Advance search

บ้านบัวเป็นหมู่บ้านต้นแบบดีเด่น ชนะเลิศตามโครงการเชิดชูเกียรติผู้นำเครือข่ายพัฒนาชุมชนดีเด่น เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง 

หมู่ที่ 4
บ้านบัว
บ้านตุ่น
เมืองพะเยา
พะเยา
อบต.บ้านตุ่น โทร. 0 5442 3098
ปวินนา เพ็ชรล้วน
19 ก.ค. 2023
ปวินนา เพ็ชรล้วน
26 ก.ค. 2023
ปวินนา เพ็ชรล้วน
26 ก.ค. 2023
บ้านบัว

ตั้งชื่อตาม ปู่บัว ที่ถูกเสือโคร่งตัวหนึ่งได้ตะครุบและกัดจนเสียชีวิต ชาวบ้านจึงตั้งหมู่บ้านตามชื่อของปู่บัวว่า "บ้านบัว" 


ชุมชนชนบท

บ้านบัวเป็นหมู่บ้านต้นแบบดีเด่น ชนะเลิศตามโครงการเชิดชูเกียรติผู้นำเครือข่ายพัฒนาชุมชนดีเด่น เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง 

บ้านบัว
หมู่ที่ 4
บ้านตุ่น
เมืองพะเยา
พะเยา
56000
19.1453345
99.8280292
องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านตุ่น

บ้านบัว หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา เดิมทีบ้านบัว เป็นป่า โดยมี ปู่ติ๊บ กับย่าสมนา สองผัวเมีย เดิมเป็นคนบ้านตุ่นกลางเป็นคนทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ เห็นพื้นที่ป่าแห่งนี้ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะกับการประกอบอาชีพ จึงได้ย้ายเข้ามาอยู่เป็นคนแรก ปู่บัวก็ได้ติดตามมาอยู่ด้วย อยู่มาวันหนึ่งในตอนเช้าปู่บัวได้ลงไปเก็บใบพลู สำหรับการเคี้ยวหมากของคนโบราณ ในขณะนั้นยังเช้ามืด อยู่ ๆ ก็มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น ได้มีเสือโคร่งตัวหนึ่งได้ตะครุบและกัดปู่บัวจนเสียชีวิต ชาวบ้านจึงตั้งหมู่บ้านตามชื่อของปู่บัวว่า "บ้านบัว" มาจนถึงทุกวันนี้ บ้านบัวเป็นหมู่บ้านต้นแบบดีเด่น ชนะเลิศตามโครงการเชิดชูเกียรติผู้นำเครือข่ายพัฒนาชุมชนดีเด่น เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง "อยู่เย็นเป็นสุข" และหมู่บ้านพึ่งตนเองดีเด่นระดับจังหวัดพะเยาในปี พ.ศ. 2551 ล่าสุดได้รับรางวัลชนะเลิศถ้วยพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นหมู่บ้านต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงดีเด่นระดับประเทศ เมื่อปี พ.ศ. 2553

ทิศตะวันตกติดกับบ้านห้วยหม้อและภูเขาที่กั้นระหว่างอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง พื้นที่ลาดเอียงจากทิศตะวันตกมาทางทิศตะวันออก และจากทิศเหนือมาทิศใต้ มีลำน้ำห้วยแม่ตุ่นไหลผ่านเกือบทั้งหมู่บ้าน มีอ่างเก็บน้ำ 2 แห่ง คือ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ตุ่น และอ่างเก็บน้ำห้วยม่วง (ฮ้วยแฮ้) ภูมิอากาศ ประกอบด้วย 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว โดยมีอาณาเขตติดต่อ ดังนี้

  • ทิศเหนือ ติดต่อกับ หมู่ที่ 9 บ้านเหล่า ตำบลบ้านตุ่น
  • ทิศใต้ ติดต่อกับ หมู่ที่ 6 บ้านห้วยลึก ตำบลบ้านตุ่น
  • ทิศตะวันตก ติดต่อกับ หมู่ที่ 5 บ้านห้วยหม้อ ตำบลบ้านตุ่น
  • ทิศตะวันออก ติดต่อกับ หมู่ที่ 2, 3 บ้านตุ่นกลาง ตำบลบ้านตุ่น

บ้านบัวมีบ้านเรือนอยู่จำนวน 215 ครัวเรือน จำนวนประชากร 763 คน ประชาชนส่วนใหญ่ของบ้านบัว มีการประกอบอาชีพด้านการเกษตรกรรม เช่น การทำนา ทำสวน ปลูกหญ้า เลี้ยงสัตว์ และอาชีพหัตกรรมจักสานไม้ไผ่ 

อาชีพหัตถกรรมจักสานไม้ไผ่ โดยมีกลุ่มอาชีพจักสานเข่งไม้ไผ่เป็นอาชีพที่ทำให้ประชาชนในหมู่บ้านมีรายได้จากอาชีพนี้ โดยผลิตภัณฑ์เข่งและสุ่มไก่จากไม้ไผ่เป็นผลิตภัณฑ์เด่นของหมู่บ้าน และเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไป เป็นอาชีพเสริมของหมู่บ้านและทำรายได้ให้กับครัวเรือนของบ้านบัว

กำลังอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล
กำลังอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล
กำลังอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล
กำลังอยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล

ความเสี่ยงด้านผู้สืบทอดเจตนารมณ์ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงลดลง เนื่องจากในปัจจุบันยังมีผู้นำชุมชนที่เข้มแข็ง มีความสามารถและเป็นที่เคารพนับถือของคนในชุมชน อีกทั้งยังมีปราชญ์ชาวบ้านอีกหลายท่าน ที่สามารถพัฒนาอาชีพเสริมรายได้ให้กับสมาชิกในชุมชนได้ และในปัจจุบันบุตรหลานของคนในชุมชนออกไปศึกษานอกพื้นที่ และขาดความสนใจในอาชีพของบิดา มารดา ไม่มีการสืบทอดองค์ความรู้ในการประกอบอาชีพดังกล่าว อีกทั้งภูมิปัญญาเหล่านี้นับวันจะสูญหายไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีการบันทึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ดังนั้นความเสี่ยงนี้ ถือวาเป็นความเสี่ยงในลำดับต้น ๆ ที่คนในชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านดอกบัวตระหนักในขณะนี้

ศูนย์เรียนรู้ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง เป็นสถานที่ต้อนรับคณะศึกษาดูงานที่หลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศ เป็นสถานที่บรรยายสรุปผลการดำเนินงาน กิจกรรมในชุมชน ทำให้เห็นภาพรวม ก่อนที่ลงเยี่ยมฐานเรียนรู้ของชุมชน

1.ฐานการเรียนรู้การจักสานเข่ง ชาวบ้านบัว มีอาชีพหลักคือ การทำนา นอกฤดูการทำนา ทำให้ประชาชนในหมู่บ้านว่างงาน ประกอบกับทางหมู่บ้านมีต้นไผ่รวกที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ และปลูกเพิ่มเติม ในเนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ และได้นำเอาต้นไผ่เหล่านั้นมาจักสานเป็นสุ่มไก่ และเข่ง ทำให้มีรายได้มาประมาณ 20 กว่าปีมาแล้ว ต่อมาได้มีการรวมกลุ่มกันเป็นกลุ่มจักสานเข่งและสุ่มไก่ นับว่าเป็นอาชีพเสริมที่ทำรายได้ให้กับครอบครัวเป็นอย่างดีและมีตลาดรองรับที่แน่นอนและส่งออกจำหน่ายทั้งภายในจังหวัดและต่างจังหวัด

2.ฐานการเรียนรู้การจักสานสุ่มไก่ ผลิตภัณฑ์อีกผลิตภัณฑ์หนึ่ง ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังพอ ๆ กับแข่ง นั่นก็คือ "สุ่มไก่" ขั้นตอน วิธีการการจักสานสุ่มไก่ที่ออกมามีมาตรฐานการวัด และแบบแต่ละขนาดตามที่ลูกค้าต้องการ สุ่มไก่ที่นี่มีชื่อเสียงด้านคุณภาพ และความมีมาตรฐานของผลิตภัณฑ์

3.ฐานเรียนรู้การทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ นายบุญมี สองคำชุม พ่อตัวอย่างแห่งปี 2554 ของจังหวัดพะเยา พ่อบุญดีท่านอาศัยอยู่ที่บ้านบัวเป็นปราชญ์ชาวบ้านด้านการทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ พ่อบุญมีปลูกผักปลอดสารพิษ และทำปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ (หน่อกล้วยและหอยเชอรรี่) 

4.ฐานการเรียนรู้เศรษฐกิจตามรอยพ่อ นายเจริญ คำโล เป็นครัวเรือนต้นแบบชีววิถีการพัฒนาอย่างยั่งยืน และบุคคลดีเด่นด้านการดำเนินชีวิตตามแนวของเศรษฐกิจพอเพียง โดยกิจกรรมในครัวเรือนประกอบด้วย การลดรายจ่าย ปลูกผักสวนครัวทานเอง การเลี้ยงปลาในบ่อพลาสติก การเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ปลูกองุ่น และปลูกพุทราพันธุ์ไต้หวัน

5.ฐานเรียนรู้พลังงานทดแทน นายเสาร์แก้ว ใจบาล มีชื่อเสียงด้านปราชญ์ชาวบ้านด้านพลังงานทดแทน คิดค้นพลังงานทดแทน ด้วยการสร้างเตาแกลบชีวมวล ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายและรักษาสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันผลงานของพ่อเสาร์แก้วได้ขยายผลต่อไปยังชุมชนอื่น ๆ พลังงานทดแทนชีวมวล คือ สารอินทรีย์ทั่วไปจากธรรมชาติที่จะสะสมพลังงานเก็บไว้ในตัวเอง และสามารถนำพลังงานของมันที่เก็บสะสมเอาไว้มาใช้ประโยชน์ใน ตัวอย่างของสารอินทรีย์ตอนนั้น เช่น เศษยาง เศษไม้ เศษวัสดุเหลือทิ้งจากการเกษตรหรือจากการอุตสาหกรรม เช่น ขี้เลื่อย ฟาง แกลบ ชานอ้อย เป็นต้น ประโยชน์ของการใช้เตาแก๊สชีวมวลแกลบ คือ ลดการใช้แก๊ส LPG ซึ่งเป็นพลังงานที่ใช้แล้วหมดไป 

6.ฐานการเรียนรู้ฝายชะลอน้ำ ชุมชนบ้านบัว เป็นชุมชนที่อยู่ต้นน้ำ โดยมีอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ตุ่น อยู่เหนือชุมชน และไหลผ่านกลางหมู่บ้าน ชุมชนนี้เป็นชุมชนที่มีส่วนร่วมสำคัญในการอนุรักษณ์ต้นน้ำแห่งนี้ ให้เป็นน้ำสะอาด ปลอดสารเคมีก่อนที่จะไหลลงสู่พื้นที่ใกล้เคียงที่อยู่กลางน้ำและปลายน้ำ และชุมชนยังได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อเก็บรักษาน้ำไว้ในการเกษตรในหมู่บ้าน

7.ฐานเรียนรู้การเพาะเลี้ยงด้วงกว่าง นายบรรพต ปัถวี ปราชญ์ชาวบ้านด้านการเพาะเลี้ยงด้วงกว่าง เป็นการนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชุมชน โดยเน้นการรักษาระบบนิเวศให้สมบูรณ์ เปิดให้มีการศึกษาดูงานทั้ง นักศึกษา คนในชุมชนต่าง ๆ ในการเพาะเลี้ยงด้วงกว่างนี้ยังจะช่วยอนุรักษณ์พันธุ์ ของด้วงกว่างแล้วยังช่วยในการทำปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์นำไปบำรุงดินได้อีกด้วย

8.ฐานเรียนรู้การผลิตข้าวอินทรีย์..ชุมชนบ้านบัว มีพื้นที่ปลูกข้าวอินทรีย์กว่า 1,000 ไร่ ปลูกข้าวอินทรีย์ ปลอดสารเคมี ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ ทำให้ข้าวอินทรีย์ของบ้านบัว ปลอดสารเคมี ตลอดทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ทำให้ข้าวอินทรีย์ของบ้านบัว หอมอร่อย และปลอดสารพิษ มีคุณภาพต่อร่างกาย ปัจจุบันได้ส่งข้าวอินทรีย์ออกจำหน่ายไปทั่วประเทศ 

9.ฐานการเรียนรู้อาชีพการทำฟอร์นิเจอร์ไม้ไผ่ ได้มีการส่งเสริมอาชีพ และรวมกลุ่มของผู้ที่มีทักษะทางด้านช่าง เพื่อที่จะผลิตฟอร์นิเจอร์นี้ทำจากไม้ไผ่ เช่น แคร่นั่ง ชั้นวางของ เป็นต้น

10.ฐานการเรียนรู้อาชีพการปลูกองุ่น ชุมชนบ้านบัวแห่งนี้ นักท่องเที่ยวหรือคณะศึกษาดูงาน จะสามารถเข้าเยี่ยมชมเกษตรกรที่ทำอาชีพปลูกองุ่นของนายปรีชา ใจบาล เกษตรกรแนวใหม่ ที่ได้ศึกษาเรียนรู้การปลูกองุ่น จนได้ผล และสร้างรายได้เป็นอย่างดี และยังสามารถถ่ายทอดไปยังเกษตรกรอื่น ๆ ที่สนใจได้อีกด้วย

ด้านการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวเชิงเศรษฐกิจพอเพียง ทางชุมชนได้จัดบริการบ้านพักโฮมสเตย์ จำนวน 11 หลัง เพื่อบริการนักท่องเที่ยวหรือคณะศึกษาดูงาน ที่ประสงค์พักค้างศึกษาเรียนรู้วิถีพอเพียงของคนในชุมชน อาทิเช่น ทดลองฝึกฝนการจักสานเข่งหรือสุ่มไก่ หรือการเรียนรู้ทดลองการดำนา หรือเกี่ยวข้าว เป็นต้น

สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ. (2553). การประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้านชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง. สืบค้นเมื่อ 19 กรกฎาคม 2566. จาก https://www.rdpb.go.th/UploadNew/

ณัฐณิชา สมฤทธิ์. (2555). การจัดการความรู้ชุมชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียงระดับประเทศ : กรณีศึกษา ชุมชนบ้านดอกบัว หมู่ที่ 4 ตำบลบ้านตุ่น อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

ประภาพรรณ ไชยานนท์ และ วิรุณสิริ ใจมา. (2560). การบริหารความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจของชุมชนเศรษฐกิจพอเพียง บ้านบัว จังหวัดพะเยา. วารสารวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงราย, 12(1). 141-168.

หมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์(Creative Industry Village : CIV). (2553). หมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์. สืบค้นเมื่อ 19 กรกฎาคม 2566. จาก https://phayao.industry.go.th/

อบต.บ้านตุ่น โทร. 0 5442 3098