ชุมชนวัดนาคกลาง เป็นชุมชนที่ยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์ของชุมชนเก่าริมคลอง โดยมีศูนย์รวมจิตใจ คือ วัดนาคกลาง ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย
ชุมชนวัดนาคกลางมีศูนย์รวม คือ วัดนาคกลาง โดยมาจากการรวมชื่อของวัด 3 แห่ง ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย คือ วัดนาค วัดกลาง และวัดน้อย ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ได้มีการรวมชื่อวัด โดย วัดนาค ให้ชื่อใหม่ว่า วัดพระยาทำ และนำชื่อเดิมมารวมเข้ากลับวัดกลาง และวัดน้อย ได้ชื่อใหม่ว่า "วัดนาคกลาง"
ชุมชนวัดนาคกลาง เป็นชุมชนที่ยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์ของชุมชนเก่าริมคลอง โดยมีศูนย์รวมจิตใจ คือ วัดนาคกลาง ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลาย
ชุมชนวัดนาคกลาง มีประวัติความเป็นมายึดโยงกับวัดนาคกลาง ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน จากการศึกษาพบว่า ในหนังสือ "กฐินพระราชทานกองทัพเรือ วัดนาคกลางวรวิหาร" ที่จัดทำโดยคณะทำงานวัดนาคกลาง กล่าวว่า วัดนาคกลางก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2323 วัดนาคกลางแห่งนี้เป็นวัดโบราณ ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ความเป็นมาตอนหนึ่งว่า เดิมมี 3 วัด คือ วัดนาค ปัจจุบันคือวัดพระยาธรรมวรวิหาร วัดกลาง ปัจจุบันคือวัดนาคกลางวรวิหาร วัดน้อย ปัจจุบันคือที่ตั้งโรงเรียนทวีธาภิเศก และเคหสถานที่เช่าปลูกอาศัย โดยวัดทั้งสามแห่งนี้ มีข้อสันนิษฐานว่าได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวง ตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี ดังข้อความที่ปรากฏในหนังสือเรื่อง "ตำนานวัตถุสถานที่พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสถาปนา" ตอนหนึ่งว่า "ในสมัยที่กรุงธนบุรีเป็นราชธานีอยู่ 15 ปี ต้องทำศึกสงครามอยู่ทุกปีมิได้ขาด การกู้บ้านกู้เมืองจึงมีโอกาสแต่เพียงรวบรวมราชอาณาเขตซึ่งแตกเป็นหลายก๊กกลับเป็นประเทศเดียวกันได้ดังแต่ก่อน แต่การที่จะก่อสร้างทำนุบำรุงบ้านเมืองให้กลับคืนดีดังเก่า ไม่มีโอกาสและกำลังที่จะทำได้เท่าใดนัก ด้วยเหตุนี้จึงมิใคร่ปรากฏวัตถุสถานที่สร้างในสมัยกรุงธนบุรี แม้มีที่อยู่บ้างก็พึงสังเกตได้ว่าฝีมือช่างอยู่ข้างเลว เพราะช่างครั้งกรุงศรีอยุธยาถูกพม่ากวาดเอาไปเสีย ช่างที่มีในกรุงธนบุรีก็พึ่งฝึกหัดขึ้นใหม่ ยังมิทันที่จะเชี่ยวชาญถึงในการอื่น ๆ เช่น แต่งหนังสือ เป็นต้น ก็เป็นทำนองเดียวกัน ตลอดจนในฝ่ายพุทธจักรก็ต้องเป็นแต่สมมติวัดราษฎร์เป็นพระอารามหลวงและเที่ยวหาพระสงฆ์ซึ่งเหลืออยู่ตามหัวเมืองมาเลือกสรรตั้งเป็นพระราชาคณะปกครองสังฆมณฑล..." ถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ จึงมีกรณีรวมชื่อวัด วัดนาค ให้ชื่อใหม่ว่า วัดพระยาทำ โดยเอาชื่อเดิมมารวมเข้ากับวัดนาคกลาง และวัดน้อย จึงได้ชื่อใหม่ว่า "วัดนาคกลาง"
จากคำบอกเล่าของคนในชุมชน ในอดีตได้มีชาวจีนอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ชุมชน และเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการดำรงชีวิตและระบบเศรษฐกิจของชุมชน โดยได้เข้ามาประกอบอาชีพหลากหลายรูปแบบ อาทิ การทำผ้าย้อมมะเกลือ การทำงานในโรงปลาทู และการเป็นแรงงานในกิจการต่าง ๆ เช่น โรงปลาทู และโรงขนมจีน สะท้อนให้เห็นถึงลักษณะอุปนิสัยของชาวจีนที่มีความขยัน อดทน นอกจากนี้ชุมชนวัดนาคกลางยังมีร่องรอยที่แสดงถึงการอพยพของชาวจีนที่เข้ามาในชุมชนก็คือ "สุสานหมื่นคน" โดยมีการสันนิษฐานว่าสุสานหมื่นคนแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2489 ถือเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สะท้อนการตั้งถิ่นฐานและวิถีชีวิตของชาวจีนในพื้นที่ชุมชนวัดนาคกลาง ซึ่งปัจจุบันสุสานหมื่นคนแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ชุมชนวัดนาคกลาง โดยสุสานแห่งนี้เป็นสถานที่เก็บกระดูกของชาวจีนที่เสียชีวิตแล้ว ซึ่งมีจำนวนสะสมมากถึงนับหมื่นร่าง ในอดีตผู้เสียชีวิตบางรายไม่มีทรัพยากรหรือปัจจัยเพียงพอในการสร้างหลุมศพส่วนบุคคล จึงมีการประกอบพิธีเผาศพและนำกระดูกมาเก็บรวบรวมไว้ในฮวงซุ้ย หรือสุสานสาธารณะแห่งนี้ ต่อมาจำนวนผู้เสียชีวิตที่นำกระดูกมารวมไว้ในสุสานเพิ่มขึ้นจากหลักร้อย เป็นหลักพัน และสะสมจนถึงหลักหมื่น
ทั้งนี้ขอชวนทุกท่านมาทำความรู้จัก "ชุมชนวัดนาคกลาง" ผ่านนิทรรศการออนไลน์ที่รวบรวมภาพบรรยากาศภายในชุมชน ทั้งวิถีชีวิต ทุนชุมชน และกลุ่มอาชีพต่าง ๆ โดยในนิทรรศการนี้จะพาไปเห็นมุมมองของชุมชนในแบบที่ใกล้ชิดมากขึ้น สำหรับผู้ที่อยากรู้จักวัดนาคกลางให้มากกว่าเดิม สามารถรับชมได้จากลิงก์ : นิทรรศการชุมชนวัดนาคกลาง เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร
ชุมชนวัดนาคกลาง ตั้งอยู่ในเขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เป็นชุมชนวัดที่ตั้งอยู่ติดกับคลองมอญ มีเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ ลักษณะพื้นที่ของชุมชนมีการจัดสัดส่วนพื้นที่บ้าน วัด และโรงเรียนอย่างชัดเจน สะท้อนถึงรูปแบบการตั้งถิ่นฐานของชุมชนดั้งเดิมริมคลองที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในปัจจุบัน ชุมชนมีสภาพแวดล้อมที่สะอาด มีการดูแลรักษาพื้นที่ส่วนรวม ผู้คนในชุมชนมีอัธยาศัยดี และมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมวิถีชีวิตชุมชนอยู่เป็นระยะ
ชุมชนวัดนาคกลางมีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้
- ทิศเหนือ ติดต่อกับ คลองมอญ
- ทิศใต้ ติดต่อกับ ซอยอิสรภาพ 42
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับ คลองบ้านหม้อ
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับ โรงเรียนทวีธาภิเษก
ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่
- คลองมอญ ซึ่งเป็นคลองธรรมชาติที่ตั้งอยู่ระหว่างเขตบางกอกใหญ่และเขตบางกอกน้อย โดยคลองมอญมีบทบาทสำคัญต่อวิถีชีวิตของชุมชนมาตั้งแต่ในอดีต แม้ในปัจจุบันชาวบ้านในชุมชนจะไม่ใช้เรือเป็นพาหนะหลักในการสัญจรแล้ว แต่คลองมอญก็ยังคงมีบทบาทด้านการท่องเที่ยว โดยมีเรือไม้โบราณของทางโฮมสเตย์ (Canal House) หรือที่นักท่องเที่ยวเรียกว่า Taxi Boat ให้บริการแก่นักท่องเที่ยวที่ต้องการเยี่ยมชมและสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนริมคลอง
สาธารณูปโภคและสิ่งแวดล้อม ชุมชนวัดนาคกลาง มีการจัดการสาธารณูปโภคด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การจัดการขยะด้วยวิธีการแยกขยะตามประเภท นอกจากนี้ ประเภทขยะอินทรีย์ของชุมชน เช่น เปลือกผลไม้ เศษอาหาร เหล่านี้ นำมาทำปุ๋ยหมักชีวภาพและแจกจ่ายให้กับคนในชุมชน
สถานศึกษา ชุมชนวัดนาคกลางมีสถานศึกษาภายในพื้นที่ คือ
- โรงเรียนวัดนาคกลาง ซึ่งเป็นสถานศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตบางกอกใหญ่ โดยมีบทบาทสำคัญในการจัดการศึกษาให้แก่เด็กในพื้นที่ และสามเณรที่บวชเรียนในวัด จากการสัมภาษณ์คนในพื้นที่ พบว่า นักเรียนของโรงเรียนวัดนาคกลางโดยส่วนใหญ่เป็นสามเณร ส่วนนักเรียนที่เป็นเด็กในชุมชนมีจำนวนไม่มาก เนื่องจากอัตราการเกิดที่ลดลงและโครงสร้างประชากรของชุมชนที่ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ
ชุมชนวัดนาคกลางเป็นชุมชนขนาดเล็ก จากการศึกษาพื้นที่ ประชากรในชุมชนส่วนใหญ่ไม่ใช่คนดั้งเดิม โดยประชากรดั้งเดิมในพื้นที่มีประมาณ 30 ครัวเรือน ขณะเดียวกันประชากรส่วนใหญ่ของชุมชนเป็นผู้สูงอายุ ปัจจุบันชุมชนวัดนาคกลางมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 100 กว่าหลังคาเรือน กล่าวคือ บ้านเรือนบางส่วนมีการอยู่อาศัยลดลงหรือไม่มีผู้อยู่อาศัย โดยสาเหตุเป็นผลสืบเนื่องจากเหตุการณ์เพลิงไหม้ในช่วงปี พ.ศ. 2559 ซึ่งเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร ส่งผลให้บ้านเรือนบางหลังได้รับความเสียหายและไม่สามารถกลับมาอยู่อาศัยได้ตามสภาพเดิม ทำให้ผู้อยู่อาศัยเดิมทิ้งร้างและย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่อื่น
ผู้นำทางศาสนา
พระปริยัติวโรปการ (ดำเนิน จตฺตโสภณ ป.ธ.6) เจ้าอาวาสวัดนาคกลาง เป็นผู้นำทางจิตวิญญาณ และเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านในชุมชนวัดนาคกลาง
ผู้นำอย่างเป็นทางการ
ชุมชนวัดนาคกลาง มีการคัดเลือกผู้นำชุมชนในลักษณะของความสมัครใจ เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่ไม่ได้รับค่าตอบแทน โดยผู้ที่เข้ามาทำหน้าที่นี้จึงต้องเป็นผู้ที่มีจิตอาสา และความมุ่งมั่นในการพัฒนา และดูแลชุมชน โดยสามารถเรียงลำดับผู้นำชุมชนวัดนาคกลางตั้งแต่เริ่มมีการก่อตั้งชุมชนจนถึงปัจจุบันได้ ดังนี้
- อาจารย์ดุษฎี จุลชาต อดีตประธานชุมชนวัดนาคกลางคนแรก โดยดำรงตำแหน่งในช่วงปี พ.ศ. 2520-2535 ในช่วงการดำรงตำแหน่งดังกล่าว ชุมชนวัดนาคกลางได้รับการพัฒนาในด้านสาธารณูปโภคพื้นฐาน และการคมนาคมอย่างต่อเนื่อง โดยมีการก่อสร้างถนนตัดผ่านพื้นที่ชุมชน เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางสัญจร ซึ่งช่วยเสริมสร้างความเป็นระเบียบและการพัฒนาของชุมชนในระยะต่อมา
- นาวาโทโกมล อัคนิบุตร อดีตประธานชุมชนคนที่ 2 โดยดำรงตำแหน่งในช่วงปี พ.ศ. 2536-2548
- นายเสริฐศักดิ์ จินดาทิพย์ อดีตประธานชุมชนคนที่ 3 โดยดำรงตำแหน่งในช่วงปี พ.ศ. 2549-2566 โดยมีบทบาทสำคัญในการประสานงานกับหน่วยงานเขต ดูแลด้านสวัสดิการและคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน ตลอดจนการนำนโยบายของเขตมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม เช่น การส่งเสริมการคัดแยกขยะ และการนำขยะอินทรีย์มาทำเป็นเป็นปุ๋ยชีวภาพ ซึ่งก่อให้เกิดผลเชิงบวกต่อชุมชน
- นายธีรวัฒน์ ปุษปาคม อดีตประธานชุมชนคนที่ 4 โดยดำรงตำแหน่งในช่วงปี พ.ศ. 2566-2569
- ปัจจุบันปี พ.ศ. 2569 อยู่ระหว่างกระบวนการเลือกผู้นำชุมชนคนใหม่
องค์กรชุมชนและกลุ่มอาชีพ
ปัจจุบันชุมชนวัดนาคกลางยังไม่มีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนในรูปแบบที่เป็นทางการ และชุมชนอยู่ในระหว่างกระบวนการเลือกตั้งประธานชุมชนคนใหม่ อย่างไรก็ตาม ภายในชุมชนยังมีกลุ่มอาชีพ ดังนี้
- ร้านตัดผมลุงแว้ง เป็นร้านตัดผมเก่าแก่ที่อยู่กับชุมชนวัดนาคกลางมาอย่างยาวนาน โดยคุณลุงละแว้ง ทองสุก ช่างตัดผมวัย 87 ปี ซึ่งมีประสบการณ์ในการตัดผมมามากว่า 60 ปี จากคำบอกเล่าของคุณลุงละแว้ง เล่าว่า ในระยะแรกได้เริ่มต้นจากการเป็นลูกมือช่วยงานช่างตัดผมเจ้าของร้านเดิม ทำให้ได้เรียนรู้ทักษะการตัดผมตั้งแต่นั้นมา โดยในเวลาต่อมาเจ้าของร้านตัดผมเดิมได้ขายกิจการให้แก่คุณลุงละแว้ง ทำให้ได้รับช่วงต่อประมาณช่วงปี พ.ศ. 2525 เป็นต้นมา จากนั้นมาคุณลุงละแว้งก็ได้ประกอบอาชีพช่างตัดผมมาอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่ที่ใช้บริการกันมาอย่างยาวนานปัจจุบันร้านตัดผมลุงแว้งเปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 07.00 น. ถึง 17.00 น. และปิดทำการทุกวันพุธ
- ร้านเย็บผ้าป้าพร เป็นร้านเย็บผ้าเก่าแก่ที่อยู่กับชุมชนมาอย่างยาวนาน โดยป้าพร ช่างเย็บผ้าวัย 70 ปี จากคำบอกเล่าของป้าพร เล่าว่า ได้เริ่มเรียนรู้และฝึกฝนทักษะการเย็บผ้ามาตั้งแต่อายุประมาณ 15 ปี ก่อนที่จะพัฒนาความรู้และประสบการณ์จนสามารถประกอบอาชีพช่างเย็บผ้าได้อย่างจริงจังช่วงประมาณปี พ.ศ. 2516 โดยให้บริการตัดเย็บ และซ่อมแซมเสื้อผ้าแก่ผู้คนในพื้นที่ โดยร้านเย็บผ้าของป้าพรตั้งอยู่บริเวณท่าเรือริมคลองมอญ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้คนสัญจรผ่านไปมา ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนในละแวกใกล้เคียง และคนในชุมชน ด้วยชื่อเสียงด้านฝีมือ และความไว้วางใจ ทำให้ร้านเย็บผ้าแห่งนี้ยังมีลูกค้าที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่น ๆ อีกด้วย
- ร้านอาหารบ้านเพลินดี เป็นร้านอาหารที่ดำเนินกิจการมาควบคู่กับชุมชนมาอย่างยาวนาน โดยเปิดให้บริการมาแล้วประมาณ 21 ปี โดยร้านอาหารบ้านเพลินดีเป็นธุรกิจครอบครัวของคุณยายเพลินวัย 80 ปี ร้านอาหารบ้านเพลินดีตั้งอยู่ติดกับคลองมอญ มีบรรยากาศร่มรื่น และใกล้ชิดกับคลองมอญ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวที่มาพักที่โฮมสเตย์ นอกจากนี้ ยังเป็นจุดแวะพักสำคัญของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเยี่ยมเยือนชุมชนวัดนาคกลาง สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างวิถีชีวิตชุมชน เศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวภายในชุมชนได้อย่างกลมกลืน
- Canal House เป็นโฮมสเตย์ที่ตั้งอยู่ภายในชุมชนวัดนาคกลาง เปิดให้บริการเมื่อปี พ.ศ. 2561 โดยคุณโอม วีรรัฐ ฉันสุวรรณ จากการสัมภาษณ์ ทราบว่า แรงบันดาลใจในการทำโฮมสเตย์ของคุณโอมนั้นเกิดจากการได้กลับมาใช้ชีวิตในประเทศไทยหลังจากที่ได้ไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศ และมีโอกาสเข้ามาสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนริมน้ำอย่างชุมชนวัดนาคกลาง ซึ่งมีวัดเป็นศูนย์กลางของชุมชน บรรยากาศรายล้อมด้วยบ้านเรือน แม่น้ำ และโรงเรียน ลักษณะดังกล่าวสะท้อนบรรยากาศของชุมชนไทยในอดีตเมื่อประมาณ 60 ปีก่อน ที่ผู้คนมีวิถีชีวิตผูกพันกับสายน้ำ ใช้น้ำเป็นทรัพยากรหลักในการดำรงชีวิตและการสัญจร อีกทั้งยังมีความเอื้ออาทร และการพึ่งพาอาศัยกันภายในชุมชน ซึ่งเป็นภาพของชุมชนที่พบเห็นได้ยากในบริบทสังคมเมืองใหญ่ในปัจจุบัน เหล่านี้ เป็นแรงบันดาลใจในการพัฒนาการท่องเที่ยวภายในชุมชนและโฮมสเตย์ โดยใช้ทุนทางทรัพยากรธรรมชาติในชุมชน อย่าง คลองมอญ วัด รวมไปถึงร้านค้าต่าง ๆ ในชุมชน เป็นตัวถ่ายทอดเรื่องราวและวิถีชีวิต เพื่อเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสบรรยากาศของชุมชนวัดนาคกลาง จากบทสัมภาษณ์ของคุณโอมใน onceinlife กล่าวว่า คุณโอมได้นำบ้านพักอาศัยริมคลอง มาปรับปรุงออกแบบให้เป็นที่พักสำหรับนักท่องเที่ยว โดยยังคงไว้ซึ่งความเป็นอยู่ของวิถีชีวิตดั้งเดิมและอัตลักษณ์ของชุมชนริมคลอง ต่อมาในปี พ.ศ. 2562 ได้จัดตั้งบริษัททัวร์ในชื่อ Hidden Bangkok โดยมีรูปแบบการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับพื้นที่ชุมชนวัดนาคกลาง เริ่มต้นจากการจัดทัวร์ทางเรือ และขยายรูปแบบกิจกรรมเป็นทัวร์ตุ๊กตุ๊ก ในเวลาต่อมา แนวคิดหลักของการจัดทัวร์ดังกล่าว คือการเปรียบเสมือน “ไทม์แมชชีน” ที่พานักท่องเที่ยวย้อนกลับไปสัมผัสบรรยากาศของกรุงเทพมหานครในช่วงปี 1960 ผ่านองค์ประกอบต่าง ๆ ที่มีอยู่ในชุมชน เช่น บ้านไม้ริมคลอง เรือไม้แบบดั้งเดิม ซึ่งล้วนเป็นสัญลักษณ์ของวิถีชีวิตชุมชนเก่าของกรุงเทพมหานครในอดีต
- Priscilla Ice Cream เป็นร้านไอศกรีมแฮนด์เมดที่ตั้งอยู่ภายในชุมชนวัดนาคกลาง เปิดให้บริการเมื่อปี พ.ศ. 2561 ในช่วงหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด19 โดยร้านไอศกรีมแห่งนี้มีลักษณะเด่น คือ ไอศกรีมรสชาติต่าง ๆ ที่มีความหลากหลายและมีการปรับเปลี่ยนรสชาติเป็นประจำทุกสัปดาห์ ส่งผลให้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยี่ยมเยือนพื้นที่ชุมชนวัดนาคกลาง ถือเป็นอีกหนึ่งกิจการชุมชนที่มีบทบาทในการสร้างสีสัน และช่วยส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของชุมชน
- ร้านค้าอื่น ๆ ในชุมชน นอกจากนี้ยังมีร้านค้าของชำเล็ก ๆ ที่ชาวบ้านเปิดขายหน้าบ้านของตัวเองเป็นกิจการเล็ก ๆ เช่น ร้านน้ำปั่น รวมไปถึงร้านรถเข็น ที่จอดขายที่บริเวณโรงเรียนวัดนาคกลาง สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนที่เป็นไปอย่างเรียบง่าย
ชุมชนวัดนาคกลาง เป็นชุมชนที่ยังคงมีการสืบสานวัฒนธรรมและประเพณีไทย โดยมีวัดนาคกลางเป็นศูนย์กลางในการประกอบกิจกรรมทางศาสนาและพิธีกรรมสำคัญต่าง ๆ ซึ่งมีบทบาทในการหล่อหลอมวิถีชีวิต ความเชื่อ และความสัมพันธ์ของคนในชุมชน ซึ่งกิจกรรมทางศาสนาและประเพณียังคงได้รับการจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี ประเพณีที่สำคัญของชุมชนวัดนาคกลางมีดังนี้
- ทำบุญกระดูก เป็นการจัดกิจกรรมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษและผู้ล่วงลับ ถือเป็นพิธีกรรมที่แสดงถึงความกตัญญูกตเวที และความผูกพันระหว่างคนในชุมชนวัดนาคกลางกับครอบครัว
นอกจากนี้ ชุมชนวัดนาคกลางยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตของชุมชนเก่าริมคลอง ซึ่งวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนมีความเชื่อมโยงกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจในชีวิตประจำวัน โดยภายในชุมชนมีกลุ่มอาชีพและร้านค้าหลากหลายประเภท เช่น ร้านอาหารบ้านเพลินดี, Canal House (โฮมสเตย์), ร้านตัดผม, ร้านไอศกรีม (Priscilla Ice Cream), ร้านค้าของชำทั่วไป และร้านเย็บผ้า ซึ่งการมีที่พักในรูปแบบโฮมสเตย์ภายในชุมชน ยังส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาพักอาศัยและเยี่ยมชมวิถีชีวิตของชุมชนอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมเหล่านี้จึงเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันของคนในชุมชนวัดนาคกลาง
ประวัติบุคคลสำคัญ
นายเสริฐศักดิ์ จินดาทิพย์อดีตประธานชุมชนวัดนาคกลาง คุณลุงเสริฐศักดิ์ จินดาทิพย์ ปัจจุบันอายุ 66 ปี คุณลุงเสริฐศักดิ์เป็นคนในชุมชนวัดนาคกลางตั้งแต่กำเนิด โดยเติบโตและใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่มาตั้งแต่ช่วงที่ชุมชนแห่งนี้ยังอยู่ในเขตจังหวัดธนบุรี ก่อนการรวมพื้นที่เป็นกรุงเทพมหานคร ซึ่งในขณะนั้น ชุมชนตั้งอยู่ในตำบลวัดอรุณ อำเภอบางกอกใหญ่ จังหวัดธนบุรี
- ปี พ.ศ. 2511 คุณลุงเสริฐศักดิ์เริ่มศึกษาชั้นประถมศึกษา
- ปี พ.ศ. 2520 คุณลุงเสริฐศักดิ์เรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 (มศ.5) ที่โรงเรียนทวีธาภิเษก
- ปี พ.ศ. 2520-2549 คุณลุงเสริฐศักดิ์ได้ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง คณะบริหารธุรกิจ เนื่องด้วยคุณลุงทำงานไปด้วยและเรียนไปด้วย ลักษณะงานมีความรับผิดชอบสูง ทำให้ไม่ค่อยได้เข้าเรียน ด้วยเหตุนี้ทำให้ไม่ได้ศึกษาต่อ
- ปี พ.ศ. 2549-2566 เริ่มทำงานในบทบาทของผู้นำชุมชน โดยหน้าที่หลักของประธานชุมชนในช่วงเวลาดังกล่าว ได้แก่ การประสานงานกับหน่วยงานเขตในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานภายในชุมชน ตลอดจนการดูแลด้านสวัสดิการ และคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน นอกจากนี้ ยังมีบทบาทในการนำนโยบายของเขตมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของชุมชน อาทิ นโยบายด้านสิ่งแวดล้อม อย่างการจัดการขยะ โดยมีผลงานที่ประสบความสำเร็จและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชุมชนในช่วงเวลานั้น คือ การส่งเสริมให้ชุมชนมีการคัดแยกขยะตามประเภทอย่างเป็นระบบ รวมถึงการนำขยะอินทรีย์ เช่น เศษอาหารและเศษเปลือกผลไม้ มาแปรรูปเป็นน้ำหมักปุ๋ยชีวภาพ เพื่อแจกจ่ายให้คนในชุมชนนำไปใช้เป็นปุ๋ยให้ต้นไม้ ซึ่งในภายหลัง คุณลุงเสริฐศักดิ์ประสบปัญหาด้านสุขภาพ ส่งผลให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งประธานชุมชนต่อไปได้ ซึ่งปัจจุบันชุมชนอยู่ระหว่างกระบวนการเลือกตั้งประธานชุมชนคนใหม่
- ปี พ.ศ. 2566 คุณลุงเสริฐศักดิ์ได้เกษียณอายุการทำงาน และกลับมาใช้ชีวิตในชุมชนวัดนาคกลางอย่างเต็มรูปแบบ
- นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 เป็นต้นมา คุณลุงเสริฐศักดิ์ได้มีบทบาทสำคัญในฐานะ "นักเล่าเรื่องท้องถิ่น" ของชุมชน โดยทำหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ วิถีชีวิต และความเปลี่ยนแปลงของชุมชนวัดนาคกลางให้แก่ผู้ที่มีความสนใจ รวมถึงนักท่องเที่ยว และคนรุ่นใหม่ โดยบทบาทของคุณลุงเสริฐศักดิ์ ซึ่งในปัจจุบันจึงไม่เพียงเป็นผู้มีความรู้ด้านประวัติศาสตร์ชุมชนเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้สืบสานและถ่ายทอดองค์ความรู้ท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป
ทุนทางวัฒนธรรม วัดนาคกลางวรวิหาร เป็นหนึ่งสถานที่สำคัญของชุมชนวัดนาคกลาง ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในชุมชน และเป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญทางศาสนา และจัดกิจกรรมทางศาสนาต่าง ๆ โดยภายในวัดนาคกลางมีทุนชุมชนทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ได้แก่
- พระอุโบสถ เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ลักษณะทรงไทย หลังคาลด 3 ชั้น มุงกระเบื้อง ประดับช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ เมื่อพุทธศักราช 2504 ได้ปฏิสังขรณ์ใหม่
- พระประธานในพระอุโบสถ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำวัด หลวงพ่อพระพุทธประสิทธิ์ เป็นพระประธานใน พระอุโบสถ เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปางสมาธิ หน้าตักกว้าง 71 นิ้ว สูงจากฐานถึงพระเกศ 104 นิ้ว ลงรักปิดทอง พร้อมทั้ง พระพุทธรูปบูชาต่าง ๆ และพระอัครสาวกเบื้องขวา เบื้องซ้าย
- หลวงพ่อโคนสมอมหาลาภ ประดิษฐานที่มณฑปจัตุรมุขเป็นพระพุทธรูปปางหนึ่งที่มีความเก่าแก่มาก ซึ่งเรียกว่า ปางฉันสมอ หรือปางถือผลสมอ มีพระพุทธลักษณะแบบปางมารวิชัยคือนั่งขัดสมาธิเพชร พระหัตถ์ซ้ายหงายวางบนพระเพลาทรงผลสมอ (ผลสมอเป็นผลไม้ชนิดหนึ่งที่ทรงพระบรมพุทธานุญาตให้พระภิกษุสามเณรฉันได้ตลอดเวลาแม้ในยามวิกาลเพราะเป็นเภสัชขนานเอก) พระหัตถ์ขวาคว่ำลงที่พระชานุหล่อด้วยโลหะ หน้าตักกว้าง 29 นิ้ว สูงจากฐานถึงพระเกศ 47 นิ้ว ห่มจีวรคล้ายแบบจีนและทิเบต พระเกศแบบบัวตูม นัยว่าแต่เดิมประดิษฐานอยู่ทางภาคเหนือ ได้ถูกอัญเชิญเคลื่อนย้ายเข้าสู่กรุงรัตนโกสินทร์และมาประดิษฐานเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ประจำวัดนาคกลางวรวิหาร จนถึงทุกวันนี้
- พระปรางค์คู่ ตั้งอยู่ด้านหน้า 2 ข้าง พระอุโบสถ มีฐานกว้าง 4 เมตร สูง 18 เมตร อยู่คู่กับพระอุโบสถ เป็นเวลาช้านาน
- ศาลาสุธรรมภาวนา (ศาลาพระเจ้าตาก) ตั้งอยู่ทางซ้ายมือของพระอุโบสถ ภายในศาลาสุธรรมภาวนา เป็นที่ ประดิษฐานพระพุทธนิมิตฯ หรือหลวงพ่อทอง และพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ในพระอิริยาบถต่าง ๆ จำนวน 9 พระองค์ครึ่ง พร้อมทั้งทหารเสือคู่พระทัย เพื่อเป็นการสืบสานตำนานพระเกียรติคุณ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช พระวีระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ทรงกอบกู้อิสรภาพคืนสู่แผ่นดินไทย
- พระสีวลีมหาลาภ ปางออกจากนิโรธสมาบัติ ตั้งอยู่ทางเข้าวัดด้านซ้ายมือ เป็นพระอรหันต์ผู้เป็นเอตทัคคะด้านลาภสักการะ หากผู้ใดได้บูชาพระสีวลีแล้ว ผู้นั้นจะมีความร่มเย็นเป็นสุข มีลาภผลพูนทวี
ศาลา 100 ปี เป็นศาลาการเปรียญโบราณ (วิหารเก่า) ซึ่งเป็นโบราณสถานในสมัยรัชกาลที่ 3 ปัจจุบันถูกปิดปรับปรุงเพื่อรอการบูรณะโดยกรมศิลปากร ปัจจุบันมีเพียงช่องส่องธรรมที่สามารถส่องเข้าไปชมธรรมาสน์และพระพุทธรูปภายในได้ผ่านช่องประตูด้านหน้า
สุสานหมื่นคนหรือฮวงซุ้ย เป็นที่ไว้อัฐิสาธารณะของคนจีนไร้ญาติในสมัยก่อน มีอายุเกือบ 100 ปี จากคำบอกเล่า สุสานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยพ่อค้าคนจีนแถวท่าเตียน โดยได้มาสร้างไว้นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันในนี้มีอัฐินับหมื่นร่าง
ทุนทางทรัพยากรธรรมชาติ
- คลองมอญ คลองธรรมชาติคลองหนึ่งที่ตั้งอยู่ระหว่างเขตบางกอกใหญ่ กับเขตบางกอกน้อย สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตของชุมชนริมคลอง เนื่องด้วยการพัฒนาของพื้นที่ มีการทำถนนตัดผ่านใหม่ ทำให้ปัจจุบันไม่มีการใช้เรือสัญจรภายในชุมชน มีเพียงเรือท่องเที่ยวสำหรับนักท่องเที่ยว
ประชากรในชุมชนวัดนาคกลางโดยส่วนใหญ่ใช้ ภาษาไทย ในการสื่อสารเป็นภาษาหลัก
ปัจจุบันชุมชนวัดนาคกลาง เป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีนักท่องเที่ยวทั้งจากทั้งในและต่างประเทศแวะเวียนมาเยี่ยมชมวิถีชุมชนอยู่เป็นระยะ โดยชุมชนวัดนาคกลางเริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งท่องเที่ยววิถีชีวิตชุมชนเก่าริมคลอง โดยแต่เดิมชาวบ้านในชุมชนประกอบอาชีพค้าขาย โดยการเปิดร้านขายของเล็ก ๆ หน้าบ้านตนเอง เป็นส่วนใหญ่ แต่ในภายหลังเมื่อช่วงหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดที่ผ่านมา จากการเกิดขึ้นของ Canal House และการจัดโปรแกรมท่องเที่ยวของบริษัท Hidden Bangkok ที่นำเสนอความเป็นชุมชนเก่าริมคลองที่ยังคงรักษาวิถีชีวิต ความสัมพันธ์ทางสังคม และบรรยากาศแบบชุมชนเก่าไว้ได้อย่างชัดเจน กล่าวคือ ผู้คนในชุมชนยังคงรู้จักกันและมีปฏิสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิด ถือเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของชุมชนวัดนาคกลาง นับเป็นบริบทที่พบเห็นได้ยากในสังคมเมืองในปัจจุบัน นอกจากนี้ ยังมี "ระบบคูปองอาหาร" ที่ทำขึ้นเพื่อกระจายรายได้สู่คนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดย จะไม่จัดเตรียมอาหารให้แก่ผู้เข้าพักโดยตรง แต่จะแจกคูปองอาหารให้แก่นักท่องเที่ยว เพื่อนำไปใช้บริการร้านค้า และร้านอาหารภายในชุมชน จากนั้นทีมงานจะรวบรวมคูปองมาแลกเป็นเงินสดให้แก่ผู้ประกอบการในพื้นที่เป็นประจำทุกสัปดาห์ เหล่านี้ ช่วยสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในชุมชนและยังช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจภายในชุมชนอีกด้วย (ข้อมูลจาก onceinlife)
ปัจจุบันชุมชนวัดนาคกลางยังไม่มีการจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนในรูปแบบที่เป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ภายในชุมชนยังมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจขนาดเล็กที่เชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ในลักษณะของการ workshop ได้แก่ การทำเครื่องแขวน และการทำน้ำอบและน้ำหอม ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีรากฐานมาจากภูมิปัญญาดั้งเดิมของย่านวังเดิม โดยมีการนำผลิตภัณฑ์มาจัดแสดง และวางจำหน่ายไว้ที่บ้านของคุณลุงเสริฐศักดิ์ หากมีผู้สนใจทำ workshop หรือสนใจผลิตภัณฑ์ของย่านวังเดิมก็สามารถเลือกซื้อได้ โดยกิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่สร้างรายได้เสริมในระดับครัวเรือนเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการอนุรักษ์และถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นของย่านวังเดิมให้คงอยู่และไม่เลือนหายไปตามกาลเวลา
โดยภาพรวม แม้ว่าชุมชนวัดนาคกลางจะยังไม่มีโครงสร้างวิสาหกิจชุมชนที่ชัดเจนและเป็นระบบ แต่กิจกรรม workshop ขนาดเล็กเหล่านี้สามารถเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก และเป็นแนวโน้มที่สามารถต่อยอดไปสู่การจัดตั้งกลุ่มอาชีพ หรือวิสาหกิจชุมชนในอนาคต หากได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม
คณะกรรมการดำเนินการถวายผ้าพระกฐินพระราชทาน กองทัพเรือ. (2560). กฐินพระราชทานกองทัพเรือ วัดนาคกลางวรวิหาร. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์กรมสารบรรณทหารเรือ
สำนักงานเขตบางกอกใหญ่. (ม.ป.ป.). วัดนาคกลางวรวิหาร. สืบค้นเมื่อ 22 ธันวาคม 2568, จาก https://webportal.bangkok.go.th/bangkokyai/page/sub/
Splash Interactiv, (9 ตุลาคม 2566). บ้านเพลินดี ร้านลับในย่านฝั่งธน. Youtube. สืบค้นเมื่อ 22 ธันวาคม 2568, จาก https://www.youtube.com/watch
Onceinlife (บก.). (24 สิงหาคม 2566). โอม. สืบค้นเมื่อ 22 ธันวาคม 2568, จาก https://onceinlife.co/hidden-bangkok-tour
เสริฐศักดิ์ จินดาทิพย์ (อดีตประธานชุมชนวัดนาคกลาง แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร), สัมภาษณ์, 13 ธันวาคม 2568