ทะเลบัวแดง แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของหนองหานกุมภวาปี อีกทั้งยังมีพระธาตุเก่าแก่สมัยพุทธศตวรรษ 11-13
ในอดีตมีหมู่บ้านอยู่บริเวณวัด ชาวบ้านเรียกว่า วัดบ้านเดิม ต่อมาเสียงเพี้ยนมาเป็น บ้านเดียม
ทะเลบัวแดง แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ ตั้งอยู่ในพื้นที่ของหนองหานกุมภวาปี อีกทั้งยังมีพระธาตุเก่าแก่สมัยพุทธศตวรรษ 11-13
ชุมชนบ้านเดียม ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี มีเรื่องเล่าสืบต่อกันมาว่า ก่อนจะมีการตั้งหมู่บ้านอย่างมั่นคง บริเวณนี้เคยเป็นป่าละเมาะและที่ลุ่มใกล้หนองน้ำ ผู้คนกลุ่มแรกที่อพยพเข้ามาเป็นครอบครัวจากถิ่นอื่นในแถบอีสาน เดินทางด้วยเกวียนและเรือเล็ก ๆ ตามลำน้ำ เพื่อแสวงหาที่ดินทำกินและแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ คืนหนึ่ง ขณะพักแรมอยู่ใกล้จอมปลวกสูงกลางทุ่ง มีผู้เฒ่าคนหนึ่งฝันเห็นแสงสว่างพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดิน พร้อมเสียงกล่าวว่า "ที่แห่งนี้จักเป็นหลักชัยของผู้คน หากตั้งพระธาตุไว้ ชุมชนจักร่มเย็น"
รุ่งเช้า ชาวบ้านจึงช่วยกันขุดบริเวณจอมปลวกนั้น และพบเศษอิฐโบราณกับพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆ ฝังอยู่ใต้ดิน ทุกคนเชื่อว่าเป็นนิมิตหมายอันดี จึงพร้อมใจกันตั้งศาลเพิงเล็ก ๆ ก่อน และต่อมาร่วมแรงกันก่อสร้างเจดีย์เล็ก ๆ เป็นพระธาตุประจำชุมชน ซึ่งภายหลังพัฒนาเป็นส่วนหนึ่งของ วัดมหาธาตุเทพจินดา กาลเวลาผ่านไป หลายครอบครัวอพยพออกไปทำงานต่างถิ่น บางคนไปไกลถึงเมืองใหญ่ แต่เมื่อพระธาตุเริ่มชำรุดจากลมฝน ก็มีข่าวเล่ากันว่าในปีที่พระธาตุแตกร้าว ฝนฟ้าไม่ต้องตามฤดูกาล ชาวบ้านจึงเชื่อว่าควรบูรณะเพื่อความเป็นสิริมงคล ข่าวนี้ทำให้ลูกหลานที่จากบ้านไปทยอยกลับมาร่วมทำบุญ บ้างนำเงิน บ้างนำแรงงาน บ้างพาช่างฝีมือจากถิ่นอื่นมาช่วยซ่อมแซม การบูรณะครั้งนั้นมิใช่เพียงการซ่อมสิ่งก่อสร้าง หากเป็นการ อพยพกลับ ทางใจ ผู้คนที่เคยกระจัดกระจายได้กลับมาพบหน้ากันอีกครั้ง เสียงฆ้องกลองในงานสมโภชดังไปทั่วทุ่งนา ราวกับประกาศว่าพระธาตุยังคงเป็นศูนย์รวมศรัทธาและความทรงจำของชุมชน
ชาวบ้านจึงเล่าต่อกันมาว่าตราบใดที่พระธาตุยังตั้งตระหง่าน บ้านเดียมจะไม่ร้างผู้คน และตราบใดที่ลูกหลานยังกลับมาบูรณะ พระธาตุก็จะคุ้มครองผู้คนให้ผูกพันกันเสมอ
อาณาเขตพื้นที่การติดต่อ
- ทิศเหนือ ติดต่อกับ บ้านล่มจาน
- ทิศใต้ ติดต่อกับ หนองหานกุมภวาปี
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับ บ้านล่มจาน
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับ หนองหานกุมภวาปี
ลักษณะภูมิประเทศ บ้านเดียมมีสภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นที่ราบเรียบริมฝั่งน้ำ มีระดับความสูงจากน้ำทะเลประมาณ 175 เมตร มีแหล่งน้ำที่สำคัญคือหนองหานโดยมีพื้นที่ขนาด 36 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 24,000 ไร่ นอกจากนี้ยังมี
ลักษณะภูมิอากาศ มี 3 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว อากาศร้อนอบอ้าวในฤดูร้อน มีอากาศร้อนอบอ้าวมากที่สุด คือ เดือนเมษายน และหนาวเย็นมากในฤดูหนาว เดือนที่ และหนาวเย็นที่สุด คือเดือนมกราคม
ลักษณะของดิน ดินส่วนใหญ่เป็นดินร่วนปนทรายถึงดินร่วน ดินชั้นล่างเป็นดินร่วนเหนียวปนทรายกรวดลึกลงไปเป็นดินเหนียวปนกรวดและดินเหนียว ระดับความอุดมสมบูรณ์ของดินต่ำ ปริมาณอินทรียวัตถุต่ำมาก โดยทั่วไปใช้ประโยชน์ในการทำนา
จากข้อมูล แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2566-2570) เทศบาลตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี มีครัวเรือนทั้งสิ้น 370 ครัวเรือน จำนวนประชาชนทั้งสิ้น 1,217 คน โดยแบ่งออกดังนี้
- บ้านเดียม หมู่ที่ 5 จำนวน 157 ครัวเรือน ชาย 238 คน หญิง 231 คน ทั้งหมด 469 คน
- บ้านเดียม หมู่ที่ 10 จำนวน 213 ครัวเรือน ชาย 361 คน หญิง 387 คน ทั้งหมด 748 คน
ประชากรในพื้นที่มีเชื้อสายไทย-อีสาน (ลาว)
การพาณิชย์และกลุ่มอาชีพ
- วิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวทะเลบัวแดงบ้านเดียม กลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวทะเลบัวแดงบ้านเดียม ตั้งขึ้น พ.ศ 2548 โดยมี นายไพรสิทธิ์ สุขรมย์ เป็นประธานวิสาหกิจ เนื่องจากเริ่มมีการท่องเที่ยวทะเลบัวแดงและกลุ่มเรือนำชมดอกบัวแดง นายไพรสิทธิ์ของบประมาณสนับสนุน แต่ไม่ได้การตอบรับ สำนักงานเกษตรอำเภอกุมภวาปีจึงได้แนะนำให้จัดตั้งและจดวิสาหกิจชุมชนถึงจะสามารถของบประมาณมาพัฒนากลุ่มเรือนำชมได้ แรกเริ่มก่อตั้งมีสมาชิกทั้งหมด 36 คน ปัจจุบันมีสมาชิก ทั้งหมด 176 ครัวเรือน จาก 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอกุมภวาปี อำเภอประจักษ์ศิลปาคม และอำเภอกู่แก้ว ซึ่งมีการมอบเรือนำชมให้แก่สมาชิก 1 ลำ/ครอบครัว
ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาและการเกษตรเป็นหลัก ในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ชาวบ้านได้ออกมาหารายได้เสริมจากการท่องเที่ยวทะเลบัวแดง โดยมีการตั้งแผงขายอาหารตอนเช้า และสินค้าต่าง ๆ ในพื้นที่ท่าเรือบ้านเดียม อีกทั้งมีการหารายได้จากขับเรือนำชมทะเลบัวแดง
ประเพณีและงานประจำปี
ประชาชนบ้านเดียม ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ จึงทำให้ประเพณีและวัฒนธรรมเป็นไปตาม "ฮีตสิบสอง หรือประเพณีสิบสองเดือน" มีการจัดงานสำคัญ ดังนี้
- การจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟ (เดือนพฤษภาคม)
- การจัดงานประเพณีแข่งเรือ (เดือนพฤศจิกายน)
- การจัดงานประเพณีไหว้พระธาตุบ้านเดียม (เดือนเมษายน)
ฤดูการท่องเที่ยวทะเลบัวแดง บ้านเชียงแหว
ทะเลบัวแดงบ้านเดียม อยู่ที่ บึงหนองหาน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่ดอกบัวแดงจะบานสะพรั่งสวยงามที่สุดช่วงปลายปีถึงต้นปี ธันวาคม-กุมภาพันธ์ (บานมากที่สุด) โดยมีท่าเรือหลักอยู่ที่บ้านเดียม ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ให้บริการล่องเรือ ชมดอกบัวแดงบานเต็มบึง, นกน้ำหายาก, ควายน้ำ, และวิถีชีวิตชาวบ้านหนองหานโดยเฉพาะช่วงเช้าตรู่ (06.00-11.00 น.) มีเรือพาล่องชมทะเลบัวแดงวลาประมาณ 1-1.30 ชั่วโมง โดยมีเรือให้บริการ 2 ประเภท
- เรือหางยาว (ลำเล็ก) สำหรับ 2 ท่าน ใช้เวลา 1 ชม. ราคา 300/ลำ
- เรือท้องแบน (ลำใหญ่) สำหรับ 6 ท่าน ใช้เวลา 1.30 ชม. ราคา500/ลำ
1.นายไพรสิทธิ์ สุขรมย์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนการท่องเที่ยวบ้านเดียม ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี
ทุนทางกายภาพ
หนองหานกุมภวาปี (ทะเลบัวแดง)
หนองหานกุมภวาปีเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำขนาดใหญ่เป็นที่สองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดอุดรธานี มีพื้นที่กว่า 22,500 ไร่ มีชุมชนเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า 100 ปี มีหมู่บ้านอยู่รอบริมหนองน้ำ ประมาณ 32 หมู่บ้าน พื้นที่หนองหานกุมภวาปีแม้ว่าจะมีขนาดใหญ่ แต่ก็ตื้น มีความลึกไม่เกิน 1 เมตร มีความยาวประมาณ 13 กิโลเมตร ส่วนความกว้างที่สุดประมาณ 5 กิโลเมตร มีเกาะใหญ่อยู่ 2 เกาะ คือ ดอนแก้ว และดอนป่า พื้นที่รอบ ๆ เป็นพื้นที่ราบเรียบ มีความสวยงาม ร่มรื่น ปัจจุบันมีปริมาณน้ำลดน้อยลงมีความตื้นเขินบางส่วน มีพืชน้ำปกคลุมหลายชนิด เช่น ผักตบชวา ต้นหญ้า ต้นกก และดอกบัวจำนวนมาก อุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ปลา พันธุ์นก และพืชน้ำจำนวนมาก ความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศใต้ผิวน้ำ ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งอาศัยของปลาน้ำจืดหลากหลายสายพันธุ์ และพรรณไม้น้ำนานาชนิด ซึ่งเป็นฐานทรัพยากรอาหารที่สำคัญของชุมชน
มีระบบนิเวศโดดเด่นและเป็นที่สนใจของนักวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มาศึกษาค้นคว้าอย่างต่อเนื่อง ช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปี ดอกบัวแดงจะเบ่งบานมากที่สุด นักท่องเที่ยวจะมองเห็นดอกบัวแดงบานเต็มผืนน้ำของหนองหานสุดลูกหูลูกตา จึงเป็นที่มาของคำว่า "ทะเลบัวแดง"
"บัวแดง" ที่พบในหนองหาน กุมภวาปี จัดอยู่ในวงศ์ "อุบลชาติ" (Nymphaeaceae) หรือที่สากลเรียกว่า Water Lily ซึ่งคนไทยนิยมเรียกว่า "บัวสาย" นั่นเอง ซึ่งมีจุดเด่นคือใต้น้ำจะมีเหง้าสะสมอาหาร และก้านใบมีขนอ่อนปกคลุม
ลักษณะเด่น: เป็นพืชน้ำล้มลุก ใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่หรือกลม ขอบใบหยักซี่ฟัน ลอยแตะผิวน้ำ ใต้ใบมักมีสีม่วงแดงหรือเขียวเข้ม ก้านดอกยาวอวบน้ำ (นิยมนำมาทำอาหารเรียกว่า "สายบัว")
พฤติกรรมการบาน (Circadian Rhythm): บัวแดงมีกลไกการบานตามแสง (Photonasty) โดยจะเริ่มคลี่กลีบแย้มบานในเวลากลางคืนถึงเช้าตรู่ และจะค่อย ๆ หุบลงเมื่อแดดเริ่มจัดในช่วงเวลาประมาณ 11.00 น. เป็นต้นไป
ระบบนิเวศ: การเจริญเติบโตของบัวแดงเป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ (Bio-indicator) เนื่องจากต้องอาศัยดินโคลนใต้น้ำที่มีอินทรียวัตถุสูง และระดับน้ำที่เหมาะสมในการชูก้านดอกขึ้นสู่ผิวน้ำ
หนองหานกุมภวาปีเป็น เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองหานกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำและสัตว์ป่า โดยเฉพาะนกที่ใช้พื้นที่เป็นแหล่งอาศัย หลบภัย หากิน และสร้างรังวางไข่ นกที่พบได้บ่อย คือ นกกระสา นกเป็ดน้ำ นกปรอดหัวโขน นกอีโก้ง ฯลฯ มีการอพยพเข้ามาของกลุ่มนกในช่วงฤดูหนาว สะท้อนให้เห็นถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในหนองหานกุมภวาปี
ทุนทางวัฒนธรรม
พระธาตุบ้านเดียม
พระธาตุเทพจินดาบ้านเดียม เดิมชื่อ "วัดมหาธาตุเทพจินดา" หรือวัดพระธาตุบ้านเดียม เป็นวัดที่เก่าแก่ประดิษฐานพระมหาธาตุเทพจินดาซึ่งเป็นพระธาตุเก่าแก่สร้างในยุคสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นเมื่อราวพุทธศตวรรษที่ 11-13 บริเวณที่ตั้งของวัดเรียกว่า บ้านเดิม (เพี้ยนมาเป็นบ้านเดียม) มีสภาพเป็นเนินป่ารก อยู่ริมหนองหาน การก่อสร้างองค์พระธาตุเทพจินตาได้เริ่มขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยเลียนแบบจากองค์พระธาตุพนมก่ออิฐฉาบปูนครอบสถูปและพุทธรูปโบราณทั้งสองไว้ ณ ที่จุดเดิมไม่ได้เคลื่อนย้ายใด ๆ ใน พ.ศ. 2505 พระธาตุองค์เดิมใต้โค่นล้มลงตามกาลเวลา โดยพระธาตุล้มแต่พระพุทธรูปทั้ง 2 องค์ไม่ได้รับความเสียหาย คงประทับนั่งเป็นสง่าเหมือนเดิมทุกประการ ใน พ.ศ. 2510 การก่อสร้างพระธาตุองค์ใหม่แทนองค์เดิมใต้เสร็จสมบูรณ์
บนสถูปมีพระพุทธรูป 2 องค์หันหลังพิงกันองค์แรกทำด้วยหินศิลาแลงขนาดหน้าตัก กว้าง 6 สูง 4 ฟุต หันหน้าไปทางทิศตะวันออก องค์ที่สองทำด้วยทองใบขนาดหน้าตักกว้าง 4 ฟุต สูง 4 ฟุตครึ่ง หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ข้างสถูปทางทิศตะวันออกเป็นโบสถ์ฐานก่อด้วยหินศิลาแลงรูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 20 เมตร สูง 2 เมตร
บริเวณใกล้เคียงมี โฮงหด เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเขตหวงห้ามมีมาตั้งแต่อดีต ใช้ประกอบพิธีสังฆกรรมคือ พิธีทด (รดน้ำ) เฉพาะพระภิกษุสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบที่ได้บวชเรียนติดต่อกันมานานนับสิบพรรษา สันนิษฐานว่าเกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกับองค์มหาธาตุเทพจินดามีบันทึกปรากฏเป็นภาษามคธโบราณที่แท่นพระพุทธรูปเสี่ยงทายระบุสร้างเมื่อ จ.ศ. 7 (ตรงกับ พ.ศ. 1188)
ประชากรส่วนใหญ่ในพื้นที่มีการติดต่อสื่อสารด้วยภาษาถิ่นอีสานและใช้ภาษาไทย(กลาง) ในการติดต่อราชการ
หนองหานกุมภวาปีเป็นที่รู้จักของชุมชนรอบ ๆ และหมู่บ้านต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้เคียง เนื่องจากหนองหานกุมภวาปีเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เป็นแหล่งหาปลาของผู้คนรอบข้าง อีกทั้งยังเป็นต้นกำเนิดของลำน้ำปาวที่ไหลยาวไปสู่จังหวัดกาฬสินธุ์ อีกทั้งความสวยงามของบัวสายที่มีสีชมพูบานสวยในช่วงฤดูหนาวของทุกปี ตั้งแต่เดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ของอีกปี เริ่มมีการท่องเที่ยวล่องเรือชมดอกบัวแดง พ.ศ. 2548 นายไพรสิทธิ์ สุขรมย์ ประธานวิสาหกิจชุมชน ได้จัดตั้งกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเรือท่องเที่ยวทะเลบัวแดง บ้านเดียมขึ้น เพื่อทำการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ช่วง พ.ศ. 2550-2553 ได้รับการสนับสนุนการท่องเที่ยวจากสำนักงานเทศบาลตำบลเชียงแหว โดยกิจกรรมประจำปี เช่น งานรื่นเริง พัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว
พ.ศ. 2554 เป็นต้นมา จังหวัดอุดรธานีได้เข้ามาพัฒนาพื้นที่ต่อ อีกทั้งยังมีหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามาพัฒนาพื้นที่ท่าเรือบ้านเดียมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว โดยหน่วยงานต่าง ๆ มีบทบาทการพัฒนาดังนี้
- กรมเจ้าท่า สร้างศาลาบริการนักท่องเที่ยว ปรับปรุงท่าเรือให้มีประสิทธิภาพบริการนักท่องเที่ยว
- กองโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดอุดรธานี งานช่างโยธา การออกแบบและควบคุมการก่อสร้างอาคาร โครงสร้างพื้นฐาน การบูรณะพัฒนาพื้นที่ เช่น การสร้างถนนรอบหนองหานกุมภวาปี สร้างห้องน้ำ และลานจอดรถ
- กองการท่องเที่ยวและกีฬา, กองยุทธศาสตร์และงบประมาณ องค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (อุดรธานี) ให้งบสนับสนุนด้านการโปรโมทการท่องเที่ยว ผ่านช่องทางออนไลน์ และการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว
- กรมการพัฒนาชุมชน (CDD) เข้ามาส่งเสริมและให้ความรู้ในการนำทรัพยากรท้องถิ่นที่มี นำมาประยุกต์เป็นสินค้าของชุมชน โดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน มีการจัดตั้งกลุ่มแม่บ้านเพื่อจัดทำผลิตสินค้า OTOP
- เครือข่ายสัญญาณโทรศัพท์ AIS และสายการบิน สนับสนุนเก้าอี้ ที่นั่งพิง และโปรโมทการท่องเที่ยวในแพลทฟอร์มของตน
การประชาสัมพันธ์ของภาครัฐและเอกชนส่งผลให้การท่องเที่ยวของท่าเรือบ้านเดียมกระโดดอย่างรวดเร็ว พ.ศ. 2559-2562 มีนักทั้งเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ เดินทางมาขึ้นเรือท่องเที่ยวชมทะเลบัวแดงแต่ละปี มากกว่า 300,000 คน ผู้คนในชุมชนมีรายได้จากการท่องเที่ยวช่วงอย่างมาก ทั้งจากการขายสินค้า อาหาร และการขับเรือนำชม เนื่องจาก พ.ศ. 2563 เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้การท่องเที่ยวชุดชะงัก และกลับมาเปิดการท่องเที่ยวหลังการหยุดแพร่ระบาด จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงเยอะมาก จากสถิตินักท่องเที่ยว พ.ศ. 2567-2568 เหลือเพียง 110,000 คน โดยส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาจากประเทศ จีน เกาหลี และประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย
ชุมชนบ้านเดียม มีรายได้หลักคือการเกษตรกรรมและประมง คือ รายได้รอง ซึ่งรายได้ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ จึงทาให้สมาชิกในครอบครัวบางคนต้องไปทำงานต่างถิ่น แต่ในปัจจุบันเกิดการขยายตัวของธุรกิจท่องเที่ยวในชุมชนท้องถิ่น มีการพัฒนาอาชีพและการจ้างงานแก่ชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น ทาให้ชุมชนบ้านเดียมมีเศรษฐกิจที่โตมากขึ้น โดยคนในชุมชนไม่ต้องไปทำงานต่างจังหวัด เพื่อหารายได้เลี้ยงชีพและครอบครัว
หนองหานกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ได้รับการประกาศโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2534 เป็นพื้นที่ที่มีลักษณะทางนิเวศวิทยาเป็นระบบนิเวศพื้นที่ชุ่ม อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของสัตว์น้ำและสัตว์ป่า โดยเฉพาะนกที่ใช้พื้นที่เป็นแหล่งอาศัย หลบภัย หากิน และสร้างรังวางไข่และพืชพรรณใต้น้ำหลายชนิด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ เพื่อใช้สาหรับการท่องเที่ยวและการเกษตร ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติที่ในพื้นที่ในช่วงฤดูการท่องเที่ยว โดยกรมเจ้าท่าได้มีการปล่อยพันธุ์ปลาและควบคุมการจับสัตว์ในพื้นที่หนองหานกุมภวาปี
ความท้าทายด้านทรัพยากรธรรมชาติที่ส่งผลต่อระบบนิเวศจากการท่องเที่ยว เป็นความท้าทายของหน่วยงานภาครัฐที่ต้องกำกับดูแลการท่องเที่ยวเชิงนิเวศไม่ให้มีผลกระทบต่อระบบนิเวศที่อาจจะเกิดความเสียหายจากการท่องเที่ยว และมลภาวะที่เกิดจากนักท่องเที่ยว เช่น การทิ้งขยะพลาสติกลงแหล่งน้ำ หรือ น้ำมันจากเรือโดยสารนำเที่ยว
หนองหานกุมภวาปี
ทวีศักดิ์ เฉลิมแสน. (2558). ศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวทะเลบัวแดงชุมชนบ้านเดียม ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี. วารสารสหวิทยาการวิจัย: ฉบับบัณฑิตศึกษา. 4(2). เมษายน-มิถุนายน. (72-78)
CHANATIP TRAVELLER. (ม.ป.ป.). ทะเลบัวแดง ท่าบ้านเดียม กุมภวาปี อุดรธานี. สืบค้นเมื่อ 12 มกราคม 2569, จาก https://udon2laos.com
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของประเทศไทย. (ม.ป.ป.). วัดมหาธาตุเทพจินดา บ้านเดียม. Thailand Tourism Directory. สืบค้นเมื่อ 14 มกราคม 2569, จาก https://thailandtourismdirectory.go.th
CHANATIP TRAVELLER. (ม.ป.ป.). วัดมหาธาตุเทพจินดา บ้านเดียม กุมภวาปี อุดรธานี. สืบค้นเมื่อ 14 มกราคม 2569, จาก https://udon2laos.com
วริศา ภาประเวช,วิจักขณ์ ฉิมโฉม,และประทีป ด้วงแค. (2560). ความหลากหลาย การใช้ประโยชน์พื้นที่ของนกและแนวทางการอนุรักษ์ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองหานกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี. วารสารสัตว์ป่าเมืองไทย. ปีที่ 24. (33-48)
เทศบาลตำบลเชียงแหว. (2567). แผนพัฒนาท้องถิ่น (พ.ศ. 2566-2570). สืบค้นเมื่อ 14 มกราคม 2569, จาก https://chiangwae.go.th
แสงประกาย นิลภูมิ, ขวัญข้าว พูลเพิ่ม. (2562). การเปลี่ยนแปลงและผลกระทบที่เกิดจากการท่องเที่ยวที่มีต่อเศรษฐกิจ กรณีศึกษา : ทะเลบัวแดง ชุมชนบ้านเดียม ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี. การประชุมการนำเสนอผลงานวิจัยระดับชาติของนักศึกษาด้านมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ ครั้งที่ 2. มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
นคร เม่าน้ำพราย. อายุ 54 ปี ผู้ใหญ่บ้านเดียม หมู่ที่ 5 ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี. สัมภาษณ์โดย เบญญทิพย์ ไขแสง. 12 มกราคม 2569
ไพรสิทธิ์ สุขรมย์. ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเรือท่องเที่ยวทะเลบัวแดง บ้านเดียม ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี. สัมภาษณ์โดย เบญญทิพย์ ไขแสง. 13 มกราคม พ.ศ. 2569