Advance search

หมู่บ้านมอญแห่งเดียวในสุพรรณบุรี” ที่ยังคงรักษาพิธีกรรม ความเชื่อ และประเพณีดั้งเดิมของชาวมอญ เช่นพิธีเลี้ยงผี ประเพณีถวายโหน่ และประเพณีเทศน์มหาชาติ สะท้อนความเข้มแข็งของอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ในบริบทสังคมร่วมสมัย

หมู่ 12
ทุ่งเข็น
ทุ่งคอก
สองพี่น้อง
สุพรรณบุรี
องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งคอก เบอร์โทร : 035-969-933
พลอยวรินทร์ พงค์รัตน์
26 ธ.ค. 2025
พลอยวรินทร์ พงค์รัตน์
26 ธ.ค. 2025
บ้านทุ่งเข็น

บ้านทุ่งเข็น เป็นชุมชนที่มาจากการอพยพของชาวมอญจากบ้านดอนกระเบื้อง จังหวัดราชบุรี ในช่วงราว พ.ศ. 2450–2451 เพื่อแสวงหาที่ดินทำกินใหม่ ระหว่างการเดินทางด้วยวัวเทียมเกวียน เกวียนผู้นำขบวนเกิดติดหล่มโคลน แม้จะพยายามช่วยกันลากและเข็นจนค่ำก็ไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจตั้งถิ่นฐานบริเวณนี้ พื้นที่หมู่บ้านเป็นเนินล้อมรอบด้วยทุ่งนา มองเห็นเป็นทุ่งกว้าง ชาวบ้านจึงเรียกชุมชนแห่งนี้ว่า “บ้านทุ่งเข็น”


หมู่บ้านมอญแห่งเดียวในสุพรรณบุรี” ที่ยังคงรักษาพิธีกรรม ความเชื่อ และประเพณีดั้งเดิมของชาวมอญ เช่นพิธีเลี้ยงผี ประเพณีถวายโหน่ และประเพณีเทศน์มหาชาติ สะท้อนความเข้มแข็งของอัตลักษณ์ชาติพันธุ์ในบริบทสังคมร่วมสมัย

ทุ่งเข็น
หมู่ 12
ทุ่งคอก
สองพี่น้อง
สุพรรณบุรี
72110
14.190676902218415
99.97954103680632
องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งคอก

ชุมชนบ้านทุ่งเข็นมีรากฐานทางประวัติศาสตร์สืบเนื่องจากการอพยพของชาวมอญ ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์สำคัญที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทยหลายระลอก บรรพชนของชาวมอญบ้านทุ่งเข็นมีถิ่นกำเนิดจากบริเวณประเทศเมียนมาตอนใต้ และอพยพเข้ามายังดินแดนไทยทั้งในลักษณะการอพยพอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ อันเป็นผลมาจากความขัดแย้งและสงครามระหว่างมอญกับพม่าในอดีต

การอพยพอย่างเป็นทางการของชาวมอญในอดีตมักได้รับการต้อนรับจากพระมหากษัตริย์ไทย โดยมีการพระราชทานที่ดินให้ตั้งถิ่นฐานและประกอบอาชีพอย่างเป็นหลักแหล่ง ขณะที่การอพยพตามแนวชายแดนและเส้นทางการค้าโบราณ ส่งผลให้เกิดชุมชนมอญกระจายตัวอยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดกาญจนบุรีและราชบุรี ภายหลังอาณาจักรมอญเสียเอกราชแก่พม่าอย่างเด็ดขาดเมื่อ พ.ศ. 2300 ชาวมอญได้อพยพเข้ามาในไทยเพิ่มขึ้น และถูกจัดตั้งเป็นเมืองหน้าด่านที่เรียกว่า “รามัญ 7 เมือง” ทำหน้าที่ด้านการป้องกันประเทศและการส่งส่วยทรัพยากรให้แก่กรุงเทพฯ

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อสถานการณ์ชายแดนเปลี่ยนแปลง เมืองมอญทั้งเจ็ดถูกยุบฐานะลง ชาวมอญจำนวนมากจึงอพยพลงมาตั้งถิ่นฐานบริเวณลุ่มแม่น้ำแม่กลอง จังหวัดราชบุรี โดยมีวัดคงคาราม อำเภอโพธาราม และวัดใหญ่นครชุมน์ อำเภอบ้านโป่ง เป็นศูนย์กลางของชุมชนมอญสำคัญ ภายหลังการปฏิรูปการปกครองในสมัยรัชกาลที่ 5 ชาวมอญบางส่วนได้ขยายพื้นที่ทำกินเข้าสู่ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอโพธาราม

เมื่อราวปี พ.ศ. 2450–2451 ชาวมอญจากบ้านดอนกระเบื้อง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี จำนวนประมาณ 4–5 ครอบครัว ได้อพยพเพื่อแสวงหาที่ดินทำกินแห่งใหม่ เดินทางด้วยวัวเทียมเกวียนมุ่งหน้าทางทิศเหนือ โดยตั้งใจจะไปตั้งถิ่นฐานที่บ้านดอนสำโรง ระหว่างการเดินทาง เมื่อขบวนผ่านเข้ามาในพื้นที่วัดทุ่งเข็น ตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เกวียนเล่มนำขบวนเกิดติดหล่มโคลน ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ แม้จะพยายามช่วยกันลากและเข็นจนค่ำก็ไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจพักแรมในบริเวณดังกล่าว ซึ่งตามเรื่องเล่าของชุมชน หัวหน้าขบวนได้ฝันเห็นเจ้าที่เจ้าทางบอกให้ตั้งถิ่นฐาน ณ ที่แห่งนี้ ชาวมอญจึงตัดสินใจลงหลักปักฐาน บุกเบิกพื้นที่ทำกิน และก่อตั้งชุมชนขึ้น ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็น “ชุมชนบ้านทุ่งเข็น” ในปัจจุบัน

บ้านทุ่งเข็น ตั้งอยู่ใน ตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นหนึ่งใน 14 ตำบลของอำเภอสองพี่น้อง โดยชุมชนตั้งอยู่ทางทิศใต้ของที่ว่าการอำเภอ มีระยะทางห่างจากตัวอำเภอประมาณ 10 กิโลเมตร พื้นที่ของชุมชนเป็นส่วนหนึ่งของตำบลทุ่งคอก ซึ่งมีเนื้อที่รวมประมาณ 83 ตารางกิโลเมตร หรือราว 51,875 ไร่

สภาพแวดล้อมและภูมิประเทศ

สภาพแวดล้อมของบ้านทุ่งเข็นอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบ ร้อนชื้น พื้นที่โดยทั่วไปเป็น ที่ราบลุ่ม มีความเหมาะสมต่อการประกอบอาชีพด้านการเกษตร โดยเฉพาะการทำนาและทำไร่ พื้นที่ชุมชนได้รับอิทธิพลจากระบบชลประทานของตำบลทุ่งคอก ซึ่งมีคลองส่งน้ำและคลองระบายน้ำหลายสายไหลผ่าน ช่วยสนับสนุนการใช้ประโยชน์ที่ดินด้านการเกษตรและการดำรงชีวิตของประชาชนในชุมชน

อาณาเขตติดต่อ

ทิศเหนือ       ติดต่อกับ     ตำบลศรีสำราญและตำบลหนองบ่อ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

ทิศใต้          ติดต่อกับ     ตำบลกระตีบ อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

ทิศตะวันออก    ติดต่อกับ     ตำบลดอนมะนาวและตำบลเนินพระปรางค์ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

ทิศตะวันตก     ติดต่อกับ     ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี

โครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค

ด้านการคมนาคม : บ้านทุ่งเข็นสามารถเดินทางติดต่อกับพื้นที่อื่นภายในตำบลและระหว่างตำบลได้โดย การคมนาคมทางบก เป็นหลัก การสัญจรโดยรถยนต์มีความสะดวก ทำให้ประชาชนสามารถเดินทางไปยังตัวอำเภอและพื้นที่ใกล้เคียงได้อย่างต่อเนื่อง

ด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม : ชุมชนบ้านทุ่งเข็นได้รับการบริการระบบโทรศัพท์และการสื่อสารตามโครงสร้างพื้นฐานของตำบลทุ่งคอก ซึ่งเอื้อต่อการติดต่อสื่อสารทั้งภายในและภายนอกชุมชน

ด้านการไฟฟ้า : ชุมชนใช้บริการไฟฟ้าจาก การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยไฟฟ้าเข้าถึงครัวเรือนในชุมชนอย่างทั่วถึง สอดคล้องกับภาพรวมของตำบลทุ่งคอกที่มีประชาชนเข้าถึงไฟฟ้าเกือบทั้งหมด

แหล่งน้ำและทรัพยากรธรรมชาติ

แหล่งน้ำที่ชุมชนบ้านทุ่งเข็นใช้ประโยชน์ประกอบด้วยแหล่งน้ำในระบบของตำบล เช่น ประปาหมู่บ้าน บ่อโยก และถังเก็บน้ำฝน รวมถึงแหล่งน้ำธรรมชาติ ได้แก่ คลอง หนอง และบึง ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการเกษตรและการดำรงชีวิตของประชาชนในชุมชน ทรัพยากรน้ำเหล่านี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศท้องถิ่นที่หล่อเลี้ยงพื้นที่เกษตรกรรมโดยรอบบ้านทุ่งเข็น

บ้านทุ่งเข็น หมู่ที่ 12 ตำบลทุ่งคอก อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี มีประมาณ 200 หลังคาเรือน จากข้อมูลสถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร เดือนพฤศจิกายน 2568 พบว่ามีประชากรทั้งหมด 473 คน แบ่งเป็นชาย 229 คน และหญิง 244 คน ประชากรส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายมอญ มีระบบเครือญาติที่เชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดผ่านสายเลือดและการสมรส ความสัมพันธ์ทางเครือญาติมีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตและการจัดการกิจกรรมของชุมชน

มอญ

ชุมชนบ้านทุ่งเข็นมีโครงสร้างทางสังคมที่ยึดโยงกับการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ทำไร่ และปลูกพืชผสมผสาน เช่น ข้าว อ้อย ไม้ผล และพืชผักสวนครัว ควบคู่กับการเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ วัว สุกร และไก่ เพื่อการบริโภคและสร้างรายได้เสริมในครัวเรือน

นอกจากนี้ยังมีชาวบ้านบางส่วนประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ค้าขาย และรับราชการหรือเป็นพนักงานของรัฐ การรวมกลุ่มของชุมชนส่วนใหญ่อยู่ในรูปแบบไม่เป็นทางการ เช่น การช่วยเหลือแรงงานกันในภาคเกษตร การแลกเปลี่ยนผลผลิต และการร่วมกิจกรรมทางสังคมและวัฒนธรรมตามวิถีชุมชน

ชาวบ้านบางส่วนออกไปทำงานนอกพื้นที่ ขณะเดียวกันมีแรงงานจากภายนอกเข้ามารับจ้างในช่วงฤดูเกษตร เศรษฐกิจของชุมชนจึงยังคงพึ่งพาภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก ควบคู่กับความสัมพันธ์ทางเครือญาติและการเกื้อกูลกันภายในชุมชน

ในรอบปีชาวเลชุมชนบ้านคลองดาวมีวิถีชีวิตทางวัฒนธรรม โดยมีอัตลักษณ์โดดเด่น ดังต่อไปนี้

วิถีชีวิตทางวัฒนธรรม

ชุมชนบ้านทุ่งเข็นมีการจัดงานเทศกาล ประเพณี และพิธีกรรมตามแบบแผนวัฒนธรรมมอญอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่สืบทอดรูปแบบการปฏิบัติมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ และยังคงได้รับการรักษาไว้เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตชุมชนในปัจจุบัน ดังนี้

  • พิธีเลี้ยงผี หรือเซ่นไหว้ผี (ฮะเจี๊ยะกะโล่กฮ๊อย) โดยขึ้นอยู่แต่ละบ้าน บางบ้านก็เลี้ยงทุก 1 ปี บางบ้านก็ 3 ปี เป็นพิธีกรรมความเชื่อดั้งเดิมของชาวมอญ มีรากฐานจากความเชื่อเรื่องผีบรรพบุรุษและผีคุ้มครองชุมชน 
  • พิธีรำเจ้าพ่อประจำหมู่บ้าน (ต้าจก์เปียะจุ)” จัดขึ้นปีละครั้งในช่วงปลายเทศกาลสงกรานต์ เป็นพิธีกรรมความเชื่อเกี่ยวกับเจ้าที่ผู้คุ้มครองหมู่บ้าน ซึ่งในคติความเชื่อของชาวมอญเรียกว่า เปียะจุ หรือ “ปู่ตา” มีการทำบุญเลี้ยงพระในช่วงเช้า ช่วงบ่ายจะเป็นการประกอบพิธีเซ่นไหว้และการเข้าทรงของเจ้าพ่อประจำหมู่บ้าน
  • พิธีสู่ขวัญ (บะ)” เป็นพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเรียกขวัญและเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่บุคคล โดยประกอบพิธีในโอกาสสำคัญของชีวิต เช่น ประเพณีโกนจุก การบรรพชาอุปสมบท และการแต่งงาน
  • ประเพณีลอยกระทง (ลอว์อะม่ด)” จัดขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ของทุกปีหรือช่วงเดือนพฤศจิกายน ยังคงรักษารูปแบบการทำกระทงตามขนบดั้งเดิม ลักษณะกระทงที่พบในชุมชนเป็นกระทงขนาดเล็ก ประมาณเท่าอุ้งมือ พับด้วยกระดาษเป็นรูปดอกบัว ภายในใช้ฝ้ายฟั่นเป็นไส้ลักษณะคล้ายตีนกา และใช้น้ำมันพืชเป็นเชื้อเพลิง
  • ประเพณีถวายโหน่ (ฮะตอนโหน่ปาวเจี่ยจย้าจก์กรอย)” หรือประเพณีแห่ธงตะขาบ จัดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ มีการผสมผสานความเชื่อเกี่ยวกับ “อะลามแกะกี” หรือธงซึ่งปรากฏในตำนานการไถ่บาปพญาตะขาบ เข้ากับ “โหน่” อันเป็นธงที่ใช้บูชาพระพุทธเจ้าในคติความเชื่อของชาวมอญ
  • ประเพณีเทศน์มหาชาติ (โถ่หงี่มเกียะทา)” มีการจัดเป็นประจำทุกปี ณ วัดทุ่งเข็น โดยทั่วไปจะจัดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม โดยนิมนต์พระสงฆ์จากชุมชนมอญในจังหวัดราชบุรีมาแสดงธรรม ถือเป็นการรื้อฟื้นการใช้ภาษามอญในพิธีกรรมทางศาสนา 
กำลังอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล

ทุนวัฒนธรรมหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น

  • วัดทุ่งเข็น

วัดทุ่งเข็น ถือเป็นศูนย์กลางของชาวมอญของชุมชนบ้านเข็น ก่อตั้งขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2450 พร้อมกับการตั้งถิ่นฐานของชุมชนมอญบ้านทุ่งเข็น โดยวัดทุ่งเข็นสร้างขึ้นจากความร่วมมือของผู้นำชุมชนและชาวบ้าน โดยมีการบริจาคที่ดินและนำวัสดุจากวัดร้างใกล้เคียงมาใช้ก่อสร้าง ซึ่งในปัจจุบัน วัดทุ่งเข็นมีสถาปัตยกรรมไทยผสมผสานศิลปะมอญอย่างชัดเจน เช่น หอระฆัง กำแพงแก้วปูนปั้นรูปหงส์ และมณฑปทรงเจดีย์มอญ ซึ่งสะท้อนบทบาทของวัดในฐานะศูนย์กลางทางศาสนา วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ของชุมชนมอญบ้านทุ่งเข็น 

  • ผ้าทอชาวมอญ

ความรู้และภูมิปัญญาในการทอผ้ามีการสืบทอดมากกว่า 3-4 รุ่น ภูมิปัญญาและเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนมอญได้แก่ การปักผ้า ที่มีความสวยงามกว่าที่อื่น ลายปักของชาวมอญจะมีลาย “ดอกมะเขือ” เพราะดอกมะเขือเป็นดอกไม้ที่ใช้ไหว้บรรพบุรุษ อีกทั้งยังเป็นดอกไม้ใกล้ตัว และเป็นดอกไม้ที่เป็นสิริมงคล “ดอกจันทร์” เป็นไม้ชั้นสูง (ต้นจันทร์) “ดอกพิกุล” เป็นดอกไม้ที่นำมาร้อยเพื่อไปเคารพกราบไหว้รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ “ลายขอบพาน” เอามาจากพานที่ใช้ไปทำบุญ ลายทั้งหมดถือเป็นสิริมงคลทั้งหมด จึงได้นำมาลงในผืนผ้า เพื่อแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตที่ผูกพันกับประเพณีและวัฒนธรรมของชาวมอญที่สืบทอดกันมา

ชุมชนบ้านทุ่งเข็นเป็นชุมชนที่มีรากฐานจากกลุ่มชาติพันธุ์มอญ โดยในอดีตประชาชนในชุมชนใช้ ภาษามอญ ควบคู่กับภาษาไทยในการสื่อสาร ปัจจุบัน ภาษาไทย เป็นภาษาหลักที่ใช้ในชีวิตประจำวัน การศึกษา และกิจกรรมสาธารณะ ขณะที่การใช้ภาษามอญพบมากในกลุ่มผู้สูงอายุ และในบริบททางวัฒนธรรมและพิธีกรรมบางประการ เช่น การเรียกชื่อประเพณี บทสวด หรือคำศัพท์เฉพาะที่สืบทอดกันมาในชุมชน สถานการณ์ทางภาษาของชุมชนจึงสะท้อนลักษณะของสังคมสองภาษา โดยภาษามอญมีบทบาทลดลงตามการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและวิถีชีวิต


มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการแต่งกายตามยุคสมัย แต่ยังคงอนุรักษณ์วัฒนธรรม และประเพณีเดิมไว้ โดยส่วนมากในพื้นที่ชุมชนมอญ จะเลือกสร้างที่อยู่อาศัยให้มีทางน้ำผ่านเป็นหลัก ซึ่งเหมาะต่อการทำการเกษตร ต่อมาได้มีการสร้างศูนย์การเรียนรู้ และ กลุ่มทอผ้าขึ้นมาเพื่ออนุรักษ์ ความเป็นมอญและประเพณีพิธีกรรมแบบดั้งเดิมไว้

ชุมชนมอญบ้านทุ่งเข็น ให้การตอบรับและสนับสนุนการฟื้นฟูศิลปวัฒนธรรมมอญ ให้กลับมาอีกครั้ง โดยมีเจ้าอาวาสวัดทุ่งเข็นเป็นผู้นำชุมชน เป็นผู้ริเริ่มโดยการเริ่มจากวัดที่เป็นศูนย์รวมของชุมชน เริ่มสร้างความเป็นมอญ ผ่านสถาปัตยกรรม ศาสนา การชักจูงคนมอญให้เข้ามาในชุมชนโดนการจัดฉลองครบรอบ 100 ปี วัดทุ่งเข็น ทำให้คนในชุมชนตื่นตัวและฟื้นฟูความเป็นมอญอีกครั้ง ทั้งทางด้านการแต่งกาย ประเพณีการแห่หงส์ธงตะขาบ การเข้าไปมีส่วนร่วมกับงานสำคัญๆ ของจังหวัดเช่น งานเข้าพรรษา งานสงกรานต์พี่น้องชาวมอญพร้อมใจกันแต่งกายชุดมอญ เพื่อประกาศการมีตัวตนของชุมชนและการสร้างอัตลักษณ์ชุมชนให้เกิดขึ้นได้อย่างน่าภาคภูมิใจ

วัฒนธรรมอาหารของชุมชนบ้านทุ่งเข็น

  • อาหารในชีวิตประจำวัน

แกงกระเจี๊ยบ (ฟะฮะเจ่บ)” เป็นอาหารพื้นบ้านทุ่งเข็น ปรุงจากใบกระเจี๊ยบแดงและกระเจี๊ยบเขียวร่วมกับเนื้อสัตว์และเครื่องปรุงพื้นฐาน นอกจากนี้ชาวบ้านยังนิยมบริโภคใบอ่อนของกระเจี๊ยบเขียว อันเป็นเอกลักษณ์ด้านอาหารของชุมชน

"น้ำยาใบกะเพรา (ด้าจก์ฮะก่มวาญย์อะพราว)" เป็นอาหารมอญดั้งเดิม เรียกได้ทั้ง “น้ำยาพริกไทย” หรือ “แกงพริกไทย” ลักษณะคล้ายแกงเลียง ปรุงจากวัตถุดิบพื้นฐานและใบกะเพรา นิยมรับประทานร้อน ๆ โดยเชื่อว่าเหมาะกับผู้หญิงหลังคลอดและผู้ที่อยู่ไฟ

แกงเปรอะ (ฟะคะเนกู่)” แกงเปรอะเป็นอาหารมอญดั้งเดิม มีลักษณะใกล้เคียงกับแกงลาวหรือแกงแคของภาคเหนือไทย ส่วนผสมหลักได้แก่ ผักพื้นบ้านหลากชนิด เช่น หน่อไม้ เห็ด ไอ้ลื่น (ทั้งฝักและใบอ่อน) ชะอม ปลาเค็มหรือปลาร้า พริกแกงเผ็ด และน้ำคั้นใบย่านางซึ่งถือเป็นองค์ประกอบสำคัญ ผักที่ใช้สามารถปรับเปลี่ยนตามฤดูกาลและความพร้อมของวัตถุดิบ

แกงตะคึก (ฟะทิตาน)” แกงตะคึกเป็นอาหารพื้นบ้านที่ใช้ใบอ่อนของต้นตะคึก ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นที่พบในแถบสุพรรณบุรีและกาญจนบุรี และถือเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนบ้านทุ่งเข็น ใบอ่อนนำมาปรุงอาหารได้หลากหลาย โดยเชื่อกันว่าไม่ควรนำใบที่ถูกฝนใหม่มาปรุงอาหารเพราะอาจทำให้ท้องเสีย

ทอดมันหัวปลี (ฮะโตะปราดฮะนา)” เป็นอาหารที่มีการประยุกต์ขึ้นใหม่ พบแพร่หลายในพื้นที่สุพรรณบุรี ราชบุรี และปริมณฑล โดยชาวมอญบ้านทุ่งเข็นเล่าว่าทำรับประทานกันมานานตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย นิยมทำในงานบุญ ใช้หัวปลีสับชุบแป้งผสมเครื่องแกงเผ็ดทอด กินกับน้ำจิ้มเปรี้ยวหวาน มักรับประทานเป็นของว่าง

  • อาหารในเทศกาล

กะละแม (กวาญย์ฮะกอ)” เป็นขนมหวานสำคัญในเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่มอญ นิยมทำเพื่อถวายพระ แจกจ่ายผู้สูงอายุและญาติมิตร ปัจจุบันพบได้น้อยและมีการรื้อฟื้นขึ้นใหม่ที่วัดทุ่งเข็นเมื่อ พ.ศ. 2556 โดยชาวบ้านเชื่อว่าเป็นแรงดลใจจากบรรพชน

ข้าวต้มมัด (ฮะโหล่ม)” ชาวบ้านทุ่งเข็นถือว่าข้าวต้มมัดเป็นขนมสำคัญในเทศกาลสารทไทยหรือบุญเดือน 10 และนิยมทำในเทศกาลสำคัญอื่น ๆ เช่น เข้าพรรษาและออกพรรษา โดยมีความแตกต่างจากชุมชนมอญในพื้นที่อื่นและชุมชนลาวใกล้เคียง 

ข้าวหลาม (ฮะลาม)” ในเทศกาลมาฆบูชาหรือบุญเดือน 3 ชาวมอญบ้านทุ่งเข็นนิยมทำข้าวต้มมัด ต่างจากชุมชนมอญราชบุรีซึ่งเผาข้าวหลามในประเพณีถวายทานฟืน ข้าวต้มมัดของบ้านทุ่งเข็นในอดีตเป็นข้าวต้มลูกโยนรสจืด ไม่มีไส้ ห่อใบมะพร้าวอ่อน

  • อาหารในพิธีกรรม

อาหารในพิธีกรรมของชุมชนบ้านทุ่งเข็นประกอบด้วยทั้งอาหารคาวและขนมหวาน ได้แก่ แกงยอดหวาย แกงขี้เหล็ก แกงบอน แกงลูกชิ้นปลา รวมถึงขนมต้มแดงต้มขาว ขนมเล็บมือนาง และขนมทอด ซึ่งใช้ในพิธีรำผี พิธีเลี้ยงผี และพิธีรำเจ้าพ่อประจำหมู่บ้าน ส่วนพิธีสู่ขวัญในวาระต่าง ๆ เช่น โกนจุก บรรพชาอุปสมบท และแต่งงาน จะใช้อาหารหวานเป็นหลัก 

รามัญคดี – MON Studies. (2563). เรื่องเล่าบ้านมอญทุ่งเข็นเมืองสุพรรณฯ มีหลายแบบ [โพสต์เฟซบุ๊ก]. Facebook. https://www.facebook.com/RamannMon/posts/3681938201881005

ศูนย์ข้อมูลกลางทางวัฒนธรรม. (2565). กลุ่มชาติพันธุ์ไทยมอญในเขตพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี. http://www.m-culture.in.th/album/195285/กลุ่มชาติพันธุ์ไทยมอญ_ในเขตพื้นที่จังหวัดสุพรรณบุรี

ศูนย์ข้อมูลสารสนเทศคณะสงฆ์ภาค 14. (2564). ข้อมูลทั่วไป. https://www.sangha14.org/index.php?url=temple&id=1523

สำนักบริหารการทะเบียน. (2568). สถิติจำนวนประชากรทางการทะเบียนราษฎร (รายเดือน). https://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statMONTH/statmonth/#/displayData

องค์ บรรจุน. (2559). “บ้านทุ่งเข็น”: ชุมชนชาติพันธุ์มอญร่วมสมัยแห่งสุพรรณบุรี (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งคอก. (ม.ป.ป.). สภาพทั่วไปและข้อมูลพื้นฐาน. https://thungkhok.go.th/data.php?content_id=2

องค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งคอก เบอร์โทร : 035-969-933