ชวนสัมผัสมนตร์เสน่ห์ “ยี่เป็ง”... แสงศรัทธากลางนครล้านนา
เมื่อสายลมหนาวเริ่มพัดผ่าน... กลิ่นอายแห่งฤดูกาลท่องเที่ยวที่ใครหลายคนรอคอยก็กำลังหวนคืนมาอีกครั้ง “เชียงใหม่” ดินแดนล้านนาอันเปี่ยมด้วยเรื่องราว ศิลปะ และศรัทธา กำลังเปิดประตูต้อนรับนักเดินทางให้มาสัมผัสความงดงามของแสงไฟ “ยี่เป็ง” และวัฒนธรรมที่สืบทอดข้ามกาลเวลา
“ยี่เป็ง” หรือ ประเพณีเดือนยี่ เป็นประเพณีที่เก่าแก่ของอาณาจักรล้านนา โดยคำว่า “ยี่” แปลว่า สอง ส่วน เป็ง แปลว่า เพ็ญ หรือ คืนพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งหมายถึงประเพณีในวันเพ็ญเดือนสองของชาวล้านนา ประเพณีนี้จัดขึ้นเพื่อบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น พระพุทธเจ้า รอยพระพุทธบาท พระแม่คงคา ทั้งยังเพื่ออุทิศส่วนกุศลแก่บรรพบุรุษ รวมถึงความเชื่อเรื่องการลอยเคราะห์ ล้างสิ่งไม่ดีออกไปจากชีวิต บางส่วนยังเล่าว่าถึงยี่เป็งว่า มาจาก “ตำนานกาเผือก” ซึ่งเป็นเหตุให้มีการจุดประทีปบูชา หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของประเพณีคือ การลอยกระทง และการจุดโคมไฟหรือประทีปบูชาตามวัดและสถานที่ต่าง ๆ ทั่วเมืองเชียงใหม่
ในปีนี้ เราจะพาผู้อ่านออกเดินทางบน “เส้นทางแห่งแสงโคมและศรัทธา” ผ่าน 3 หมุดหมายสำคัญใจกลางอำเภอเมืองเชียงใหม่
หมุดหมายที่ 1 “คลองแม่ข่า” แสงโคมแห่งศรัทธาริมสายน้ำ
“คลองแม่ข่า” หรือ น้ำแม่ข่า หรือแม่น้ำข่า เป็นคลองโบราณสายหนึ่งของจังหวัดเชียงใหม่ หนึ่งในชัยภูมิที่พญามังรายทรงเลือกสร้างเมืองเชียงใหม่เมื่อกว่า 700 ปีที่แล้ว
ยี่เป็งปีนี้ “ชุมชนคลองแม่ข่า” คือหนึ่งในจุดหมายที่เปล่งประกายที่สุดของเมืองเชียงใหม่ ลำคลองสายประวัติศาสตร์ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกหลงลืม บัดนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้งภายใต้โครงการฟื้นฟูชุมชนและสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็น เป็น “โอตารุเมืองไทย” ถือเป็นแลนด์มาร์กยอดนิยมที่เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวที่ไม่พลาดต้องมาเช็คอิน ค่ำคืนแห่งวันเพ็ญเดือนยี่ (เดือนสิบสองเหนือ) ใน “ประเพณียี่เป็ง” ที่นี่จะถูกแต่งแต้มด้วยโคมไฟนับร้อย สะท้อนแสงระยิบระยับบนผิวน้ำ
รู้จัก “ชุมชนริมคลองแม่ข่า” เพิ่มเติม: https://wikicommunity.sac.or.th/community/399
หมุดหมายที่ 2 “บ้านเมืองสาตร” แหล่งหัตถศิลป์โคมล้านนา
จากแสงโคมริมคลอง มุ่งสู่หมู่บ้านแห่งศิลป์ “บ้านเมืองสาตร” แหล่งผลิต “โคมล้านนา” ที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ ชุมชนแห่งนี้สืบสานภูมิปัญญาการทำโคมล้านนา รวมถึงหัตถกรรมด้านอื่น ๆ มานานหลายชั่วอายุคน ที่นี่จึงไม่เพียงเป็นแหล่งผลิตโคมไฟที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ แต่ยังเป็นศูนย์รวมงานหัตถศิลป์ที่สะท้อนความผูกพันระหว่างวิถีชีวิต ธรรมชาติ และความเชื่อทางพุทธศาสนา การได้มาเรียนรู้กระบวนการทำโคมจากต้นกำเนิด พูดคุยกับช่างและชาวบ้านถึงความเชื่อที่อยู่เบื้องหลัง อาจทำให้การชมโคมไฟในคืนยี่เป็งของคุณมีความหมายที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น คุณจะเข้าใจว่าแต่ละโคมไม่ได้เป็นเพียงของประดับในเทศกาลเท่านั้น แต่คือ “แสงแห่งศรัทธา” ที่เชื่อมระหว่างคนกับฟ้า ลองเดินเข้าไปในเรือนช่างไม้เก่า ฟังเสียงกรอบกระดาษสา ลูบลายไม้ไผ่ที่ร้อยเรียงด้วยมือ และพูดคุยกับช่างผู้สร้างโคมด้วยหัวใจ คุณจะเข้าใจว่าแต่ละโคมไม่ได้เป็นเพียงของประดับในเทศกาลเท่านั้น แต่คือ “แสงแห่งศรัทธา” ที่เชื่อมระหว่างคนกับฟ้า
รู้จัก “บ้านเมืองสาตร” เพิ่มเติม: https://wikicommunity.sac.or.th/community/836
หมุดหมายที่ 3 “วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร” แสงศรัทธาใจกลางเมืองเชียงใหม่
ปลายทางของเส้นทางแห่งแสงโคมนี้ อยู่ที่ “วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร” วัดหลวงคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ที่เปล่งประกายด้วยแสงไฟและเสียงสวดมนต์ในคืนยี่เป็ง เป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาและวัฒนธรรมล้านนาที่คงอยู่มากว่าหกศตวรรษ วัดพระสิงห์ฯ สร้างขึ้นราวปี พ.ศ. 1888 โดย “พญาพายู” กษัตริย์แห่งอาณาจักรล้านนา เพื่อบรรจุอัฐิของพระราชบิดา ต่อมาได้อัญเชิญ “พระพุทธสิหิงค์” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์มาประดิษฐานเป็นพระประธาน จึงเป็นที่มาของนาม “วัดพระสิงห์” นับได้ว่าเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวล้านนาที่เป็นต้นแบบการจำลองพระพุทธสิหิงค์ในสมัยต่อ ๆ มา ทุกค่ำคืนในช่วงเทศกาลยี่เป็ง วัดแห่งนี้จะสว่างไสวด้วย “แสงโคมนับพันดวง” ที่ชาวเชียงใหม่ช่วยกันประดับรอบวิหารหลวง เพื่อบูชาพระรัตนตรัยและถวายเป็นพุทธบูชา เสียงระฆัง เสียงสวดมนต์ และกลิ่นธูปหอมจะลอยคลุ้งทั่วลานวัด สร้างบรรยากาศแห่งความสงบและศรัทธาที่จับใจ นอกจากนี้ วัดพระสิงห์ฯ ยังเป็นสถานที่จัด “ตั้งธรรมหลวง” (เทศน์มหาชาติ เวสสันดรชาดก) หนึ่งในกิจกรรมทางศาสนาสำคัญของเทศกาลยี่เป็ง ซึ่งชาวพุทธจะมาร่วมฟังพระธรรมเทศนา เป็นภาพสะท้อนของความร่วมแรงร่วมใจและศรัทธาอันมั่นคงของชาวล้านนา หากท่านใดสนใจศิลปกรรมภาพอดีตพุทธ ภาพเล่าเรื่องสุวรณณหงส์และสังข์ทอง สามารถชมได้ที่ วิหารลายคำ โดยเขียนชึ้นเมื่อ พ.ศ. 2406 ด้านนอกยังมี หอพระไตรปิฎกไม้โบราณ ที่งดงามด้วยศิลปะล้านนาแท้ และเจดีย์ทรงล้านนาโบราณที่ส่องประกายต้องแสงไฟในคืนเพ็ญ
ที่นี่... แสงโคมไม่ได้เพียงส่องสว่างบนเส้นทางเท่านั้น แต่ยังส่องลึกลงไปในหัวใจของผู้คนที่ศรัทธา ร่วมสืบทอดและรักษาประเพณีอันงดงามนี้มาหลายร้อยปี
ข้อมูล “วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร” เพิ่มเติม: https://db.sac.or.th/thailand-cultural-encyclopedia/detail.php?id=11410
ข้อมูลทางศิลปกรรม “พระพุทธสิหิงค์” เพิ่มเติม: https://seaarts.sac.or.th/artwork/403
ข้อมูลทางศิลปกรรม “วิหารพระสิงห์” เพิ่มเติม: https://seaarts.sac.or.th/artwork/46 และ https://seaarts.sac.or.th/artwork/47
ข้อมูลทางศิลปกรรม “จิตรกรรมฝาผนังในวิหารลายคำ” เพิ่มเติม: https://seaarts.sac.or.th/artwork/430
หากท่านใดต้องการข้อมูลเกี่ยวกับประเพณียี่เป็งเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ที่
ประเพณียี่เป็ง: https://rituals.sac.or.th/detail.php?id=25
ตั้งธัมม์หลวง (เทศน์มหาชาติฯ): https://db.sac.or.th/thailand-cultural-encyclopedia/detail.php?id=9341
ผางประทีส/ผางประทีป (ดวงประทีป): https://db.sac.or.th/thailand-cultural-encyclopedia/detail.php?id=11007
อานิสงส์ยี่เพง: https://db.sac.or.th/thailand-cultural-encyclopedia/detail.php?id=13853
คำเวนทานเดือนยี่เพง (ในวันเพ็ญเดือนยี่): https://db.sac.or.th/thailand-cultural-encyclopedia/detail.php?id=8420
ล่องสะเพา: https://db.sac.or.th/thailand-cultural-encyclopedia/detail.php?id=5061
ข้อมูลอ้างอิง
https://yipenglanternfestival.in.th/th/
https://mgronline.com/local/detail/9650000102924
ขอบคุณภาพจาก
1. เทศบาลนครเชียงใหม่ :https://www.cmcity.go.th/News/25412
2. True ID: https://travel.trueid.net/detail/2BQrzRpKw59x, https://travel.trueid.net/detail/K8jWWbq97qjo
สมศักดิ์ แก้วนุช: เขียน