ชุมชนบ้านยางมีวิถีชีวิตเกษตรกรรมที่เข้มแข็ง ควบคู่กับภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างกลุ่มจักสาน และวัฒนธรรมโดดเด่นอย่าง "วัดพระธาตุอุโมงค์" และ "วัดอุโมงมังคลาราม" พร้อมทั้งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ "ภูผาแง่ม" ที่มีจุดชมวิวและความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ
ชื่อ "บ้านยาง" สันนิษฐานว่ามาจากกลุ่มคนที่เรียกว่า "เผ่ายาง" หรือชาวกะเหรี่ยง เคยเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ ชาวบ้านจึงเรียกชุมชนแห่งนี้ว่า "บ้านยาง" สืบต่อกันมา อีกหนึ่งเห็นว่า ชื่อหมู่บ้านอาจมีความเกี่ยวข้องกับ "ลำห้วยยาง" ซึ่งเป็นลำห้วยที่ไหลมาบรรจบกับลำน้ำคานทางทิศใต้ของชุมชน
ชุมชนบ้านยางมีวิถีชีวิตเกษตรกรรมที่เข้มแข็ง ควบคู่กับภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างกลุ่มจักสาน และวัฒนธรรมโดดเด่นอย่าง "วัดพระธาตุอุโมงค์" และ "วัดอุโมงมังคลาราม" พร้อมทั้งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ "ภูผาแง่ม" ที่มีจุดชมวิวและความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ
การตั้งถิ่นฐานของชุมชนบ้านยาง ตำบลท่าลี่ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย โดยชุมชนบ้านยางไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่ามีผู้คนกลับเข้ามาตั้งถิ่นฐานบ้านเรือนอีกครั้งเมื่อใด แต่มีเรื่องเล่ามุขปาฐะในชุมชนเล่าสืบต่อกันมาว่า ก่อนที่จะมีการตั้งบ้านยางขึ้น บรรพบุรุษได้มาตั้งบ้านอยู่บนที่เนินทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านยางในปัจจุบัน ในบริเวณที่เรียกว่า "ดอนโสกเสือ" ต่อมาจึงย้ายลงมาตั้งบ้านเรือนที่ริมฝั่งน้ำคานทางใต้ของพระธาตุอุโมงค์หากกำหนดทิศทางตามการไหลของลำน้ำคานลงมาประมาณ 400 เมตร และมีการสร้างวัดอุโมงค์มังคลาราม ขึ้นมาเป็นวัดประจำชุมชนแทน ศาสนสถานเก่าที่บริเวณพระธาตุอุโมงค์ซึ่งในขณะนั้นเป็นป่ารก และเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ไม่มีใครกล้าเข้าไป
กลุ่มคนในช่วงแรก ๆ ที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานบริเวณบ้านยางไม่ปรากฏข้อมูลว่ามีการอพยพมาจากไหน หรืออาจจะเป็นกลุ่มคนกลุ่มเดิมที่เคยตั้งถิ่นฐานอยู่บริเวณนี้ เมื่อภาวะบ้านเมืองสงบก็อพยพกลับเข้ามา แต่มีหลักฐานคำบอกเล่าของคนในชุมชนว่า มีกลุ่มชาวเวียงจันทน์จำนวน 7 ครอบครัว นำโดยท้าวโยและหมื่นฤทธิ์ มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่บ้านเมืองหมอริมฝั่งแม่น้ำเหือง ปัจจุบันอยู่ในเขตเมืองแก่นท้าว แขวงไชยะบุรี ประเทศลาว ต่อมาได้มาสำรวจตามลุ่มน้ำคานและพบว่าบริเวณบ้านยางเป็นที่ราบลุ่ม เคยเป็นหมู่บ้านเก่า มีร่องรอยของวัดวาอาราม จึงนำพาทั้ง 7 ครอบครัวมาตั้งบ้านเรือน ซึ่งท้าวโยและหมื่นฤทธิ์ถือเป็นต้นตระกูล "คนตรง" ในปัจจุบัน
ต่อมา ได้มีผู้คนอีกกลุ่มหนีโรคห่าหรืออหิวาตกโรคมาจากบริเวณที่ชาวบ้านเรียกว่า "บ้านเก่าห้วยหก" ซึ่งตั้งอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขาภูผาแหง่ม (ภูผาง่าม) ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของชุมชนบ้านยาง อพยพเข้ามาตั้งบ้านเรือนในบริเวณบ้านยางร่วมกับชุมชนเดิม เมื่อประมาณ 60-80 ปีมาแล้ว และเป็นต้นตระกูล "ยศสุธรรม" ในปัจจุบัน การมีผู้คนเข้ามาตั้งถิ่นฐานเพิ่มขึ้นก็ทำให้ชุมชนบ้านยางขยายตัว มีการตั้งบ้านเรือนอยู่สองฝั่งลำน้ำคาน ภายหลังชุมชนทางฝั่งขวาของลำน้ำคานจึงถูกแยกการปกครองเป็นหมู่บ้านใหม่ ชื่อว่า "บ้านกกก้านเหลือง" นอกจากนี้ ยังมีเรื่องเล่าถึงที่มาของชื่อชุมชนบ้านยางในปัจจุบันว่า มาจากชื่อของ "เผ่ายาง" ซึ่งเป็นผู้มาก่อตั้งหมู่บ้าน เผ่ายางในคำบอกเล่าของชาวบ้านแสดงให้เห็นว่าเป็นคนต่างถิ่นต่างภาษา คุยคนละภาษากับคนพื้นถิ่น ชาวบ้านเรียกว่า "คนยาง 8 ศอก" นิยมแต่งกายด้วยผ้าสีขาว จึงมีการเรียกชื่อหมู่บ้านว่า "บ้านยาง" เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
อดีตพื้นที่บ้านยางน่าจะเคยมีชาวกะเหรี่ยงซึ่งมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "ยาง" ซึ่งนิยมแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีขาวเข้ามาอาศัยอยู่ในบริเวณนี้ ด้วยความเป็นคนต่างภาษาจึงอาจทำให้คนในลุ่มน้ำคานเรียกชุมชนที่มีชาวยางเข้ามาอาศัยนี้ว่า "บ้านยาง" แม้ว่าปัจจุบันไม่มีชาวยางอาศัยอยู่ก็ยังคงเรียกชื่อบ้านยางตามเดิมแต่ ที่มาของชื่อชุมชนบ้านยางอาจจะมีความสัมพันธ์กับชื่อของ "ลำห้วยยาง" ซึ่งเป็นลำห้วยที่ไหลมาบรรจบกับลำน้ำคานทางทิศใต้ของบ้านยางก็เป็นได้ ซึ่งในประเด็นที่มาของชื่อหมู่บ้านยาง
ชุมชนบ้านยางตั้งอยู่ภายใต้เขตการปกครองขององค์การบริหารส่วนตำบลท่าลี่ หมู่ที่ 5 ตำบลท่าลี่ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย โดยมีลักษณะเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่บริเวณตอนในสุดของพื้นที่ตำบล สภาพภูมิประเทศของชุมชนตั้งอยู่ในเขตที่ราบลุ่มของลุ่มน้ำคาน ซึ่งมีลักษณะเป็นที่ราบลุ่มระหว่างหุบเขาและเชิงเขา พื้นที่ดังกล่าวเป็นบริเวณที่ลำน้ำคานไหลผ่านลงสู่เขตที่ราบ อีกทั้งยังมีลำห้วยยางซึ่งเป็นลำน้ำสาขาไหลมาบรรจบกับลำน้ำคาน ทั้งนี้ อาณาเขตของชุมชนมีพื้นที่ติดต่อกับบริเวณใกล้เคียง ดังต่อไปนี้
- ทิศเหนือ ติดต่อกับ ตำบลหนองผือ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย
- ทิศใต้ ติดต่อกับ ตำบลสานตม อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย
- ทิศตะวันออก ติดต่อกับ ตำบลโคกใหญ่ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย
- ทิศตะวันตก ติดต่อกับ ตำบลอาฮี อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย
ในปัจจุบันชุมชนบ้านยางมีสถานศึกษาในชุมชนคือ โรงเรียนบ้านยาง เปิดสอนระดับประถมศึกษาปีที่ 1-6 สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1
ด้านสาธารณูปโภค ชุมชนมีระบบไฟฟ้าเข้าถึงและให้บริการแก่ประชาชนอย่างทั่วถึง โดยทุกครัวเรือนสามารถใช้ไฟฟ้าได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังมีระบบประปาที่ให้บริการแก่ประชาชนภายในชุมชนอย่างเพียงพอ
ด้านสาธารณสุข ชุมชนมีหน่วยบริการด้านสุขภาพในระดับปฐมภูมิ คือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านยาง
ชุมชนบ้านยาง หมู่ที่ 5 มีจำนวนประชากรทั้งหมด จำนวน 741 คน โดยจำแนกเป็นเพศชาย 372 คน และเพศหญิง 369 คน และมีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด จำนวน 304 ครัวเรือน (ข้อมูลสถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร (รายเดือน) กรมการปกครอง ข้อมูล ณ เดือนพฤศจิกายน 2568)
ชุมชนบ้านยางมีโครงสร้างอาชีพหลักที่พึ่งพาการประกอบอาชีพทำการเกษตรเป็นหลัก โดยประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาข้าว และทำไร่พืชเศรษฐกิจหลากหลายชนิด เช่น ข้าวโพด ถั่วแดง และมันสำปะหลัง ควบคู่ไปกับการเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ โค กระบือ ไก่ และสุกร ซึ่งยังมีการปลูกไม้ยืนต้น เช่น ไม้สัก ไม้ยูคาฯ เพื่อเป็นแหล่งรายได้และยังชีพภายในครัวเรือน โดยบางครัวเรือนยังประกอบอาชีพทำสวนผลไม้ เช่น ปลูกมะขามหวาน มะม่วง ลำไย และภายในชุมชนยังมีการรวมกลุ่มกันของคนในพื้นที่โดยมี "กลุ่มจักสาน" เป็นหนึ่งในกิจกรรมสำคัญภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชน
ชาวบ้านชุมชนบ้านยางมีประเพณีสำคัญทางศาสนาที่สืบทอดกันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนถึงความศรัทธา ความสามัคคี และวิถีชีวิตของคนในชุมชน โดยมีประเพณีสำคัญ ได้แก่
| กิจกรรม | ระยะเวลาดำเนินกิจกรรม |
| บุญข้าวเปลือกข้าวสารและบุญข้าวจี่ | เดือน 3 วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ |
| บุญสงกรานต์ (รดน้ำดำหัว ตบพระทราย ยกทุงแห่ต้นดอกไม้ แห่กันหลอนวันสุดท้าย) | เดือน 5 |
| เลี้ยงผีขุนห้วยยาง | เดือน 5 หรือเดือน 6 หลังสงกรานต์ |
| บุญประจำปีเดือนหก (ประเพณีเบิกอุปคุตม์ในตอนเช้า) | ภายในเดือน 6 |
| เลี้ยงเจ้าบ้าน (เลี้ยงปี) | เดือน 6 ขึ้น 3 ค่ำ |
| บุญเข้าพรรษา ทอดเทียนพรรษา | เดือน 8 |
| บุญข้าวประดับดิน | เดือน 9 วันแรม 14 ค่ำ |
| บุญข้าวสาก | เดือน 10 วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ |
| บุญออกพรรษา (แห่ต้นผึ้ง) | เดือน 11 วันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ |
| บุญกฐิน | ภายในเดือน 12 |
| เลี้ยงเจ้าบ้าน (เลี้ยงแก้บะ) | เดือน 12 ขึ้น 3 ค่ำ |
ชุมชนบ้านยาง หมู่ที่ 5 เป็นชุมชนที่มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เข้มแข็ง โดยมีปราชญ์ชาวบ้านซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งองค์ความรู้และคลังสมองของชุมชนในด้านต่าง ๆ อันสะท้อนถึงวิถีชีวิต ความเชื่อ และอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชนอย่างชัดเจน ได้แก่
- นายพิน ชัยมงคล : เป็นบุคคลที่สำคัญของชุมชนในฐานะ ปราชญ์ชาวบ้านด้านการจักสานที่มีบทบาทสำคัญของชุมชน มีความเชี่ยวชาญในการจักสานกระติบข้าวและหวด ซึ่งเป็นเครื่องใช้พื้นบ้านที่เกี่ยวข้องกับวิถีการบริโภคอาหารของชาวอีสาน
- นางหนูพิษ ทวีวัฒน์ : ปราชญ์ชาวบ้านด้านการทอผ้าด้วยกี่กระตุก มีความชำนาญในการผลิตผ้าทอพื้นเมืองที่มีลวดลายและรูปแบบเฉพาะถิ่น มีส่วนสำคัญในการสร้างอัตลักษณ์ของชุมชน
- นางสมจิตร์ จินายศ : ปราชญ์ด้านการทอไหมพรม มีความรู้และทักษะในการออกแบบและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์จากไหมพรม ซึ่งสะท้อนการประยุกต์ใช้ภูมิปัญญาให้สอดคล้องกับบริบทต่าง ๆ
- นางหนูครบ ไชยเลิศ : เป็นปราชญ์ด้านการทำบายศรี มีความเชี่ยวชาญในการจัดทำบายศรีเพื่อใช้ในพิธีกรรมตามความเชื่อของชุมชน
- นายเสวย ไชยเลิศ : เป็นปราชญ์ด้านพิธีกรรมและศาสนา มีบทบาทสำคัญในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและกิจกรรมสำคัญของชุมชน ทำหน้าที่เป็นถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านความเชื่อ ประเพณีให้แก่ชาวบ้านในชุมชน
ชุมชนบ้านยางเป็นชุมชนที่มีทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะแหล่งสถานที่ท่องเที่ยวทางพระพุทธศาสนาและวัฒนธรรมที่สำคัญของชุมชนบ้านยางคือ "วัดพระธาตุอุโมงค์" ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุอันเก่าแก่และได้รับการยกย่องว่าเป็นปูชนียสถานศักดิ์สิทธิ์ของชุมชน พระธาตุอุโมงค์ไม่เพียงมีคุณค่าในฐานะโบราณสถาน หากยังเป็นศูนย์รวมศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั้งในชุมชนบ้านยางและพื้นที่ใกล้เคียง โดยทำหน้าที่เป็นพื้นที่ประกอบศาสนกิจ การทำบุญ และกิจกรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนา อันสะท้อนถึงความต่อเนื่องของระบบความเชื่อและการสืบทอดมรดกทางจิตวิญญาณของชุมชน
นอกจากนี้ ชุมชนบ้านยางยังมี "วัดอุโมงมังคลาราม" ซึ่งเป็นศาสนสถานสำคัญอีกแห่งหนึ่ง ทำหน้าที่เป็นพื้นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาและกิจกรรมประเพณีของชุมชนบ้านยางอย่างสม่ำเสมอ โดยมีบทบาทในฐานะศูนย์กลางทางสังคมและจิตใจของชาวบ้าน เป็นสถานที่หล่อหลอมคุณค่าทางศีลธรรม ความสามัคคี และความสัมพันธ์ทางสังคมของคนในชุมชน
นอกเหนือจากทุนทางวัฒนธรรมและศาสนสถานที่มีความสำคัญแล้ว ชุมชนบ้านยางยังมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่โดดเด่น อันสะท้อนถึงความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติและภูมิทัศน์ที่งดงาม พื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญ ได้แก่ "ภูผาแง่ม" ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกพื้นที่
เส้นทางขึ้นสู่ยอดภูผาแง่มมีลักษณะเป็นทางเดินศึกษาธรรมชาติที่รายล้อมด้วยพรรณไม้ท้องถิ่น โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวจะปรากฏดอกไม้ป่าบานสะพรั่ง สร้างทัศนียภาพที่งดงามและเอื้อต่อการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ระหว่างเส้นทางยังพบ "ต้นมะค่ายักษ์" ซึ่งมีอายุยาวนานนับพันปี นับเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่ทรงคุณค่าและเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าในพื้นที่ ซึ่งบริเวณยอดเขามีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพโดยรอบได้อย่างกว้างไกล พร้อมทั้งมีป้ายข้อความ "เราคือ ผู้พิชิต ภูผาแง่ม" ซึ่งกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญและจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว องค์ประกอบดังกล่าวมีส่วนช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยว และกระตุ้นการเดินทางมาเยี่ยมชมเพื่อพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติอีกด้วย
ธีระวัฒน์ แสนคำ. (2560). พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ชุมชนโบราณบ้านยาง อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย. 1(2), 69-77. วารสาร มจร.หริภุญชัยปริทรรศน์. https://so04.tci-thaijo.org/
องค์การบริหารส่วนตำบลท่าลี่. (ม.ป.ป.). ข้อมูลพื้นฐาน. https://tambonthali.go.th/
กรมการปกครอง สำนักบริหารการทะเบียน. (ม.ป.ป.). สถิติประชากรทางการทะเบียนราษฎร(รายเดือน). https://stat.bora.dopa.go.th/
Thailand Tourism Directory. (ม.ป.ป.). ภูผาแง่ม ต้นมะค่ายักษ์. https://thailandtourismdirectory.go.th/