาณโทรศัพท์ /อินเตอร์เน็ต
ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านหมู่บ้านเป็นพื้นที่ที่ห่างไกล ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ และสัญญาณอินเตอร์เน็ต ในช่วงนั้นชาวบ้านใช้การติดต่อสื่อสารกับภายนอกผ่านวิทยุสื่อสาร เพื่อแจ้ง เหตุสำคัญ แต่ในปี พ.ศ. 2566 ทางเครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ AIS ได้มีการมาตั้งเสาสัญญาณอยู่ บริเวณดอยสอยมาลัย และมีการดึงสัญญาณมายังหมู่บ้าน จึงทำให้ในปัจจุบันหมู่บ้านมีสัญญาณ โทรศัพท์และสัญญาณอินเตอร์เน็ตใช้ แต่ก็ยังมีเพียงเครือข่ายเดียว และมีสัญญาณอินเตอร์เน็ตอีก 1 จุด คือสัญญาณอินเตอร์ของทางโรงเรียนบ้านอูมฮวม
- สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานอื่นๆ มีดังนี้
- ศูนย์เด็กเล็ก จำนวน 1 ศูนย์ มีเล็กเรียนอยู่ประมาณ 6 คนและมีครูผู้สอน จำนวน 1 คน
- โรงเรียนระดับประถมศึกษา 1 โรงเรียน คือ ห้องเรียนสาขาบ้านอูมฮวม มีนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้น ป.1-ป.6 รวม 49 คน คุณครู 3 คน
- อนามัย จำนวน 1 แห่ง มีเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่ 1 คน
ลักษณะประชากรของหมู่บ้านอูมฮวมประกอบด้วย “กลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอ” เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ดั้งเดิมมาแต่แรกเริ่ม มีเพียงส่วนน้อยที่ย้ายเข้ามาใหม่ โดยมักเป็นผู้ที่แต่งงานกับคนในชุมชนและย้ายมาอยู่ร่วมกันเพื่อประกอบอาชีพและตั้งถิ่นฐาน ภายในหมู่บ้านปัจจุบันมีประชากรประมาณ 150 คน รวม 30 ครัวเรือน แม้ประชากรทุกคนมีสถานะเป็นคนไทยทั้งหมด แต่ทะเบียนบ้านยังคงขึ้นอยู่กับพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
ปกาเกอะญอบ้านอูมฮวม ตำบลบ้านนา อำเภอสามเงา จังหวัดตาก เป็นชุมชนของกลุ่มชาติพันธุ์ “ปกาเกอะญอ” ดำรงชีพด้วยการปลูกข้าวซึ่งสืบทอดกันมาช้านาน ในด้านเศรษฐกิจ ชุมชนมีการรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยกิจกรรมสำคัญ ได้แก่ การส่งเสริมอาชีพเกษตรบนพื้นที่สูง การฝึกทักษะอาชีพพื้นฐาน และการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง การดำเนินงานเหล่านี้ยังสอดคล้องกับแผนพัฒนาระดับจังหวัดที่มุ่งเชื่อมโยงเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนชนเผ่าปกาเกอะญอเข้ากับเครือข่ายเศรษฐกิจในอนุภูมิภาค ทำให้บ้านอูมฮวมสามารถพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นได้อย่างมั่นคง
การเคลื่อนย้ายแรงงานก็เป็นมิติสำคัญของโครงสร้างสังคม คนในชุมชนบางส่วนออกไปทำงานนอกพื้นที่เพื่อหารายได้เสริม เช่น งานรับจ้างทั่วไปหรือการเลี้ยงสัตว์เชิงพาณิชย์ ขณะเดียวกันชุมชนก็มีผู้คนจากภายนอกเข้ามาทำงานหรือเรียนรู้ เช่น ครู เจ้าหน้าที่ภาครัฐ และนักเรียนในโครงการต่าง ๆ การแลกเปลี่ยนเช่นนี้ทำให้เกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรมและช่วยเปิดโลกทัศน์ของชุมชนมากยิ่งขึ้น
บ้านอูมฮวมยังได้รับการสนับสนุนจากหลายหน่วยงานภายนอก โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านนา ซึ่งมีบทบาทดูแลด้านสาธารณูปโภค พัฒนาโครงการชุมชน ตลอดจนจัดอบรมด้านสุขภาพและการป้องกันภัยพิบัติ ร่วมกับกองสาธารณสุขที่เข้ามาส่งเสริมงานอนามัยพื้นฐาน นอกจากนี้ สำนักงานทางศาสนาและสำนักสงฆ์ในพื้นที่ยังมีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอมคุณค่าทางจิตใจและคงไว้ซึ่งวัฒนธรรมประจำถิ่น
กิจกรรมทางเศรษฐกิจ
- ทำนา การทำนาเป็นอาชีพที่คนส่วนใหญ่ของที่ทำกัน พื้นที่ส่วนใหญ่ ของชุมชนเป็นพื้นที่ทำนา การทำนาของที่นี่ทำปีละ 1 ครั้ง หรือนาปี พันธุ์ข้าวที่ใช้จะเป็นข้าวสายพันธุ์พื้นถิ่น ผลผลิตที่ได้จากจากทำนาส่วนหนึ่งจะถูกเก็บไว้เป็นข้าวสำหรับรับประทานเองในครัวเรือน และอีกส่วนหนึ่งจะแบ่งขายให้กับคนในหมู่บ้านที่ไม่ได้มีการทำนาหรือแบ่งขายให้กับคนที่มาขอซื้อ
- การหาของป่าขาย การเก็บของป่าขายจะเป็นอาชีพที่คนส่วนใหญ่ใน หมู่บ้านทำกัน สินค้าส่วนใหญ่ที่ชาวบ้านเก็บจะเป็นผลผลิตที่มีตามฤดูกาล เช่น ในหน้าแล้งช่วงเดือน กุมภาพันธุ์ ถึง พฤษภาคม จะเป็นช่วงของการเก็บน้ำผึ้งป่า ในช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงที่สร้างรายได้ให้กับชาวบ้านได้เป็นอย่างมาก ผู้ชายส่วนใหญ่ของหมู่บ้านจะต้องออกไปเก็บน้ำผึ้งป่า ในช่วงเดือนมิถุนายน จะเป็นช่วงของการเก็บเห็ดป่าขาย เพราะเป็นช่วงที่ฝนเริ่มตกใหม่ ๆ จะทำให้เห็ดออกมาก และในช่วง เดือนตุลาคม จะเป็นที่เก็บไพรขาย ไพรเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมมากในพื้นที่สินค้า ส่วนใหญ่จะมีพ่อค้าคนกลางเข้ามรับซื้อถึงพื้นที่
- การปลูกกาแฟ การปลูกกาแฟของชุมชนเริ่มต้นปลูกในปี 2559 ด้วย การสนับสนุนจากทางภาครัฐที่นำต้นกาแฟมาให้ชาวบ้านได้ทดลองปลูก แทนการทำการเกษตร แบบอื่น ๆ ที่ทำลายพื้นที่ป่า การปลูกกาแฟของชาวบ้านจะเป็นการปลูกที่แทรกเข้าไปกับพื้นที่ป่า ไม่ได้มีการถางพื้นที่ป่า เพื่อทำการปลูกกาแฟ ผลผลิตที่ได้ จะมีตัวแทนของคนในหมู่บ้านเป็นผู้รับซื้อ และส่งต่อไปยังพ่อค้าคนกลางที่อยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่
- เลี้ยงสัตว์ (โคและกระบือ) เป็นอาชีพเกษตรกรรมที่ชาวบ้าน เริ่มเลี้ยง ได้ประมาณ 5 ปีที่แล้ว แต่ก็ยังมีคนที่เลี้ยงอยู่ไม่กี่ราย เนื่องจากต้องใช้งบประมาณในการเลี้ยงสูง หลายคนที่เลี้ยงในปัจจุบัน เริ่มจากการไปช่วยคนที่มีวัวอยู่แล้ว และเมื่อคลอดลูกจึงแบ่งกัน ในส่วนของการขายนั้นจะมีพ่อค้าคนกลางมารับซื้อถึงหมู่บ้าน
- ค้าขาย มีผู้ประกอบการร้านค้าเพียง 1 รายในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นของ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ที่นำสินค้าจากข้างล่างขึ้นมาขายข้างบน สินค้าส่วนใหญ่จะเป็นของแห้ง ขนม เครื่องดื่ม และน้ำมันเบนซิน สำหรับเติมรถจักรยานยนต์ของคนในหมู่บ้าน
กิจกรรมทางสังคม วัฒนธรรม และศาสนา
ความเชื่อดั้งเดิมของประชาชน
- การไหว้ผีน้ำ พิธีไหว้ผีน้ำของชุมชนบ้านอูมฮวม เป็นประเพณีที่จัดขึ้นบริเวณแหล่งน้ำต้นน้ำอันอุดมสมบูรณ์ โดยผู้นำชุมชน ผู้อาวุโส และชาวบ้านทุกครัวเรือนเข้าร่วมเพื่อบูชา “ผีน้ำ” ผู้คอยดูแลรักษาแหล่งน้ำ พิธีประกอบด้วยการนำอาหารและเครื่องบูชาไปถวาย ณ ตาน้ำ เพื่อขอขมาและขอพรให้มีน้ำใช้ตลอดปีอย่างไม่ขาดแคลน ประเพณีนี้ไม่เพียงสะท้อนความเชื่อเรื่องสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แต่ยังเป็นกลไกทางวัฒนธรรมที่ช่วยคุ้มครองป่าต้นน้ำไม่ให้ถูกบุกรุก ส่งเสริมความสามัคคี และรักษาความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญต่อการดำรงชีวิตและการทำมาหากินของชาวบ้านอูมฮวมอย่างยั่งยืน
- งานทำบุญขวัญข้าว จะเป็นประเพณีที่ชาวบ้านทำกันในช่วงหลังการ เก็บเกี่ยวข้าว จะเป็นประเพณีที่แสดงการขอบคุณต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยช่วยปกปักรักษาต้นข้าวให้มี ผลผลิตที่ดี
ความเชื่อทางพุทธศาสนา
- งานกฐิน ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งงานใหญ่ของชุมชน เป็นงานที่ชาวบ้าน จะร่วมแรงกันในการต้อนรับแขกที่เข้ามา พร้อมกับพระครูเขมสุทธิธรรม
- พิธีบวชป่า จัดขึ้นในพื้นที่ป่ารอบหมู่บ้านอูมฮวม โดยมีพระภิกษุผู้นำพิธี ร่วมกับผู้นำชุมชนและชาวบ้านทุกครัวเรือน พิธีนี้มีมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี เริ่มจากแนวคิดของพระภิกษุเพื่ออนุรักษ์ป่าโดยใช้ความเชื่อทางศาสนา ภายในพิธี ชาวบ้านจะนำเศษจีวรมาพันรอบต้นไม้ใหญ่เป็นสัญลักษณ์ “อุปสมบท” ของต้นไม้ เพื่อห้ามตัดและทำลายป่า พิธีบวชป่าจึงช่วยสร้างจิตสำนึกในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ลดการบุกรุกป่า และเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน ทำให้ป่าอุดมสมบูรณ์เป็นฐานของการดำรงชีวิต การทำไร่ และรักษาระบบนิเวศของหมู่บ้านอย่างยั่งยืน
ผู้นำชุมชน
- นายโพวะ ดินแดนวนา หรือที่ชาวบ้านทุกคนเรียกกันว่า ผู้ช่วยนุ
ผู้ช่วยนุ อายุ 55 ปี ชาวไทยเชื้อสายปกาเกอะญอ ทำงานรับจ้าง เลี้ยงวัว และเป็นเจ้าของร้านขายของชำเพียงร้านเดียวของหมู่บ้าน เขาทำหน้าที่ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านมานานกว่า 15 ปี และเป็น "ผู้นำหลักของบ้านอูมฮวม" เนื่องจากหมู่บ้านไม่มีผู้ใหญ่บ้านประจำ ผู้ช่วยนุมีบทบาทสำคัญในการสร้างจิตสำนึกสาธารณะและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งการร่วมกับครูปลูกฝังความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมให้เด็กนักเรียน การกำหนดพื้นที่ทำกินเพื่อป้องกันการบุกรุกป่า และการออกกติกาชุมชน เช่น แนวทางเก็บน้ำผึ้งป่าอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ เขายังส่งเสริมอาชีพและประเพณีของชุมชน โดยนำพันธุ์กาแฟมาแจกให้ชาวบ้านปลูกแทรกในป่าเพื่อสร้างรายได้โดยไม่ทำลายธรรมชาติ ทำให้ผู้ช่วยนุเป็นศูนย์กลางสำคัญของการขับเคลื่อนการพัฒนาบ้านอูมฮวมให้มีความมั่นคงและยั่งยืน
ผู้นำทางจิตวิญญาณ
- พระครูเขมสุทธิธรรม
พระครูเขมสุทธิธรรม เจ้าอาวาสวัดเม็งรายมหาราช เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณที่ชาวบ้านอูมฮวมให้ความเคารพอย่างยิ่ง ท่านรู้จักพื้นที่นี้มาตั้งแต่ปี 2545 ระหว่างการออกธุดงค์พัฒนาชาวเขาในอมก๋อยและตาก และมองเห็นความสำคัญของชุมชนที่ตั้งอยู่บนผืนป่าต้นน้ำ จึงเริ่มเข้ามาช่วยปลูกฝังจิตสำนึกเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้กับคนในหมู่บ้าน ผ่านการถ่ายทอดความรู้และสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน
ในระยะแรกชาวบ้านยังยึดถือความเชื่อเรื่องผีเป็นศูนย์กลาง พระครูจึงก่อตั้งสำนักสงฆ์บ้านอูมฮวมขึ้นเพื่อเป็นหลักยึดทางใจ และนำพระมาจำพรรษา พร้อมทั้งจัดกิจกรรมทางพุทธศาสนา งานบุญ และกิจกรรมร่วมกับโรงเรียน เพื่อเสริมสร้างศรัทธาและปลูกฝังคุณค่าทางจิตใจควบคู่กับความเข้าใจเรื่องป่าไม้และระบบนิเวศ
นอกจากนี้ ท่านยังใช้ “พิธีกรรม” เป็นเครื่องมือสร้างจิตสำนึก เช่น พิธีบวชป่า ที่ทำให้ชาวบ้านทุกวัยมีส่วนร่วมและรู้สึกหวงแหนทรัพยากรมากขึ้น รวมถึงการส่งเสริมงานบุญกฐินเพื่อรวมพลังชุมชนระดมทรัพยากรกลับมาพัฒนาหมู่บ้านและสนับสนุนทุนการศึกษา ความมุ่งมั่นของพระครูทำให้สำนักสงฆ์กลายเป็นศูนย์กลางที่หล่อหลอมทั้งศรัทธา คุณธรรม ความสามัคคี และแนวคิดการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุล ส่งผลให้คุณภาพชีวิตและวิถีชุมชนของบ้านอูมฮวมพัฒนาอย่างมีความหมายและยั่งยืน
ทุนกายภาพ
บ้านอูมฮวมตั้งอยู่ภายใน "เขตพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า" ซึ่งเป็นผืนป่าที่มีความสมบูรณ์ทั้งด้านต้นน้ำ ระบบนิเวศ และทรัพยากรป่าไม้ จึงนับเป็นทุนทางกายภาพที่มีคุณค่าต่อการดำรงชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชน อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรกชาวบ้านจำนวนมากยังไม่เข้าใจผลกระทบของการใช้ทรัพยากรโดยขาดการจัดการ ทำให้มีการเข้าเก็บหาของป่า ล่าสัตว์ หรือขยายพื้นที่ทำกินตามความต้องการส่วนบุคคล ส่งผลให้สภาพป่าบางส่วนเสื่อมโทรมลง และเกิดความตึงเครียดกับเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ที่เข้ามาควบคุมพื้นที่
แต่ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นว่าทุนทางกายภาพของหมู่บ้าน โดยเฉพาะผืนป่าอุดมสมบูรณ์ เป็นทั้งโอกาสและความท้าทายในด้านการจัดการร่วมกันระหว่างชุมชนและภาครัฐ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์และอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนต่อไป
ทุนวัฒนธรรมหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น
ชุมชนบ้านอูมฮวม มีภูมิปัญญาท้องถิ่นโดดเด่น นั่นคือ การ “เก็บน้ำผึ้งป่า” ที่สืบทอดกันมาหลายชั่วรุ่น ซึ่งเป็นวิธีการที่ทั้งเพิ่มผลผลิตและไม่ทำลายระบบนิเวศของผึ้ง ชาวบ้านมีเทคนิคเฉพาะในการเก็บน้ำผึ้งสองครั้งต่อหนึ่งรัง โดยเว้นช่วงเวลาให้เหมาะสมเพื่อให้ผึ้งฟื้นตัวและผลิตน้ำผึ้งได้เต็มที่ อีกทั้งยังช่วยคงไว้ซึ่งตัวอ่อน ทำให้ผึ้งสามารถขยายพันธุ์ได้ตามธรรมชาติ
ทุนสังคม/การเมือง
ชุมชนบ้านอูมฮวมมีทุนสังคมและการเมืองที่เข้มแข็งบนฐานของ “การจัดการร่วม” ซึ่งเกิดจากความไว้เนื้อเชื่อใจและการมีส่วนร่วมของทุกครัวเรือน ผู้นำชุมชนทำหน้าที่ประสานข้อมูลและความต้องการของชาวบ้าน โดยลงพื้นที่พูดคุยทีละหลังคาเรือนเพื่อเก็บข้อมูลอาชีพ พื้นที่ทำกิน และการใช้ป่า จนเกิดเป็นฐานข้อมูลร่วมที่ใช้วางแผนจัดการทรัพยากรอย่างเป็นระบบ ชุมชนยังมีการร่วมแรงร่วมใจ ทั้งวัด โรงเรียน หน่วยงานรัฐ และประชาชนต่างมีบทบาทในกิจกรรมสาธารณะและงานอนุรักษ์ ทำให้การพัฒนาชุมชนเป็นไปอย่างเข้มแข็ง นอกจากนี้ยังมีการกำหนดกฎกติกาการใช้ที่ดิน การเก็บน้ำผึ้งป่า และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากร เพื่อรักษาป่าอย่างยั่งยืน ทุนสังคมและการเมืองเหล่านี้สะท้อนความร่วมมือของคนในชุมชน ที่ช่วยให้บ้านอูมฮวมสามารถรักษาวิถีชีวิตและทรัพยากรธรรมชาติควบคู่กันได้อย่างสมดุล
ประชาชนในชุมชนอูมฮวมประมาณ ร้อยละ 60 ใช้ ภาษาถิ่น ในการสื่อสาร โดยชาวบ้านส่วนใหญ่พูด ภาษาปกาเกอะญอ เป็นหลัก และอาจมีการผสมผสานการใช้ภาษาไทยถิ่นเหนือหรือภาษาถิ่นอื่น ๆ ร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม ภาษาของกลุ่มชาติพันธุ์ปกาเกอะญอยังคงเป็นภาษาหลักที่ใช้ในชีวิตประจำวันของชุมชน
ชุมชนบ้านอูมฮวม “ไม่มีผู้ใหญ่บ้านประจำ” ของตนเอง เนื่องจากถูกจัดให้อยู่ในหมู่เดียวกับอีกชุมชนหนึ่ง ทำให้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้นำหลักในการดูแลงานประจำหมู่บ้านทั้งหมด การบริหารแบบผู้นำคนเดียวสร้างทั้งความคล่องตัวในการตัดสินใจและความท้าทายด้านภาระงานที่กระจุกตัวสูง ชุมชนจึงพึ่งพาระบบความร่วมมือภายใน เช่น การประชุมย่อย การแบ่งกลุ่มงาน และการช่วยเหลือตามเครือญาติ เพื่อให้การจัดการชุมชนดำเนินไปอย่างราบรื่น โดยรวมแล้ว บ้านอูมฮวมสะท้อนรูปแบบการจัดการร่วมที่ตั้งอยู่บนความไว้เนื้อเชื่อใจและการมีส่วนร่วมของคนในหมู่บ้านเป็นสำคัญ
ชุมชนบ้านอูมฮวมตั้งอยู่ใน "เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น" ซึ่งเป็นพื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติที่มีความอ่อนไหวสูงต่อการเปลี่ยนแปลง การดำรงชีวิตของชาวบ้านที่พึ่งพาป่าอย่างใกล้ชิด ทำให้เกิดปัญหาการใช้ประโยชน์ทรัพยากรเกินขีดจำกัด ทั้งการขยายพื้นที่เกษตรหมุนเวียนบางส่วนและการบุกรุกไปปลูกพืชผิดกฎหมายในอดีต ส่งผลให้พื้นที่ป่าเสื่อมโทรมและทำให้รัฐจับตาชุมชนอย่างใกล้ชิด
จากสถานการณ์ดังกล่าว ผู้นำชุมชนได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการร่วมมือกับชาวบ้าน เจ้าหน้าที่รัฐ พระสงฆ์ และกลุ่มช้างบ้าน เพื่อ "หยุดการขยายพื้นที่ทำลายป่า" พร้อมทั้งฟื้นฟูพื้นที่ที่เสื่อมโทรม แนวทางสำคัญ ได้แก่ การทำความตกลงร่วมกันไม่ขยายพื้นที่เกษตรในเขตหวงห้าม การถอนการปลูกพืชผิดกฎหมาย และการสร้างจิตสำนึกเรื่องการอยู่ร่วมกับทรัพยากรธรรมชาติผ่านการประชุมชุมชนและเวทีแลกเปลี่ยนความรู้
ปัจจุบัน ชุมชนบ้านอูมฮวมมี "ระบบการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ" ที่เข้มแข็งขึ้น จากการร่วมมือกันของผู้นำชุมชน หน่วยงานรัฐ และคนในหมู่บ้าน ทำให้พื้นที่ป่ามีความเสี่ยงต่อการบุกรุกลดลงอย่างต่อเนื่อง การฟื้นฟูพื้นที่เสื่อมโทรมเริ่มเห็นผล โดยเฉพาะพื้นที่ป่าต้นน้ำที่มีความสมบูรณ์มากขึ้น พร้อมทั้งช่วยอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพของพื้นที่
แม่ตื่น
กิตติ รุ่งโรจน์ชำนาญกิจ (2566). ทุนทางสังคมกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของชนเผ่าปกาเกอะญอ: กรณีศึกษา ชุมชนบ้านอูมฮวม อำเภอสามเงา จังหวัดตาก. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
ดอกไม้ในที่ลับตา. (23 พฤษภาคม 2568). บ้านอูมฮวม เป็นหมู่บ้านกลางหุบเขาของชาวปกาเกอะญอ เหนือเขื่อนภูมิพล [ภาพถ่าย]. Facebook. https://www.facebook.com/61567116766146/posts/122160264074570558
องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านนา. (ม.ป.ป.). สภาพทั่วไป. https://www.bannatak.go.th/condition
Thai PBS. (2563). วิถี “คนเหนือเขื่อน” บ้านอูมฮวม ตำบลบ้านนา อำเภอสามเงา จังหวัดตาก. https://www.thaipbs.or.th/program/TheConnect/episodes/71692