บ้านวังตะกู เป็นชุมชนเกษตรกรรมที่มีความเข้มแข็งในการพึ่งพาตนเอง โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ นอกจากนี้ชุมชนแห่งนี้ยังมี วัดสุขุมาราม เป็นศูนย์รวมจิตใจที่สำคัญ
ชื่อของ "บ้านวังตะกู" มีความหมายที่ผูกพันกับลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ในอดีต โดยมีจุดเริ่มต้นจากสายน้ำและพรรณไม้ท้องถิ่นที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งสะท้อนผ่านชื่อเรียกที่แยกออกเป็นสองส่วนสำคัญ คือคำว่า "วัง" และ "ตะกู" คำว่า "วัง" มีที่มาจากลักษณะของ คลองบุษบงค์ สายน้ำสำคัญที่ไหลผ่านกลางชุมชน
ในอดีตบริเวณนี้มีช่วงหนึ่งที่เป็นแอ่งน้ำลึกและกว้าง ชาวบ้านจึงเรียกขานกันว่า "วัง" ส่วนคำว่า "ตะกู" คือชื่อของพรรณไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ที่มีลักษณะคล้ายกับต้นอินทนิล ซึ่งในอดีตนั้นต้นตะกูขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นบริเวณริมฝั่งคลองและรอบ ๆ แอ่งน้ำแห่งนี้ เมื่อสภาพธรรมชาติทั้งสองอย่างมาบรรจบกัน ชาวบ้านจึงได้เรียกขานพื้นที่นี้ว่า "วังตะกู" เพื่อใช้เป็นสัญลักษณ์ในการจดจำและเรียกชื่อหมู่บ้านสืบต่อกันมา
บ้านวังตะกู เป็นชุมชนเกษตรกรรมที่มีความเข้มแข็งในการพึ่งพาตนเอง โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านเกษตรอินทรีย์ นอกจากนี้ชุมชนแห่งนี้ยังมี วัดสุขุมาราม เป็นศูนย์รวมจิตใจที่สำคัญ
บ้านวังตะกู ถือเป็นชุมชนที่มีรากฐานทางเศรษฐกิจที่เข้มแข็งและมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 100 ปี โดยมีบทบาทสำคัญในฐานะชุมชนเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่เป็นรองเพียงเทศบาลเมืองบางมูลนากเท่านั้น ประวัติศาสตร์ของที่นี่สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของชุมชนตามเส้นทางการคมนาคมและการขยับขยายของตัวเมืองในแต่ละยุคสมัย
ในระยะเริ่มแรก ศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนสินค้าและการใช้ชีวิตของผู้คนตั้งอยู่บริเวณพื้นที่ที่เรียกกันว่า "ตลาดใน" ซึ่งตั้งอยู่ภายในเขตเทศบาลตำบลวังตะกูในปัจจุบัน พื้นที่บริเวณนี้คือหัวใจสำคัญของการค้าขายที่ก่อตัวขึ้นจากรากฐานของชุมชนริมน้ำและการเกษตรกรรม เป็นจุดนัดพบของผู้คนในพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากรและผลผลิตในท้องถิ่น
เมื่อมีการตัดถนนสายหลักเลี่ยงผ่านพื้นที่ชุมชนเดิม ส่งผลให้ทิศทางการขยายตัวของเมืองเปลี่ยนแปลงไป เกิดเป็นย่านเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่า "ตลาดนอก" ขึ้นบริเวณสองฝั่งถนนเทศบาล โดยมีลักษณะเด่นเป็นอาคารพาณิชย์แบบห้องแถวเรียงรายตลอดแนวถนน พื้นที่ตลาดนอกนี้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าที่ทันสมัยในขณะนั้น เป็นแหล่งรองรับสินค้าและผู้คนจากตำบลใกล้เคียงที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอย
ในช่วงที่เศรษฐกิจของวังตะกูรุ่งเรืองถึงขีดสุด ชุมชนแห่งนี้ไม่เพียงแต่เป็นแหล่งค้าขาย แต่ยังเป็นศูนย์รวมความบันเทิงและวัฒนธรรมที่หลากหลาย โดยได้รับอิทธิพลอย่างมากจากการอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานของชาวจีน ซึ่งนำพาเอาวิถีชีวิตและธุรกิจใหม่ ๆ เข้ามาด้วย ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นที่ตั้งของโรงภาพยนตร์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัย รวมถึงมีโรงฝิ่นที่สะท้อนภาพประวัติศาสตร์สังคมในยุคสมัยนั้น ร่องรอยเหล่านี้คือเครื่องยืนยันถึงความคึกคักของบ้านวังตะกูในฐานะเมืองท่าบกที่สำคัญของภูมิภาค
บ้านวังตะกู ตั้งอยู่ในพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลวังตะกู โดยมีสภาพลักษณะภูมิประเทศเป็นพื้นที่ราบลุ่ม มีลักษณะภูมิอากาศโดยทั่วไปมีอากาศร้อนจัดในฤดูร้อน และเย็นสบายในฤดูหนาวจากอิทธิพลลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิอากาศจึงแบ่งเป็น 3 ฤดูกาล ดังนี้
- ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม
- ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์
- ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเมษายน
อาณาเขตติดต่อ
- ทิศเหนือ ติดกับ บ้านมะกอกงอ หมู่ที่ 5
- ทิศใต้ ติดกับ บ้านห้วยเรียงกลาง หมู่ที่ 5
- ทิศตะวันออก ติดกับ บ้านวังอีแร้ง หมู่ที่ 4
- ทิศตะวันตก ติดกับ บ้านวังตะกู หมู่ที่ 11
ด้านสาธารณูปโภค
- ในชุมชนบ้านวังตะกูมีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ จำนวน 1 แห่ง คือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านวังตะกู ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 11 ตำบลวังตะกู
- การไฟฟ้า บ้านวังตะกู มีไฟฟ้าแสงสว่างใช้ครบครอบคลุมทุกครัวเรือน
- การประปา โดยบ้านวังตะกู หมู่ที่ 1, 3 และ 11 ใช้น้ำประปากลางของเทศบาลตำบลวังตะกู
- ทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ได้แก่ คลองบุษบงค์ เป็นคลองธรรมชาติที่ไหลผ่านบริเวณกลางชุมชน ซึ่งเป็นคลองสำคัญที่ใช้เป็นที่ตั้งบ้านเรือนไปตลอดแนวคลอง จนไปบรรจบที่ลำน้ำน่าน อำเภอบางมูลนาก
ด้านการศึกษา โดยบ้านวังตะกูมีสถานศึกษาในพื้นที่ จำนวน 2 แห่ง ดังนี้
- โรงเรียนวังตะกู เป็นโรงเรียนที่เปิดสอนชั้นประถมศึกษา ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 3 ต.วังตะกู อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร
- โรงเรียนวังตะกูราษฎร์อุทิศ เป็นโรงเรียนที่เปิดสอนชั้นมัธยมศึกษา ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 3 ต.วังตะกู อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร
สถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมของชุมชน โดยบ้านวังตะกูมีวัดในพื้นที่ จำนวน 2 แห่ง ได้แก่
- วัดวังตะกู ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 3 ต.วังตะกู อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร
- วัดวังสุขุมวราราม ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 11 ต.วังตะกู อ.บางมูลนาก จ.พิจิตร
จากข้อมูลประชากรทางการทะเบียนราษฎร์ สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง ณ พฤศจิกายน 2568 รายงานว่า บ้านวังตะกู หมู่ที่ 1 หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 11 มีประชากรรวมกันทั้งสิ้น 283 คน แบ่งเป็นเพศชาย 138 คน และเพศหญิง 145 คน มีจำนวนครัวเรือนรวมกันทั้งสิ้น 103 ครัวเรือน โดยสามารถสรุปข้อมูลได้ดังตารางต่อไปนี้
| หมู่ที่ | หมู่บ้าน | ประชากรชาย (คน) | ประชากรหญิง(คน) | รวม (คน) | จำนวนครัวเรือน (ครัวเรือน) |
| 1 | วังตะกู | 56 | 57 | 113 | 38 |
| 3 | วังตะกู | 43 | 47 | 90 | 34 |
| 11 | วังตะกู | 39 | 41 | 80 | 31 |
ด้านการประกอบอาชีพ ประชากรโดยส่วนใหญ่ในชุมชนบ้านวังตะกู ประกอบอาชีพภาคเกษตรกรรมเป็นหลัก และนอกภาคเกษตรกรรม ได้แก่ ค้าขาย ธุรกิจขนาดเล็ก ธุรกิจโรงสี รับราชการ ลูกจ้างโรงงานอุตสาหกรรม
องค์กรชุมชนและกลุ่มอาชีพ โดยบ้านวังตะกูมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนที่มีบทบาทส่งเสริมการสร้างการมีส่วนร่วม และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่คนในชุมชน ได้แก่
- กลุ่มปุ๋ยชีวภาพเกษตรกร ตำบลวังตะกู ตั้งอยู่ที่ หมู่ 3 ดำเนินการโดย ครูณรงค์ แฉล้มวงศ์ โดยกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่จัดตั้งขึ้นเพื่อถ่ายทอดและเผยแพร่องค์ความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ผสมผสาน โดยครูณรงค์ เป็นผู้สอน การเรียนรู้วิธีทำปุ๋ยชีวภาพใช้เอง ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือนได้ อีกทั้งยังปรับแนวคิดเกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ให้กับเกษตรกร สาธิตการทำเกษตรอินทรีย์ผสมผสาน การผลิตปุ๋ยหมักสูตรต่าง ๆ การผลิตฮอร์โมนจากพืชและสัตว์ และการทำสมุนไพรขับไล่แมลง เป็นต้น โดยให้กลุ่มเกษตรกรกลุ่มต่าง ๆ ได้ลองฝึกปฏิบัติ
บ้านวังตะกู เป็นชุมชนที่มีทุนทางวัฒนธรรมที่โดดเด่น ดังนี้
วัดสุขุมาราม ถือเป็นทุนทางวัฒนธรรมและทุนทางกายภาพที่สำคัญยิ่งของตำบลวังตะกู โดยมีรากฐานมาจากความศรัทธาและการเสียสละของคนในชุมชน เริ่มต้นจากการได้รับบริจาคที่ดินจากคุณกำจัด สุขุมานนท์ จนก่อตั้งเป็น วัดใหม่วังตะกู ในปี พ.ศ. 2499 ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นวัดสุขุมารามในเวลาต่อมา ทุนชุมชนที่โดดเด่นของวัดแห่งนี้ประกอบด้วย 1) พระพุทธไสยาสน์ ที่มีความยาวถึง 55 เมตร (ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศ) ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่รัชกาลที่ 9 ทุนทางกายภาพที่ยิ่งใหญ่นี้ได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่ดึงดูดผู้คนจากทั่วประเทศให้เข้ามาเยี่ยมเยือน 2) วิหารหลวงพ่อเขียน ธมมฺรักขิโต อดีตเจ้าอาวาสผู้เป็นที่เคารพศรัทธาอย่างสูง เป็นต้นทุนทางจิตใจที่เหนียวแน่น เชื่อมโยงผู้คนในหมู่บ้านเข้าด้วยกันผ่านความเชื่อและหลักธรรมคำสอนของท่าน 3)อาคารโบราณ อุโบสถ และศาลาการเปรียญของวัด มีการประดับตกแต่งด้วยประติมากรรมที่งดงามสอดแทรกศิลปะร่วมสมัย สะท้อนถึงภูมิปัญญาช่างศิลป์และการผสมผสานทางวัฒนธรรมที่สืบทอดมาถึงปัจจุบัน
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย. (ม.ป.ป.). วัดสุขุมาราม. สืบค้นเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2569, จาก https://thai.tourismthailand.org/Attraction/
องค์การบริหารส่วนตำบลวังตะกู. (2567). แผนพัฒนาท้องถิ่น พ.ศ.2566 - 2570 องค์การบริหารส่วนตำบลวังตะกู อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร. สืบค้นเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2569, จาก https://www.wangtaku-phichit.go.th/project-detail
สาวิตรี สอาดเทียน. (2551). กระบวนการทุนทางสังคมในการทำเกษตรกรรมยั่งยืนที่มีผลต่อการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมของชุมชน : กรณีศึกษา ชุมชนวังตะกู ตำบลวังตะกู อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
เทศบาลตำบลวังตะกู. (2567). ภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านการเกษตร. สืบค้นเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2569, จาก https://www.wangtaku.go.th/tambon/localwisdom
โรงเรียนวัดวังตะกู. (2568). โรงเรียนวัดวังตะกู[รูปภาพ]. Facebook. https://web.facebook.com/photo/
โรงเรียนวังตะกูราษฎร์อุทิศ. (ม.ป.ป.). VTR แนะนำโรงเรียนวังตะกูราษฎร์อุทิศ 2566. สืบค้นเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2569, จาก https://web.facebook.com/share/
Amulet Heritage. (ม.ป.ป.). ประวัติหลวงพ่อเขียน ธัมมรักขิโต วัดวังตะกู. สืบค้นเมื่อ 27 กุมภาพันธ์ 2569, จาก http://www.amuletheritage.com/pdf/a64.pdf