Advance search

แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ หนองหานกุมภวาปี ที่รู้จักกันในชื่อ "ทะเลบัวแดง" 

หมู่ที่ 1, 2, 7, 11, 12
เชียงแหว
เชียงแหว
กุมภวาปี
อุดรธานี
ทต.เชียงแหว โทร. 0 4214 3051
เบญญทิพย์ ไขแสง
17 ธ.ค. 2025
เบญญทิพย์ ไขแสง
22 ธ.ค. 2025
บ้านเชียงแหว

มีต้นเค้ามาจากนิทานพื้นบ้าน เรื่อง ผาแดงนางไอ่ ตอนที่นายพรานยิง กระรอกเผือกพังคีตาย แล้วได้นำมาชำแหละเนื้อแบ่งปันกันไปทำอาหารกิน ณ ที่แห่งนี้ ซึ่งคนที่ทำหน้าที่ชำแหละ เนื้อกระรอกเผือกนั้น เคยผ่านการบรรพชาเป็นสามเณร เมื่อสึกออกมา คนท้องถิ่นอีสาน จึงเรียกว่า "เซียง" ส่วน การชำแหละนั้นภาษาท้องถิ่นอีสานเรียกว่า "แหว่" เมื่อมีการเรียกชื่อสถานที่ปรากฏการณ์ในนิทานพื้นบ้าน จึงเรียกว่า บ้านเซียงแหว หรือ เชียงแหว อันหมายถึง สถานที่ที่เชียงชำแหละเนื้อกระรอก


แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ หนองหานกุมภวาปี ที่รู้จักกันในชื่อ "ทะเลบัวแดง" 

เชียงแหว
หมู่ที่ 1, 2, 7, 11, 12
เชียงแหว
กุมภวาปี
อุดรธานี
41110
17.177900002650805
102.99811899662325
เทศบาลตำบลเชียงแหว

บ้านเชียงแหว เริ่มก่อตั้งมาเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2375 ตรงกับรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 นับถึงปัจจุบันนี้เป็นเวลา 193 ปี  บ้านเชียงแหวแรกเริ่มเป็นป่าดงไม้ที่หนาทึบ ผู้คนอพยพเข้ามาอยู่ครั้งแรกมีอยู่ 3 ครอบครัว คือ ครอบครัวของหมื่นประเสริฐ ครัวครอบหมื่นจุมพล และครอบครัวหมื่นพิทักษ์ ซึ่งได้อยู่ร่วมกันตั้งบ้านเรือนอยู่ที่คุ้มเหล่า หมู่ที่ 2 ในปัจจุบัน โดยช่วยกันหักร้างถางพงบุกเบิกเป็นกลุ่มแรก ต่อมาได้มีครอบครัวมหาเสนา มหาเชียงสา พ่อเมืองปาก และนายสุโพธิ์ ซึ่งทั้งหมดได้อพยพมาจากเมืองหนองหาน และตั้งบ้านเรือนอยู่ที่คุ้มกลางหมู่ที่ 7 ในปัจจุบัน และอีกครอบครัวหนึ่งได้อพยพมาจากบ้านแชแล อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี หัวหน้าครอบครัวนี้ คือ พ่อตาจ้ำกาก โดยได้มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่คุ้มถิ่นหมู่ที่ 1 ในปัจจุบัน

ครั้งต่อมาเมื่อคนสามกลุ่ม คือ คุ้มเหล่า คุ้มกลาง คุ้มถิ่น ได้สร้างหลักปักฐานเป็นหลักเป็นแหล่ง มีที่ทำมาหากินมั่นคงแน่นหนาแล้ว ก็ได้ร่วมกันปรึกษาหารือหาที่สร้างวัดเพื่อให้ลูกหลานได้มีที่บรรพชาและอุปสมบท ศึกษาพระธรรมวินัยและเป็นที่ทำบุญกุศล เจริญภาวนา สืบสานพระพุทธศาสนาตามประเพณีนิยมของไทย พร้อมกันนั้นคนทั้งหมดในบ้านเชียงแหว ได้พร้อมใจกันสร้างศาลาเทพารักษ์ขึ้นมาไว้ที่ กลางหมู่บ้าน เสร็จแล้วได้อัญเชิญเจ้าพ่อมเหศักดิ์ ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นดวงวิญญาณของ "ท้าวผาแดง" เข้าสิงสถิตในศาลนี้ ปัจจุบันชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า "หอปู่ตา" ประจำหมู่บ้านเชียงแหว ส่วนหมู่บ้านดอนยาง ซึ่งอยู่ถัดไปทางทิศตะวันออกของบ้านเชียงแหว ก็ได้มีการสร้างหอปู่ตาขึ้นไว้เช่นเดียวกันโดยอัญเชิญดวงวิญญาณ ของ "พญาขอม" พระบิดาของเจ้าหญิง "ไอ่คำ" อดีตเจ้าเมืองชะฑีตาเข้าสิงสถิต ชาวบ้านนิยมเรียกกันว่า หอปู่เชียงเสริฐ ซึ่งศาลปู่ตาทั้งสองแห่ง มีอิทธิฤทธิ์และความศักดิ์สิทธิ์เท่าเทียมกัน และเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านเชียงแหวทุกครอบครัวสืบต่อกันเรื่อยมา บ้านเชียงแหวได้แยกออกเป็น 5 ชุมชนได้แก่ ชุมชนหมู่ที่ 1, 2 , 7, 11,12 จนถึงปัจจุบัน

อาณาเขตติดต่อ

  • ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลนาม่วง อำเภอประจักษ์ศิลปาคม
  • ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลกุมภวาปี
  • ทิศตะวันออก ติดต่อกับ หนองหานกุมภวาปี
  • ทิศตะวันตก ติดต่อกับ บ้านเซียบ

ลักษณะภูมิประเทศ

บ้านเชียงแหวมีสภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบเรียบริมฝั่งน้ำ มีระดับความสูงจากน้ำทะเลประมาณ 175 เมตร ติดต่อกับหนองหานกุมภวาปี ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของตำบลเชียงแหวและตำบลใกล้เคียง นอกจากนี้ยังมีลำห้วยสามพาดซึ่งไหลมาจากตำบลเสอเพลอ ผ่านตำบลห้วยสมพาด ลงสู่ตำบลเชียงแหวทางทิศตะวันตกและลงสู่หนองหานทางตอนใต้ สภาพพื้นที่โดยทั่วไปจึงเหมาะสำหรับใช้ประโยชน์ในการทำนา ดินส่วนใหญ่มีปัญหาคือ ดินชั้นบนเป็นดินร่วนปนทรายถึงดินร่วน ดินชั้นล่างเป็นดินร่วนเหนียวปนทรายกรวด ดินร่วนเหนียวปนกรวด ลึกลงไปเป็นดินเหนียวปนกรวดและดินเหนียว ระดับความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ ปริมาณอินทรียวัตถุต่ำมาก โดยทั่วไปใช้ประโยชน์ในการทำนาแต่ต้องมีการใส่ปุ๋ยในอัตราส่วนที่เหมาะสม

จากข้อมูล แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2566-2570) เทศบาลตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี มีครัวเรือนทั้งสิ้น 990 ครัวเรือน จำนวนประชาชนทั้งสิ้น 3,723 คน โดยแบ่งออกดังนี้

  • บ้านเชียงแหว หมู่ที่ 1 จำนวน 153 ครัวเรือน  ชาย 232 คน หญิง 264 คน ทั้งหมด 496 คน  
  • บ้านเชียงแหว หมู่ที่ 2 จำนวน 198 ครัวเรือน  ชาย 343 คน หญิง 337 คน ทั้งหมด 680 คน  
  • บ้านเชียงแหว หมู่ที่ 7 จำนวน 276 ครัวเรือน  ชาย 492 คน หญิง 520 คน ทั้งหมด 1,012 คน  
  • บ้านเชียงแหว หมู่ที่ 11 จำนวน 181 ครัวเรือน  ชาย 417 คน หญิง 409 คน ทั้งหมด 826 คน  
  • บ้านเชียงแหว หมู่ที่ 12 จำนวน 182 ครัวเรือน  ชาย 344 คน หญิง 365 คน ทั้งหมด 709 คน  

ประชากรในพื้นที่มีเชื้อสายไทย-อีสาน (ลาว)

การพาณิชย์และกลุ่มอาชีพ 

  1. กลุ่มน้ำตาลโตนด การทำน้ำตาลก้อนขายเป็นอาชีพเสริม ต้มน้ำตาลที่มาจากต้นตาลเพื่อทำเป็นน้ำตาลก้อน
  2. กลุ่มเรือท่องเที่ยวทะเลบัวแดง เป็นการรวมกลุ่มรับจ้างขับเรือนำชมทะเลบัวแดง มีเรือให้บริการเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ทุกวัน เวลา 06.00-17.00 น. ใช้เวลานั่งเรือชมหนองหานและทะเลบัวแดงรอบละ 1.30 ชั่วโมง
  3. กลุ่มทอผ้าและแปรรูปผลิตภัณฑ์ทะเลบัวแดง มีการนำบัวแดง มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ โดยการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนในชุมชน เช่น ผ้าทอใยบัว ชาบัวแดง ไซรับบัวแดง ฯลฯ เนื่องจากบัวแดง ดอกบัวแดงมีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย, วิตามินซี ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน และมีใยอาหาร ช่วยระบบย่อยอาหาร
  4. วิสาหกิจชุมชนกลุ่มโฮมสเตย์เชิงอนุรักษ์ เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือของชาวบ้านในท้องถิ่น มุ่งหวังที่จะส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ โดยมีการจัดกิจกรรมการเรียนวิถีชีวิตภายในชุมชน การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากบัวแดง และการล่องเรือชมทะเลบัวแดงตอนเช้า

ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาเป็นหลัก รองลงมา ได้แก่ การเกษตรอื่น ๆ นอกจากนี้ยังมีการเพาะปลูกไม้ผล ไม้ยืนต้น เช่น มะม่วง มะพร้าว พืชผักสวนครัว ได้แก่ กะหล่ำปลี ถั่วฝักยาวและหอม แต่มีการเพาะปลูกไม่มากนัก

ประเพณีและงานประจำปี

ประชาชนบ้านเชียงแหว ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ จึงทำให้ประเพณีและวัฒนธรรมเป็นไปตาม "ฮีตสิบสอง หรือประเพณีสิบสองเดือน" 

ฤดูการท่องเที่ยวทะเลบัวแดง บ้านเชียงแหว 

ทะเลบัวแดงบ้านเชียงแหว อยู่ที่บึงหนองหาน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ดอกบัวแดงจะบานสะพรั่งสวยงามที่สุดช่วงปลายปีถึงต้นปี ธันวาคม-กุมภาพันธ์ (บานมากที่สุด) โดยมีท่าเรือหลักให้บริการล่องเรือ ชมดอกบัวแดงบานเต็มบึง, นกน้ำหายาก, ควายน้ำ, และวิถีชีวิตชาวบ้านหนองหานโดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่ (06:00-11:00 น.)

กำลังอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล

ทุนกายภาพ

  • หนองหานกุมภวาปี หนองหานกุมภวาปีเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่เป็นที่สองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดอุดรธานี มีพื้นที่กว้างไกลสุดสายตากว่า 22,500 ไร่ มีชุมชนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี มีหมู่บ้านอยู่รอบริมหนองน้ำ ประมาณ 32 หมู่บ้าน พื้นที่หนองหานกุมภวาปีแม้ว่าจะมีขนาดใหญ่ แต่ก็ตื้น มีความลึกไม่เกิน 1 เมตร มีความยาวประมาณ 13 กิโลเมตร ส่วนความกว้างที่สุดประมาณ 5 กิโลเมตร มีเกาะใหญ่อยู่ 2 เกาะ คือ ดอนแก้ว และดอนป่า พื้นที่รอบ ๆ เป็นพื้นที่ราบเรียบ มีความสวยงาม ร่มรื่น ปัจจุบันมีปริมาณน้ำลดน้อยลงมีความตื้นเขินบางส่วน มีพืชน้ำปกคลุมหลายชนิด เช่น ผักตบชวา ต้นหญ้า ต้นกก และดอกบัวจำนวนมาก อุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ปลา พันธุ์นก และพืชน้ำจำนวนมาก มีระบบนิเวศโดดเด่นและเป็นที่สนใจของนักวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ได้มาศึกษาค้นคว้าอย่างต่อเนื่อง ช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี ดอกบัวแดงจะเบ่งบานมากที่สุด นักท่องเที่ยวจะมองเห็นดอกบัวแดงบานเต็มผืนน้ำของหนองหานสุดลูกหูลูกตา จึงเป็นที่มาของคำว่า "ทะเลบัวแดง"

ทุนทางวัฒนธรรม

  • การทอผ้าใยบัว เนื่องจากบ้านเชียงแหวอยู่ในพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ทางนิเวศน์ โดยเฉพาะทรัพยากรท้องถิ่น คือ หนองหานกุมภวาปี ซึ่งมีบัวแดงจำนวนมาก สามารถนำมาสร้างผลิตภัณฑ์ให้แก่ชุมชนได้ เช่น การทอผ้าใยบัว การทอผ้าผูกพันกับวิถีชีวิตคนท้องถิ่นอย่างลึกซึ้งมาแต่โบราณ เป็นปัจจัยสี่ในการดำรงชีวิต (เครื่องนุ่งห่ม) แสดงฐานะและบทบาททางสังคม (งานแต่งงาน, พิธีต่าง ๆ ) สร้างรายได้ และขัดเกลาคุณสมบัติผู้หญิง (ความอดทน, ประณีต) อีกทั้งยังเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความเจริญก้าวหน้าของอารยธรรมมนุษย์ที่มีพัฒนาการมาตั้งแต่อดีต สะท้อนวิถีชีวิตของผู้คนกับธรรมชาติที่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน การนำทรัพยากรที่มีภายในท้องถิ่นมาใช้ การทอผ้าในอดีตของไทยเป็นการทอด้วยมือโดยใช้ภูมิปัญญาพื้นบ้าน จากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ไหม ฝ้าย และบัว ผ่านกระบวนการตั้งแต่การปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ปั่นด้าย ย้อมสีธรรมชาติ ไปจนถึงการทอด้วยกี่ทอผ้าแบบดั้งเดิม (หูกหรือกี่กระตุก) ซึ่งเป็นงานหัตถกรรมในครัวเรือน เพื่อใช้เองและมีลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ก่อนจะพัฒนาสู่การผลิตเชิงอุตสาหกรรมในยุคหลัง

ประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่ มีการติดต่อสื่อสารด้วยภาษาถิ่นอีสาน และใช้ภาษาไทย(กลาง) ในการติดต่อราชการ


ความท้าทาย

เนื่องจากตำบลเชียงแหว มีแหล่งท่องเที่ยว คือ ทะเลบัวแดง ซึ่งมีการจัดท่าเรือต้อนรับนักท่องเที่ยว จำนวน 2 ท่าเรือ แต่เนื่องจากพื้นที่ของหนองหานเป็นพื้นที่ทับซ้อน 

  1. จากถนนริมหนองหานถึงพื้นที่ชุมชนอยู่ในการดูแลของเทศบาลตำบลเชียงแหว
  2. ตั้งแต่ริมฝั่ง ลงน้ำ 90 เมตร อยู่ในการดูแลของกรมชลประทาน
  3. หนองหานกุมภวาปีขึ้นทะเบียนเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า 

ความท้ายด้านเศรษฐกิจ

การพัฒนาพื้นที่ทะเลบัวแดง หนองหานกุมภวาปี กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยการสนับสนุนจากเทศบาลตำบลเชียงแหว มีข้อจำกัดทางพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ทับซ้อน และการจัดสรรงบประมาณที่ไม่เพียงพอ ต่อการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ จึงยังไม่สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนและเศรษฐกิจชุมชนได้ดีเท่าที่ควร 

ชุมชนเชียงแหวมีแหล่งทรัพยากรทั้งในด้านธรรมชาติและภูมิปัญญา จึงได้รับการสนใจในการพัฒนาเป็นชุมชนท่องเที่ยวมากกว่าการพัฒนาผ่านงบประมาณท้องถิ่นของเทศบาลตำบลเชียงแหว โดยมีการพัฒนาเว็บไซต์และช่องทางการตลาดออนไลน์ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนตำบลเชียงแหวอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ผ่านโครงการวิจัยที่ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กองทุน ววน.) ประจำปีงบประมาณ 2567 การผลักดันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเป็นความท้าทายอย่างมากเพื่อให้สอดคล้องกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ภายในชุมชน 


หนองหานกุมภวาปี
กำลังอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (ม.ป.ป.). ทะเลบัวแดง หนองหานกุมภวาปี. สืบค้นเมื่อ 18 ธันวาคม 2568, จาก https://thai.tourismthailand.org/Attraction/

Unknown. (10 พฤษภาคม 2559). บ้านเชียงแหว. สืบค้นเมื่อ 18 ธันวาคม 2568, จาก https://weeraphonboy.blogspot.com

วิสาหกิจชุมชนบ้านเชียงแหว. (ม.ป.ป.). กลุ่มโฮมสเตย์เชิงอนุรักษ์บ้านเชียงแหว. สืบค้นเมื่อ 18 ธันวาคม 2568, จาก https://chaingwae.com/home  

วิสาหกิจชุมชนกลุ่มโฮมสเตย์เชิงอนุรักษ์บ้านเชียงแหว. (ม.ป.ป.). โฮมสเตย์ เชียงแหว. สืบค้นเมื่อ 18 ธันวาคม 2568, จาก https://chaingwae.com

เทศบาลตำบลเชียงแหว. (31 มีนาคม 2567). แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2566-2570)สืบค้นเมื่อ 18 ธันวาคม 2568, จาก https://chiangwae.go.th

ไพรี สมจิตร์ อดีตผู้ใหญ่บ้านเชียงแหว หมู่ที่ 2 ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี. สัมภาษณ์โดย เบญญทิพย์ ไขแสง. วันที่ 17 ธันวาคม 2568.

ทต.เชียงแหว โทร. 0 4214 3051