Advance search

ชุมชนมอญขนาดเล็กที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับชาวมอญรามัญ พบเจดีย์มอญเก่าแก่และพระเครื่องดินเผา "พระโคนสมอ" 

หมู่ที่ 5, 6, 7
บ้านเก่า
บ้านเก่า
หนองฉาง
อุทัยธานี
อบต.หนองฉาง โทร. 0 5604 0208
เบญญทิพย์ ไขแสง
16 มี.ค. 2026
เบญญทิพย์ ไขแสง
4 มี.ค. 2026
บ้านเก่า

บ้านเก่า ในภาษาไทยหมายถึง หมู่บ้านดั้งเดิม หรือ ชุมชนที่ตั้งมานาน ซึ่งมีความหมายคล้ายกับพื้นที่บริเวณนี้ที่มีชาวมอญอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา


ชุมชนมอญขนาดเล็กที่มีประวัติศาสตร์เกี่ยวข้องกับชาวมอญรามัญ พบเจดีย์มอญเก่าแก่และพระเครื่องดินเผา "พระโคนสมอ" 

บ้านเก่า
หมู่ที่ 5, 6, 7
บ้านเก่า
หนองฉาง
อุทัยธานี
61110
15.403399764692697
99.88011071506166
องค์การบริหารส่วนตำบลหนองฉาง

ประวัติศาสตร์เมื่อครั้งเกิดการรบในกรุงศรีอยุธยาช่วง พ.ศ. 2310 บันทึกไว้ว่า ได้มีกองกำลังมอญกลุ่มหนึ่งได้อพยพเข้าอาณาจักรสยามทางด่านเจดีย์สามองค์ ได้นำไม้ไผ่มาต่อทำแพ ล่องมาตามแม่น้ำแควน้อย จนถึงบ้านเก่า อำเภอเมืองกาญจนบุรี จากนั้นทิ้งแพแล้วขึ้นมาพักที่บริเวณ ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี แล้วเดินทางเข้ากรุงศรีอยุธยา ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งเดินทางลัดเลาะจากเมืองกาญจนบุรี ผ่านพื้นที่สุพรรณบุรี ถึงเมืองอุทัยธานี ซึ่งแต่เดิมตั้งอยู่ที่ ตำบลอุทัยเก่า อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี ขณะนั้นมีนายทองดีเป็นเจ้าเมืองอุทัย จึงต้อนรับมอญกลุ่มนี้โดยให้ไปตั้งถิ่นฐานทางทิศตะวันออกของเมือง ยกพื้นที่ให้ปลูกสร้างบ้านเรือนและทำมาหากินตามลำคลอง ปัจจุบันยังคงเรียกว่า คลองมอญ  

เมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยาแตก พม่าเข้าปกครองสยาม พร้อมกับประกาศว่า มอญพำนักอยู่ที่ใดจะล้างผลาญให้สิ้นซาก เป็นเหตุให้นายทองดีหนีไปพักอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก ได้จัดกำลังพลเคลื่อนย้ายทางเรือไปสมทบกำลังกับเจ้าพระยาจักรีเมืองอุทัยธานี ในช่วงเวลานั้นได้เกิดโรคอหิวาตกโรคระบาดอย่างหนัก ผู้คนชาวมอญล้มตายเป็นจำนวนมาก ที่เหลือจึงคิดสร้าง วัดทุ่งทอง เพื่อให้ลูกหลานคนมอญได้บวชเรียนหนังสือไทยควบคู่ไปกับหนังสือมอญ พร้อมกันนี้ได้สร้างโบสถ์โดยหันหน้าไปทางทิศตะวันตก เพื่อให้รำลึกนึกถึงกรุงหงสาวดี อีกทั้งได้รับพระประธานองค์ใหญ่จากพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อครั้งฉลองกรุงเทพฯ เมื่อปี พ.ศ. 2325 ปรากฏจารึกพุทธศักราชไว้ที่ฐานพระ พระราชโอรสและพระราชธิดาของพระยาทะละ กษัตริย์แห่งกรุงหงสาวดี ซึ่งได้พาผู้คนชาวมอญอพยพมาอยู่ที่เมืองอุทัยธานี ได้ทรงสร้างเจดีย์ทรงมอญไว้ที่ใจกลางชุมชน เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุประจำตระกูลกษัตริย์มอญไว้ให้ลูกหลานมอญได้สักการะแทนเจดีย์ชเวดากองในเมืองมอญ

ในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ได้มีสร้างวัดขึ้นมาอีกหนึ่งแห่งชื่อว่า วัดโบสถ์ อยู่ไม่ไกลกับเจดีย์ทรงมอญที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมมีรับสั่งกับคนมอญที่ใกล้ชิดว่า หลังจากพระองค์สวรรคตแล้ว ให้สร้างพระเจดีย์ไว้บนหลุมฝังพระศพของพระองค์และน้องทั้งสองพระองค์ไว้เป็นอนุสรณ์ด้วย ยังคงพบเห็นพระเจดีย์ที่ประดิษฐานคลุมหลุมพระศพทั้งสามพระองค์อยู่ด้านหลังโบสถ์ แม้จะเก่าแก่เป็นปูชนียวัตถุยืนนานมาหลายศตวรรษ แต่เจดีย์ทรงมอญยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์ อาจชำรุดทรุดโทรมไปบ้างตามกาลเวลา อย่างไรก็ตาม วัดโบสถ์ได้กลายเป็นวัดร้างไปแล้วในปัจจุบัน

ความเป็นมาของชุมชนมอญเมืองอุทัยธานีว่า แต่เดิมเป็นพื้นที่ชุมชนกะเหรี่ยง ในช่วงที่เกิดสงครามครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา พระปฐมบรมมหาชนก (ทองดี) หรือพระอักษรสุนทร ได้รวบรวมคนมอญขึ้นมาปกครองดูแลเมืองอุทัยธานี ปรากฏข้อมูลว่า แต่เดิมเป็นบ้านคนกะเหรี่ยง ในสมัยบุเรงนอง พม่ามาตีกรุงศรีอยุธยา กวาดต้อนผู้คนสยามและคนกะเหรี่ยงไปจำนวนมาก นอกจากนี้ ยังจับคนตั้งท้องฆ่าทิ้งหมด ต่อมาพระชนกขึ้นเป็นใหญ่ ควบคุมดูแลมอญที่ตามขึ้นมาจากปากเกร็ด มาเป็นเมืองหน้าด่านคอยระวังเหตุ มอญกลุ่มนี้เรียกกันว่า มอญชาวเรือ มี พญาองค์ เป็นหัวหน้า ทุกวันนี้ยังเหลือแต่ซากเนินดินที่เคยเป็นวัดโบราณอยู่ ชาวบ้านเรียกกันว่า วัดพญาองค์ มีการเล่าถึงพระยาทะละ เป็นพระมหากษัตริย์องค์สุดท้ายของมอญที่ถูกกษัตริย์พม่าเข้าตี ปี พ.ศ. 2300 คงสู้ไม่ได้แล้วเพราะว่ากำลังพลมีจำนวนมาก พระยาทะละมีพระราชโอรสองค์โต ชื่อพระยาองค์ องค์กลางมีอายุไล่เลี่ยกัน ส่วนองค์เล็กเป็นพระราชธิดาอายุเพียง 3 ขวบ พี่ชายจึงพามาเมืองอุทัยธานีด้วยแพไม้ไผ่ขนาดลำใหญ่ ได้ประมาณสองวัน ครั้นหงสาวดีแตก พาพระโอรสและพระราชธิดามาเข้าพึ่งพระบรมโพธิสมภาร ปี พ.ศ. 2300 ช่วงเดือน 6 แรม 15 ค่ำ ได้มาต่อแพที่เกิงกะเวีย (สังขะ) ลงแม่น้ำแควน้อย (แม่น้ำซองกะเรีย) กำลังพลที่พามาถึงราชอาณาจักรสยามประมาณหมื่นเศษ จนมาถึงตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง

จากนั้นทิ้งแพ้แล้วขึ้นบก ให้กำลังพลส่วนใหญ่เข้ากรุงศรีอยุธยา ส่วนบรรดาพระราชโอรสและพระราชธิดาของพระยาทะละ พร้อมทั้งนักรบฝีมือดีเพื่อเตรียมการจะกอบกู้อิสรภาพจากพม่าประมาณ 500-600 คน เดินเลาะมาจากเมืองกาญจน์ ผ่านบ่อพลอย เข้ามาด่านช้างสุพรรณบุรี ตัดเข้ามาที่อุทัยธานี นายทองดีจึงให้ที่พักอาศัย อยู่ทางทิศตะวันออกของอุทัยธานี บริเวณวัดทุ่งทองในปัจจุบัน คำว่าวัดทุ่งทองคือ ซื้อด้วยทอง ภาษามอญเรียกว่า เวียทอ ไม่มีเงินซื้อนาจึงเอาทองซื้อแทน แลกกับนา

ชุมชนมอญดั้งเดิมในจังหวัดอุทัยธานียังมีร่องรอยอยู่ที่บ้านเก่าริมคลองมอญหน้าวัดป่าช้า ยังพบชื่อคลองมอญ น้ำไหลไปออกแม่น้ำสะแกกรัง แถวบ้านโคกหม้อ อยู่ต่อมาจึงขยับขยายไปบ้านป่าแดง ทุ่งหลวง ทุ่งพง หนองสรวง หนองหมอ หนองนกยูง หนองแก บ้านยางครึ่งเส้น บ้านล่อมพัก บ้านหนองกลางดง บ้านท่าซุง บ้านหนองน้ำคัน บ้านคลองค่าย ตลอดไปจนถึงแถวทัพทัน พบสกุลคนมอญ เช่น คำสิทธิ์ สีขาว จันทร์น้อย นิยม เป็นต้น

อาณาเขตติดต่อ

  • ทิศเหนือ ติดต่อกับ บ้านเนินสาธารณ์ หมู่ที่ 1
  • ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลหนองฉาง
  • ทิศตะวันออกติดต่อกับตำบลหนองฉาง
  • ทิศตะวันตกติดต่อกับ ตำบลทุ่งพึ่ง

ลักษณะภูมิประเทศ

ส่วนใหญ่ประกอบไปด้วยที่ราบลุ่มอุดมสมบูรณ์เหมาะแก่การทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ เนื่องจากมีพื้นที่บางส่วนเป็นที่ราบที่อุดมสมบูรณ์และมีบริเวณกว้างเหมาะแก่การเลี้ยงสัตว์เป็นอย่างยิ่ง โดยประชากรส่วนใหญ่ขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองฉาง ประกอบอาชีพทางด้านการทำเกษตรกรรม เช่น การทำนา การปลูกข้าวโพด และประกอบอาชีพด้านการเลี้ยงสัตว์ เช่น การเลี้ยงวัว กระบือ สุกร

จากข้อมูลระบบสถิติทางทะเบียน สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง พ.ศ. 2567 บ้านเก่า ตำบลบ้านเก่า อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี มีประชากรรวมทั้งหมด 177 คน ครัวเรือนทั้งหมด 62 ครัวเรือน โดยแบ่งออก ดังนี้

  • บ้านเก่า หมู่ที่ 5 จำนวน 32 ครัวเรือน  ชาย 38 คน หญิง 51 คน รวมทั้งหมด 89 คน 
  • บ้านเก่า หมู่ที่ 6 จำนวน 19 ครัวเรือน  ชาย 19 คน หญิง 31 คน รวมทั้งหมด 50 คน 
  • บ้านเก่า หมู่ที่ 7 จำนวน 11 ครัวเรือน  ชาย 16 คน หญิง 22 คน รวมทั้งหมด 38 คน 

ชุมชนบ้านเก่ามีรากฐานเกี่ยวข้องกับกลุ่มชาติพันธุ์มอญ ซึ่งอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ลุ่มน้ำภาคกลางของประเทศไทยตั้งแต่สมัยอยุธยา-ต้นรัตนโกสินทร์ กลุ่มมอญมีบทบาทสำคัญต่อพัฒนาการด้านศาสนา ศิลปวัฒนธรรม และประเพณีในหลายพื้นที่ของภาคกลาง อัตลักษณ์บางประการ เช่น ภาษา ประเพณี และความเชื่อ ยังคงปรากฏในรูปแบบวัฒนธรรมท้องถิ่น แม้ปัจจุบันจะผสมผสานกลมกลืนกับสังคมไทยส่วนใหญ่แล้ว อีกทั้งมีการกล่าวถึงตระกูลสำคัญในพื้นที่ เช่น ตระกูล ศรีขาว (หรือที่เรียกกันในสำเนียงท้องถิ่นว่า สีขาว) โดยบรรพบุรุษเป็นชาวมอญที่อยู่ในวังแล้วอพยพมาอยู่ที่ปัจจุบัน

มอญ

ชุมชนเก่าแก่ที่มีพัฒนาการทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมต่อเนื่องยาวนาน ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น ทำนา ทำไร่ และเลี้ยงสัตว์ ควบคู่กับการประกอบอาชีพรับจ้างและค้าขายขนาดย่อมในชุมชน ลักษณะการตั้งถิ่นฐานเป็นหมู่บ้านกระจายตัวตามพื้นที่ราบลุ่มและแหล่งน้ำ สะท้อนรูปแบบสังคมชนบทภาคกลาง

วิถีชีวิตของชาวมอญบ้านเก่า ตำบลบ้านเก่า อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี มีความผูกพันอย่างใกล้ชิดกับระบบเกษตรกรรม พุทธศาสนา และจารีตประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่บรรพบุรุษ ชาวบ้านกำหนดตามรอบปีทางเกษตรกรรมเป็นสำคัญ ช่วงต้นฤดูฝนเป็นระยะเตรียมดินและปักดำข้าว กลางฤดูเป็นช่วงดูแลรักษา และปลายปีเป็นฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาแห่งความร่วมแรงร่วมใจของเครือญาติและเพื่อนบ้าน ควบคู่กับปฏิทินทางพุทธศาสนา เช่น วันมาฆบูชา วิสาขบูชา เข้าพรรษา และออกพรรษา ซึ่งวัดประจำชุมชนเป็นศูนย์กลางของกิจกรรม นอกจากนี้ยังมีงานบุญประจำปีและพิธีกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์มอญ เช่น

  1. ประเพณีสงกรานต์มอญ หรือ ประเพณี "อะห์ต๊ะห์ ส่างกร่าน" จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในชุมชนชาวไทยเชื้อสายมอญ โดยเฉพาะที่ตำบลบ้านเก่า อำเภอหนองฉาง โดยชาวบ้านจะแต่งชุดพื้นถิ่น ตักบาตรข้าวแช่ (เปิงฮงกราบ) ทำบุญกลางบ้าน และสืบสานวัฒนธรรมดั้งเดิมที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษในช่วงเดือนเมษายนของทุกปี  พิธีสงกรานต์ของชาวมอญจะเริ่มจากการทำบุญฉลองสงกรานต์ซึ่งประกอบด้วยกิจกรรมสำคัญๆ คือ การแห่ข้าวแช่ แห่น้ำปลาหวาน ปล่อยปลา แห่สงกรานต์ และจบลงด้วยการทำบุญกลางบ้าน และรำเจ้าประจำปีของแต่ละหมู่บ้าน คนมอญถือกันว่าประเพณีนี้เป็นการขึ้นศักราชใหม่ จึงจัดให้มีการเฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ด้วย การทำบุญรักษาศีลเพื่อเป็นการต้อนรับศกใหม่ และเพื่อบูชาพระรัตนตรัย และนางสงกรานต์
  2. ประเพณีแต่งงาน ประเพณีนี้ก็มีการเกี่ยวข้องกับผู้เช่นกัน เหมือนประเพณีอื่น ๆ เมื่อจะประกอบพิธีการสู่ขอจะต้องมีการไหว้ผีบ้านผีเรือน หรือผีประจำ ตระกูลของฝ่ายหญิง การทำเช่นนี้ ถือว่าเป็นการให้ความเคารพและขอโทษเจ้าของบ้านนั้น นับเป็นการไหว้ผีครั้งแรกเช่นกัน เมื่อฝ่ายหญิงตกลงยกลูกสาวให้ก็ต้องมีการกำหนดวันทำพิธีแต่งงาน ในตอนที่ นำขันหมากมาในวันแต่งงานนี้ก็ต้องมีการไหว้ผีกันอีก โดยมีความเชื่อว่าเจ้าบ่าวไปอยู่บ้านเจ้าสาวต้องถอนเสาบ้านเจ้าสาวออก 1 ต้น และเจ้าบ่าวต้องเอาเสาบ้านเจ้าบ่าวมา ใส่แทน ถ้าไม่เปลี่ยนเสาบ้าน จะอยู่ไม่เป็นสุข เจ็บป่วยบ่อย แต่ถ้าเปลี่ยนเสา จะอยู่สุขสบาย
  3. ประเพณีรำผีมอญ เป็นพิธีกรรมความเชื่อดั้งเดิมของชาวไทยเชื้อสายมอญ เพื่อบูชาผีบรรพบุรุษ แก้ไขความผิดผี หรือแก้บนเมื่อคนในครอบครัวเจ็บป่วย ในตระกูลชาวมอญ ถ้ามีใครในบ้านเจ็บ ป่วยแล้วรักษาไม่หายป่วยเรื้อรัง ต้องไปหาต้นตระกูลผีไปรับรองว่า ถ้าหายป่วยจะไปรำถวายให้แก่ผีมอญ จัดขึ้นในเดือนคู่ (มักเป็นเดือน 4-6) โดยใช้ปี่พาทย์มอญประกอบการรำ ในโรงพิธีที่สร้างขึ้นเฉพาะ แสดงถึงความกตัญญูและเชื่อมสัมพันธ์เครือญาติ
  4. พิธีบวงสรวงบรรพบุรุษ กิจกรรมสืบสานวิถีชีวิตชาวมอญ ขึ้นที่วัดป่าช้า อ.หนองฉาง อุทัยธานี โดยช่วงเช้าจะมีพิธีบวงสรวงสักการะพรรพบุรุษชาวมอญ ต่อด้วยการทำบุญใส่บาตร
  5. ประเพณีการแต่งกาย ชาวมอญมีลักษณะรูปร่างคล้ายคนไทย แต่โดยทั่วไปมักสูงล่ำ ผิวคล้ำ ผมดำ และตาสีเข้ม การแต่งกายดั้งเดิมนิยมผ้านุ่งลายตาหมากรุก ผู้ชายนุ่ง สะล่ง (คล้ายโสร่ง) สวมเสื้อคอกลมผ่าอก ส่วนผู้หญิงนุ่งผ้า กานิน หรือผ้าตาโถง และมักเดินเท้าเปล่าเวลาไปทำบุญ ในอดีตหญิงมอญนิยมไว้ผมยาวเกล้ามวยต่ำด้านหลัง ปัจจุบันผู้สูงอายุยังคงแต่งกายและไว้ผมแบบเดิม ขณะที่คนรุ่นใหม่แต่งกายตามสมัยนิยมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การนุ่งผ้าพื้นเมืองยังพบเห็นได้ในชีวิตประจำวันและงานบุญประเพณี สะท้อนอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ยังคงสืบทอดอยู่
กำลังอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล

บ้านเก่า อำเภอหนองฉาง จังหวัดอุทัยธานี มีทุนทางวัฒนธรรมคือความเป็นชุมชนมอญ จากการตั้งถิ่นฐานของกลุ่มชาวมอญที่อพยพเข้ามาในพื้นที่ภาคกลาง และค่อย ๆ หลอมรวมเข้ากับสังคมไทยโดยยังคงรักษารากเหง้าทางวัฒนธรรมบางประการไว้ อัตลักษณ์มอญจึงไม่ได้ปรากฏในลักษณะโดดเด่นแยกขาด หากแต่แทรกอยู่ในวิถีชีวิต ความเชื่อ และความสัมพันธ์ทางสังคมของคนในชุมชน ความเป็นมอญสะท้อนผ่านการดำรงชีวิตแบบเกษตรกรรมที่ผูกพันกับรอบปีธรรมชาติและปฏิทินพุทธศาสนา การทำบุญประจำปี การอุทิศส่วนกุศลให้บรรพบุรุษ และการรวมญาติในโอกาสสำคัญ แสดงให้เห็นความสำคัญของครอบครัวและสายตระกูล ระบบเครือญาติแบบขยายที่ยังคงเข้มแข็ง เป็นกลไกสำคัญในการช่วยเหลือเกื้อกูลและสร้างความสามัคคีในชุมชน

วัดทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทั้งด้านศาสนาและกิจกรรมสาธารณะ เป็นพื้นที่รวมกลุ่มถ่ายทอดประเพณี และปลูกฝังค่านิยมร่วม ความเคารพผู้ใหญ่ ความกตัญญู และการยึดมั่นในศาสนา เป็นคุณค่าที่สืบทอดต่อกันมา ขณะเดียวกัน การแต่งกายพื้นเมือง ภาษา กลายเป็นเอกลักษณ์

ใช้ภาษาไทยในการพูดคุยและติดต่อราชการ มีการใช้ภาษาถิ่นร้อยละ 10% ซึ่งมีเพียงผู้สูงอายุบางส่วนที่ยังคงพูดคุยภาษาถิ่น


ชุมชนบ้านเก่าเป็นชุมชนที่มีพื้นฐานทางชาติพันธุ์มอญ ซึ่งปรากฏผ่านประเพณี ความเชื่อ พิธีกรรม และวิถีชีวิตเกษตรกรรม อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลกิจกรรมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พบว่าปัจจุบันมีการจัดกิจกรรม ถ่ายทอดวิถีชุมชน และกิจกรรมส่งเสริมอาหารพื้นบ้านมอญ เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูอัตลักษณ์ท้องถิ่น สะท้อนว่ามีความพยายามธำรงวัฒนธรรมดั้งเดิมควบคู่กับการพัฒนา ขณะเดียวกัน การใช้ภาษามอญในชีวิตประจำวันลดบทบาทลง โดยส่วนใหญ่ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ การแต่งกายแบบดั้งเดิมพบในบริบทงานบุญหรือกิจกรรมแสดงอัตลักษณ์มากกว่าการใช้ในชีวิตประจำวัน

หน่วยงานท้องถิ่นให้การสนับสนุนและจัดกิจกรรมประเพณีมอญบ้านเก่าเพื่อฟื้นฟูวัฒนธรรมและรักษาให้คงอยู่ อีกทั้งเป็นการสร้างอัตลักษณ์ของชุมชนในการท่องเที่ยว โดยมีการโปรโมทและจัดกิจกรรม เช่น สงกรานต์มอญ ตลาดนัด วิถีชีวิตมอญบ้านเก่า และการสนับสนุนการแต่งกายแบบมอญ ช่วยทำให้วัฒนธรรมที่เคยจำกัดอยู่ในครัวเรือนหรือกลุ่มผู้สูงอายุ กลับมาอยู่ในพื้นที่สาธารณะมากขึ้น กิจกรรมเหล่านี้ทำให้เกิดการ มองเห็น อัตลักษณ์มอญในระดับชุมชน และช่วยกระตุ้นความตระหนักในการสืบทอดวัฒนธรรม

กำลังอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล

กรมการปกครอง. (2567). ข้อมูลทะเบียนราษฎร สถิติจำนวนประชากรและบ้าน ข้อมูลปี 2567. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2569, จาก https://stat.bora.dopa.go.th

ธาวิดา ศิริสัมพันธ์. (2561). ชุมชนมอญ “บ้านเก่า หนองฉาง” เมืองอุทัยธานี. สืบค้นเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2569, จาก https://www.khaosod.co.th

เสริม นิยม. (2555). มอญบ้านเก่า อุทัยธานี. วารสารเสียงรามัญ. (33), กรกฎาคม-ธันวาคม. 11-12.

สมรักษ์ ชัยสิงห์กานานนท์, จักรี โพธิมณี และสุธาสินี บุญเกิด. (2560). พิธีรำผีมอญ อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร. ฐานข้อมูลประเพณีท้องถิ่นไทย. สืบค้นเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2569, จาก https://rituals.sac.or.th

องค์ บรรจุน. (2552). ชุมชนมอญในประเทศไทย - มอญบ้านเก่า จ.อุทัยธานี. คลังเอกสารสาธารณะ. สืบค้นเมื่อ 18 กุมภาพันธ์ 2569, จาก https://www.openbase.in.th

องค์การบริหารส่วนตำบลหนองฉาง. (2562). แผนพัฒนาท้องถิ่น พ.ศ. 2561-2565. สืบค้นเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, จาก https://www.nongchanglocal.go.th

องค์การบริหารส่วนตำบลหนองฉาง. (2565). กิจกรรมประชาสัมพันธ์ในพื้นที่ตำบลหนองฉาง. สืบค้นเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, จาก https://nongchanglocal.go.th

สถาบันวัฒนธรรมภูมิภาคตะวันตก มหาวิทยาลัยศิลปากร. (ม.ป.ป.). มอญ การแต่งกาย ประเพณีและความเชื่อ. สืบค้นเมื่อ 17 กุมภาพันธ์ 2569, จาก http://www.snc.lib.su.ac.th/libmedia

อบต.หนองฉาง โทร. 0 5604 0208