พื้นที่ที่ถูกกล่าวถึงในตำนานผาแดงนางไอ่ ที่เรียกกันว่า "ดอนแม่หม้าย" อีกทั้งมีพระธาตุดอนแก้ว เป็นพระธาตุเก่าแก่ อายุมากกว่า 1,500 ปี ถูกสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี
ตามตำนานผาแดงนางไอ่ หลังชาวเมืองเอกชะทีตากินเนื้อกระรอกเผือกท้าวพังคีที่แปลงกาย พญานาคผู้เป็นพ่อโกรธแค้น จึงถล่มเมืองให้จมบาดาล (กลายเป็นหนองหานกุมภวาปี) มีผู้หญิงบางส่วนไม่ได้กินเนื้อกระรอกเผือก จึงรอดและบริเวณที่ผู้หญิงอาศัยอยู่ไม่โดนจมบาดาล กลายเป็นเกาะกลางน้ำ จึงถูกเรียกว่า "ดอนแม่หม้าย" ต่อมาเพี้ยนมาเป็น "ดอนแก้ว"
พื้นที่ที่ถูกกล่าวถึงในตำนานผาแดงนางไอ่ ที่เรียกกันว่า "ดอนแม่หม้าย" อีกทั้งมีพระธาตุดอนแก้ว เป็นพระธาตุเก่าแก่ อายุมากกว่า 1,500 ปี ถูกสร้างขึ้นในสมัยทวารวดี
วรรณกรรมพื้นบ้าน เรื่อง ผาแดงนางไอ่ เมืองกุมภวาปีมีมาตั้งแต่สมัยขอมยังมีอำนาจอยู่ในพื้นที่ดินแดนแห่งนี้ มีชื่อเดิมว่า "ชทีตานคร" หรือ "เพตานคร" ปกครองโดยพญานาคที่ปลอมตัวขึ้นมาดูความสวยงามของนางไอ่คำ บุตรตรีพญาขอม และถูกฆ่ากินในร่างกระรอกเผือก เหล่าพญานาคโกรธแค้น ผาแดงรักใคร่กับนางไอ่คำ ได้พากันหนีขึ้นม้าชื่อสามหลักหนี พญานาคตามไล่ฆ่าจนบ้านเมืองล่มจมลงกลายเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ เรียกว่า หนองหาน พื้นที่เดิมที่ยังคงเหลือปรากฏหลักฐานอยู่ คือ พันดอน ดอนเงิน ดอนแก้ว และห้วยสามทาด
บ้านดอนแก้วมีร่องรอยการอาศัยอยู่ของกลุ่มคนตั้งแต่สมัยทวารวดี มีคูน้ำล้อมรอบ ภายในเกาะเป็นที่ดอนสูง ๆ ต่ำ ๆ ใช้ทำการเกษตรไม่ได้ ชาวบ้านมาอยู่อาศัยบริเวณชายน้ำริมเกาะ ชุมชนโบราณแห่งนี้ มีลักษณะคล้ายกับเมืองโบราณสมัยทวาราวดี ที่มีคูน้ำคันดินล้อมรอบตัวเมือง และมีศาสนสถานที่สำคัญอยู่ คือ พระมหาธาตุเจดีย์ ต่อมาชุมชนลาวได้อพยพจากเมืองร้อยเอ็ด เมืองชัยภูมิ เข้ามาตั้งถิ่นฐานที่ดอนแก้ว มีท้าวชินเป็นหัวหน้าชุมชน ได้ปฏิสังขรณ์พระธาตุเจดีย์ขึ้น (จากจารึกที่ฐานพระธาตุเป็นตัวลาวโบราณ) บูรณะเสร็จสิ้นปี พ.ศ. 2441 ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2471 มีชุมชนหลายกลุ่มเข้ามาอยู่ในดอนแก้ว ส่วนใหญ่เป็นลาวเวียง
- ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลเชียงแหว
- ทิศใต้ ติดต่อกับ บ้านดงเมือง
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลแชแล
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลพันดอน
ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิประเทศของบ้านดอนแก้ว มีลักษณะเป็นเกาะอยู่ทางทิศใต้ของหนองหานกุมภวาปี เป็นพื้นที่ดอนสลับพื้นที่ราบ โดยรอบเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางนิเวศน์ แหล่งน้ำธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ ลำน้ำปาว หนองหานกุมภวาปี ซึ่งไหลจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ และอยู่ทางทิศตะวันออกของตำบลกุมภวาปี พื้นที่โดยทั่วไปจึงเหมาะสำหรับการปลูกพืชไร่ ทำนาบนที่ราบลุ่ม และนาปรังนอกฤดูฝนได้
ลักษณะภูมิอากาศ
ลักษณะภูมิอากาศขององค์การบริหารส่วนตำบลกุมภวาปีแบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ
- ฤดูฝน ฝนจะตกตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน และจะทิ้งช่วงในเดือนกรกฎาคมจนถึงเดือนสิงหาคม ในฤดูฝนมีฝนตกชุกและลมแรง
- ฤดูร้อน ร้อนและแห้งแล้งมาก ความชื้นในอากาศน้อย
- ฤดูหนาว อากาศหนาวมากและแห้งแล้ง ความชื้นในอากาศน้อย
อุณหภูมิของตำบลกุมภวาปี โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อน อุณหภูมิจะสูงมากทำให้อากาศร้อนและแห้งแล้ง การเกษตรจึงได้ผลไม่ดีเท่าที่ควร โดยเฉพาะในพื้นที่ราบสูง ในฤดูแล้งน้ำในลำห้วยทุกลำห้วยแห้งขอดไม่มีน้ำไหลผ่าน จะมีน้ำขังอยู่เป็นบางช่วง ต้องอาศัยแหล่งน้ำจากชลประทาน
จากข้อมูล แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2566-2570) ฉบับทบทวน ครั้งที่ 1 พ.ศ. 2566 องค์การบริหารส่วนตำบลกุมภวาปี อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ชุมชนบ้านดอนแก้ว หมู่ที่ 5 ตำบลกุมภวาปี อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี มีจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 239 ครัวเรือน โดยแบ่งเป็นเพศชาย 319 คน เพศหญิง 337 คน รวมจำนวนประชากรทั้งสิ้น 656 คน
ในอดีตมีการอพยพย้ายถิ่นฐานของคนลาว จากเมืองร้อยเอ็ด เมืองชัยภูมิ เข้ามาตั้งถิ่นฐานที่ดอนแก้ว ส่วนใหญ่เป็นลางเวียง ปัจจุบันประชากรในพื้นที่จึงมีเชื้อสายไทย-อีสาน (ลาว)
การพาณิชย์และกลุ่มอาชีพ
- กลุ่มแปรรูปผลิตภัณฑ์ (ปลาส้ม)
- กลุ่มเลี้ยงปลา
- กลุ่มเลี้ยงโค
- องค์กรชุมชน
กลุ่มกองทุนหมู่บ้าน
- กลุ่มกองทุนเศรษฐกิจชุมชน
- กลุ่มกองทุนสวัสดิการชุมชน
- กลุ่มแม่บ้าน/กลุ่มพัฒนาบทบาทสตรี
- กลุ่ม อสม.
- กลุ่มอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.)
ประเพณีและงานประจำปี
ประชาชนบ้านดอนแก้ว ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ ประเพณีและวัฒนธรรมเป็นไปตาม "ฮีตสิบสอง" ประเพณีแต่ละเดือน มีดังนี้
- บุญเข้ากรรม เป็นพิธีสำหรับพระภิกษุสงฆ์ ทำพิธีกันขึ้นในเดือนอ้าย
- บุญคูณลาน กำหนดพิธีในระหว่างเดือนยี่ เมื่อนวดข้าวในลานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะเป็นทำบุญให้ทาน เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ครอบครัวและหมู่บ้าน ก่อนที่จะบรรทุกข้าวเปลือกมาใส่ไว้ในยุ้งหรือฉางข้าวต่อไป
- บุญข้าวจี่ กำหนดพิธีกันในเดือน 3 ชาวบ้านจะรวมตัวกันทำที่หมู่บ้านหรือตามบ้าน หรือไปรวมกันทำที่วัด เสร็จแล้วนำถวายให้พระภิกษุหรือสามเณร
- บุญเผวสหรือบุญมหาชาติ ถือว่าเป็นการทำบุญมหากุศลที่ยิ่งใหญ่ พุทธศาสนิกชนไปร่วมทำบุญกันที่วัด งานบุญดังกล่าวนิยมทำกันระหว่างเดือน 4
- บุญสรงน้ำ และสรงน้ำพระธาตุดอนแก้ว พอถึงฤดูแล้งเดือน 4 เดือน 5 น้ำในลำน้ำปาวแห้งขอด ชาวบ้านปากปาว (ลำน้ำปาว) ผู้มีจิตศรัทธาจะนำไม้ไผ่มาปัก เป็นสะพานชั่วคราวเพื่อเชื่อมระหว่างวัดบ้านนาบกกับวัดท่าใต้ เพื่อทำบุญสรงน้ำพระสงฆ์ สรงน้ำพระธาตุดอนแก้ว
- บุญบั้งไฟ กำหนดพิธีขึ้นในระหว่างเดือน 6 คือ มีการทำบุญที่วัด ตอนบ่ายก็จะมี พิธีจุดบั้งไฟ เพื่อเป็นการบวงสรวงพระยาแถนเทวดาบนท้องฟ้า เพื่อบันดาลให้ฝนตก จะได้ทำนาในฤดูถัดไปได้
- บุญซำฮะหรือชำระ คือ การชำระสิ่งที่รกรุงรังให้หมดมลทินเรื่องเศร้าหมองต่าง ๆ โดยเฉพาะผ้านุ่ง ผ้าห่ม เครื่องใช้ที่สกปรกต้องซักฟอกชำระให้สะอาดด้วยการทำบุญให้ทาน
- บุญเข้าพรรษา กำหนดพิธีขึ้นในวันเพ็ญเดือน 8 ประชาชนจะไปร่วมทำบุญที่วัด มีเครื่องถวายสักการะที่สำคัญคือการหล่อเทียนพรรษาและมีการจัดขบวนแห่ขึ้นแล้วตรงไปยังวัด
- บุญข้าวประดับดิน กำหนดพิธีในวันแรม 14 ค่ำ เดือน 9 พิธีการ คือ การนำข้าวห่อขนมหวานและหมากพลู บุหรี่ นำไปวางไว้บนพื้นดินตามที่ต่าง ๆ เป็นการทำบุญอุทิศให้แก่ญาติพี่น้องที่เสียชีวิตไปแล้ว
- บุญข้าวสาก กำหนดพิธีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 ชาวบ้านได้นำสำรับกับข้าวและเครื่องไทยทานถวายพระภิกษุที่วัด
- บุญออกพรรษา กำหนดพิธีในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน ชาวบ้าน พระสงฆ์ตลอดจนสามเณรช่วยกันทำประทีปขึ้นในวัดตรงหน้าพระอุโบสถและนำประทีปธูปเทียน มาจุดบูชาพระรัตนตรัย
- บุญกฐิน นิยมทำกันหลังออกพรรษาและยังมีบุญทอดผ้าป่า แต่บุญทอดผ้าป่าไม่ได้กำหนดเวลา คือ เจ้าภาพสามารถกำหนดทำพิธีเมื่อใดก็ได้
1.พระธาตุดอนแก้ว วัดมหาธาตุเจดีย์
พระธาตุดอนแก้ว หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า พระมหาธาตุเจดีย์ ประดิษฐานอยู่กลางวัดมหาธาตุเจดีย์ บ้านดอนแก้ว หมู่ที่ 5 ตำบลกุมภวาปี อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ห่างจากตัวเมืองอุดรธานีประมาณ 50 กิโลเมตร
ประวัติความเป็นมา ดอนแก้ว เป็นเกาะเล็ก ๆ กลางหนองหานน้อยกุมภวาปี ซึ่งเป็นต้นกำเนิดแม่น้ำลำปาว ตำนานเล่าว่า พระอรหันต์กลุ่มหนึ่งจะไปนมัสการพระธาตุพรม ได้มาพักแรมที่ดอนแก้ว พระอรหันต์องค์หนึ่งอาพาธหนักถึงนิพพาน พระอรหันต์ทั้งหลายที่เหลืออยู่จึงถวายเพลิงท่าน และก่อเจดีย์บรรจุพระธาตุไว้ ต่อมาประมาณ พ.ศ. 11 มีกลุ่มคนเข้ามาในดอนแก้วแล้วสร้างใบเสมาหินทรายล้อมรอบพระธาตุไว้ และปักรายรอบบริเวณดอนแก้ว จากการศึกษาพบว่าเป็นเสมาสมัยทวารวดี ต่อมาชุมชนลาวได้อพยพจากเมืองร้อยเอ็ด เมืองชัยภูมิ เข้ามาตั้งถิ่นฐานที่ดอนแก้ว มีท้าวชินเป็นหัวหน้าชุมชน ได้ปฏิสังขรณ์พระธาตุเจดีย์ขึ้น (จากจารึกที่ฐานพระธาตุเป็นตัวลาวโบราณ) บอกว่าบูรณะเสร็จสิ้นปี พ.ศ. 2441 ประมาณ ปี พ.ศ. 2471 มีชุมชนหลายกลุ่มเข้ามาอยู่ในดอนแก้ว ส่วนใหญ่เป็นลาวเวียง จึงได้สร้างวัดเพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนาขึ้นที่ดอนแก้วให้ชื่อว่า "วัดมหาธาตุเจดีย์" พ.ศ. 2513 พระครูสังฆรักษ์ (ชน) เจ้าอาวาส ร่วมมือกับชาวบ้านดอนแก้วปฏิสังขรณ์พระธาตุให้แข็งแรงกว่าเดิม
ปี พ.ศ. 2513 นักศึกษาคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งมี นายไพโรจน์ อังสนากุล เป็นผู้นำ ได้พากันมาตรวจสอบอายุของใบเสมาและเสาหิน ตลอดทั้งองค์พระธาตุเจดีย์ จากการศึกษาพบว่าอายุของพระธาตุเจดีย์มีอายุไม่ต่ำกว่า 1,500 ปี และเสมาที่ปักรายรอบมีอายุประมาณ พ.ศ. 11 ลักษณะทั่วไป
หลักฐานที่พบ พบเสมาหินทรายสมัยทวารวดี บางที่มีภาพจำหลักมีจารึกที่ลบเลือนอ่านไม่ออก เสมาหินทรายปักรอบพระมหาธาตุเจดีย์ และอีกส่วนปักห่างจากพระมหาธาตุเจดีย์ไปประมาณ 500 เมตร พบพระพุทธรูปหินทรายแดง และพระพุทธรูปสำริด ฝีมือช่างพื้นบ้าน พระธาตุเจดีย์ เป็นเจดีย์ทรงเหลี่ยม ตั้งอยู่บนฐานศิลาแลง 2 ชิ้น ชั้นแรกกว้างด้านละ 14 ม. สูง 1.25 ม. มีทางขึ้นลงด้านทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ชั้นที่ 2 กว้างยาวด้านละ 10 ม. สูง 1.50 ม. มีทางขึ้นลง 4 ด้าน และฐานขั้นนี้เป็นลานประทักษิณ เจดีย์องค์พระธาตุก่อด้วยอิฐถือปูน ก่อจากฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสมีประติมากรรมปูนปั้นรูปกลีบบัวหงายประดับที่มุมทั้ง 4 และมีประติมากรรมนูนต่ำ แต่ละชั้นมีภาพสลักเกี่ยวกับพุทธประวัติเรื่องนรก-สวรรค์ ภาพพระพุทธเจ้าพระสาวก เทวดา และบุคคล ประดับโดยรอบ เรือนธาตุเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสซ้อนกัน 3 ชั้น สูงขึ้นไปตามลำดับ โดยมีบัวคว่ำ บัวหงาย และบัวลูกแก้วคั่น เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมล้านช้าง คล้ายธาตุไม้ของอีสาน เป็นการรับอิทธิพลพระธาตุหลวงเวียงจันทน์ ยอดธาตุเป็นปลีเล็กเรียวแหลมขึ้นไป วัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างเป็นหินทรายรูปทรงสี่เหลี่ยม ยาวประมาณ 1 ศอก รอบนอกฉาบด้วยปูน สันนิษฐานว่า คงเป็นการซ่อมแซมในภายหลัง
รอบองค์พระธาตุเจดีย์มีใบเสมาและเสาหินตั้งอยู่ทั้ง 8 ทิศ มีลักษณะ 8 เหลี่ยมบ้าง แบนบ้าง สูงตั้งแต่ 2-4 เมตร ปัจจุบันศิลปกรรมเหล่านี้ตั้งอยู่ห่างองค์พระธาตุเจดีย์ 15-20 เส้น ซึ่งก็ยังปรากฏอยู่ทั้งภายในและภายนอก พบใบเสมาหินทราย บางหลักเป็นรูปสี่เหลี่ยมแบน บางหลักกลมใหญ่ บางหลักกลมเฉพาะตอนต่ำจากฐาน ตอนเหนือฐานเป็นรูปสี่เหลี่ยมหนา ยาวขึ้นไปกว่า 3 เมตร หลักหนึ่งมีภาพจำหลักเป็นฐานกลีบบัว เหนือกลีบบัวเป็นรูปคล้ายช้างคู่คู่หนึ่ง ถวายความเคารพเทวรูปสตรีที่ประทับกึ่งกลาง แสดงปางพระพุทธเจ้าประสูติหลักหนึ่งมีจารึกที่ลบเลือนอ่านไม่ออก เสมาหลายหลักปรักหักพัง
"ดอนแก้ว" ดอนแก้วมีพื้นที่ลักษณะกลม มีคูน้ำล้อมรอบ ภายในเกาะเป็นที่ดอนสูง ๆ ต่ำ ๆ ใช้ทำการเกษตรไม่ได้ ชาวบ้านมาอยู่อาศัยบริเวณชายน้ำริมเกาะ ชุมชนโบราณแห่งนี้ มีลักษณะคล้ายกับเมืองโบราณสมัยทวาราวดีโดยทั่ว ๆ ไป ที่มีคูน้ำคันดินล้อมรอบตัวเมือง และมีศาสนสถานที่สำคัญอยู่ คือ พระมหาธาตุเจดีย์ นอกจากนี้ยังมี กลุ่มใบเสมา ปักรอบ ๆ ตามคดีนิยม เพื่อแสดงเขตสถานศักดิ์สิทธิ์ คล้าย ๆ กับการปักใบเสมา "เมืองฟ้า ดาดสูงยาง" อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ เยื้ององค์พระธาตุไปทางทิศตะวันตกจะพบเห็นภาพสลัก เป็นลวดลายธรรมชาติบางส่วนและจารึกภาษามอญที่มีสภาพลบเลือนไปมากแล้วอีกบางส่วน จากสิ่งที่กล่าวมาแล้วพอจะชี้ให้เห็นว่า ชุมชนโบราณบ้านดอนแก้วนั้นมีประวัติความเป็นมายาวนาน ถึงแม้จะมีการสับเปลี่ยนของกลุ่มผู้คนที่เข้ามาอาศัยอยู่เป็นช่วง ๆ จนไม่สามารถสืบสานความเป็นมาอย่างต่อเนื่องจากปากสู่ปากได้ แต่ในด้านแหล่งโบราณคดีที่ปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน ก็เป็นสิ่งยืนยันถึงความสำคัญและความอุดมสมบูรณ์ของท้องถิ่นแห่งนี้ได้เป็นอย่างดี
2.หนองหานกุมภวาปี
หนองหานกุมภวาปีเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่เป็นที่สองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดอุดรธานี มีพื้นที่กว้างไกลสุดสายตากว่า 22,500 ไร่ มีชุมชนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี มีหมู่บ้านอยู่รอบริมหนองน้ำ ประมาณ 32 หมู่บ้าน ประชากรเป็นกลุ่มวัฒนธรรมไทย-ลาว มี ประเพณีวัฒนธรรมที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ บริเวณใกล้เคียงเป็นที่ตั้งของวัดมหาธาตุเจดีย์ ที่มีเจดีย์เก่าแก่สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยใกล้เคียงกับพระธาตุพนมและยังขุดพบพระพุทธรูปและเครื่องใช้ต่าง ๆ ในบริเวณนั้นอีกด้วย
พื้นที่หนองหานกุมภวาปีแม้ว่าจะมีขนาดใหญ่แต่ก็ตื้น มีความลึกไม่เกิน 1 เมตร มีความยาวประมาณ 13 กิโลเมตร ส่วนความกว้างที่สุดประมาณ 5 กิโลเมตร มีเกาะใหญ่อยู่ 2 เกาะ คือ ดอนแก้ว และดอนป่า พื้นที่รอบ ๆ เป็นพื้นที่ราบ มีความสวยงาม ร่มรื่น ปัจจุบันมีปริมาณน้ำลดน้อยลงมีความตื้นเขินบางส่วน มีพืชน้ำปกคลุมหลายชนิด เช่น ผักตบชวา ต้นหญ้า ต้นกก และดอกบัวจำนวนมาก มีคันดินรอบหนอง และรถยนต์สามารถวิ่งได้
ลักษณะปัจจัยแวดล้อมทางชีวภาพ
หนองหานกุมภวาปีเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองหานกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะทางนิเวศวิทยาเป็นระบบนิเวศพื้นที่ชุ่มน้ำ (Wetland Ecosystem) ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ ตามอนุสัญญาว่าด้วยพื้นที่ชุ่มน้ำ (Ramsar Convention) และเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องได้รับความคุ้มครองตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2543 (Office of Natural Resources and Environmental Policy and Planning, 2009) อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำและสัตว์ป่า โดยเฉพาะนกที่ใช้พื้นที่เป็นแหล่งอาศัย หลบภัย หากิน และสร้างรังวางไข่
เป็นแหล่งชุมนุมนกอพยพและนกที่ผ่านมาในฤดูหนาวจากประเทศจีนและยุโรป และตะวันออกกลาง (Pale arctic) ที่สำคัญที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบนกอย่างน้อย 74 ชนิด อีกทั้งยังมีพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์หลายชนิดอาศัยอยู่ในแหล่งน้ำ
ประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่ มีการติดต่อสื่อสารด้วยภาษาถิ่นอีสาน ซึ่งมีลักษณะใกล้เคียงกับภาษาที่พูดใช้กันในประเทศลาว และภาษาถิ่นไม่ได้มีความสำคัญเพียงการสื่อสาร แต่ยังบ่งบอกถึงอัตลักษณ์ของท้องถิ่นและภูมิปัญญาของบรรพบุรุษที่สืบทอดกันมา ถือเป็นมรดกทางภาษา
ความท้าทายของชุมชน
เนื่องจากบ้านดอนแก้วอยู่ในพื้นที่แหล่งน้ำขนาดใหญ่ คือ หนองหานกุมภวาปี มีความเสี่ยงจากหลายสาเหตุที่ส่งผลต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมชุมชน
- การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ภัยแล้งที่รุนแรงขึ้นทำให้แหล่งน้ำแห้งขอด หรือช่วงฤดูฝนอาจส่งผลให้ระดับน้ำสูงขึ้น
- มลพิษและการจัดการน้ำเสีย การปล่อยน้ำเสียจากชุมชนและการจัดปัญหาแหล่งน้ำของหน่วยงานที่รับผิดชอบเนื่องจาก บ้านดอนแก้วอยู่ใกล้แหล่งน้ำที่มีระบบนิเวศที่สมบูรณ์
- การส่งเสริมและการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยว บ้านดอนแก้วมีทุนทางวัฒนธรรมที่เด่นชัดตั้งแต่สมัยทวารวดีอย่าง พระธาตุดอนแก้ว ซึ่งหน่วยงานของภาครัฐและเอกชนสามารถร่วมมือกับชุมชนพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมได้ในอนาคต
หนองหานกุมภวาปี
วริศา ภาประเวช, วิจักขณ์ ฉิมโฉม และประทีป ด้วงแค. (2560). ความหลากหลาย การใช้ประโยชน์พื้นที่ของนกและแนวทางการอนุรักษ์ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองหานกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี.วารสารสัตว์ป่าเมืองไทย. ปีที่ 24. หน้า 33-48
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. (ม.ป.ป.). หนองหานกุมภวาปี. สืบค้นวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, จาก https://naturalsite.onep.go.th/
องค์การบริหารส่วนตำบลกุมภวาปี. (2567). ฐานข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น ในเขตพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบลกุมภวาปี อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี. สืบค้นวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, จาก https://tambonkumpawapi.go.th
องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน.พระธาตุดอนแก้ว. สืบค้นวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, จาก https://cbtthailand.dasta.or.th
เทศบาลตำบลกุมภวาปี. (ม.ป.ป.). วัดพระมหาธาตุเจดีย์บ้านดอนแก้ว. สืบค้นวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, จาก https://www.kumpawapi.go.th/public
เทศบาลตำบลกุมภวาปี. (2566). แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2566-2570) แก้ไข ครั้งที่ 1/2566. สืบค้นวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2568, จาก https://kumpawapi.go.th
ปกรณ์ ศรีเมือง, ผู้ใหญ่บ้านดอนแก้ว หมู่ที่ 5 ตำบลกุมภวาปี อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี, สัมภาษณ์โดย เบญญทิพย์ ไขแสง, 16 ธันวาคม 2568.